ชีวิตรายวันของผมจึงอยู่แต่กับห้องนอน และคณะฯ เท่านั้น

การลาออกจากราชการ...แล้วมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยครั้งนี้ของผม ได้ผ่านด่านการตัดสินใจมาอยากโชกโชน  ทั้งจากครอบครัว เพื่อนพ้อง และลูกศิษย์ลูกหา ที่ไม่ค่อยเห็นด้วย  เพราะการเป็น ข้าราชการน่าจะเป็นสุดยอดปรารถนาแล้ว...และที่สำคัญคือการมาอยู่ที่ปัตตานี ท่ามกลางสถานการณ์ความเสี่ยงนี้ดูจะไม่น่าอภิรมย์นัก

ผมสะดุดหลายครั้งเมื่อมีคนห่วงใย  แต่ในที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากราชการ เพราะผมถือว่าเป็นการให้โอกาสชีวิตในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ  แม้จะต้องเสียบางสิ่งไปก็ตาม...สำหรับคนอยู่ข้างหลังก็คงจำใจยอมรับ แล้วเป็นกำลังใจให้

วันนี้ครบเทอมพอดีที่ได้มาอยู่ที่นี่.. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  หลายสิ่งหลายอย่าง ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย  ทั้งนี้เพราะผมอยู่ในวัฒนธรรมที่ต่างกับที่นี่มาโดยตลอด

แต่ถึงอย่างไรผมก็พยายามปรับตัว และสามารถอยู่ที่นี่ได้ ท่ามกลางมิตรภาพของผู้บริหาร เพื่อนอาจารย์ ลูกศิษย์ และคนในพื้นที่  แม้จะไม่ไว้วางใจเลยที่เดียวนัก...แต่ความรู้สึกดี ๆ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

วันนี้ความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นกับผม ผมรู้สึกกลัวมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก  ตั้งแต่ระเบิดห้าสิบจุดเมื่อตรุษจีน  และฆ่าผู้โดยสารรถตู้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  รวมถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

วันวานที่เคยออกไปเที่ยวบิ๊กซี ไปกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่ง  ไปเที่ยวงานของจังหวัด ไปเยี่ยมนักศึกษาตามหอพัก  หรือลงชุมชน  วันนี้บรรยากาศเหล่านั้นผมแทบไม่ได้สัมผัส  ชีวิตรายวันของผมจึงอยู่แต่กับห้องนอน และคณะฯ  เท่านั้น

หลายคนทักว่าวิตกจริตเกินไปป่าว!!!!!  ผมก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นอกตรมว่า "ครับ..ผมกลัว"  และหลายคนก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

ชีวิตของนกน้อยที่น่าจะอิสระเสรีอย่างผม  คงต้องรอความสงบของพื้นที่จึงจะออกโบยบินสู่โลกกว้างอีกครั้ง