ผมได้มีโอกาสอ่านงานวิจัยท้องถิ่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้หนังสือ “ ดอกผลแห่งปัญญา” ที่รวบรวมเนื้อหาและเรื่องราวโครงการวิจัยเด่นของ สกว. สำนักงานภาค (โครงการตั้งแต่ปี 2545-2547) ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน จึงขอนำเสนอด้วยความยินดีครับ

                งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นและชุมชน เป็นงานวิจัยชาวบ้านที่ผู้วิจัยเป็นคนในพื้นที่ชุมชน ที่ ต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง โดยผ่านกระบวนการวิจัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมและศาสนาของแต่ละท้องถิ่น งานวิจัยที่น่าสนใจและขอนำเสนอ 2 เรื่อง ได้แก่

                1) ชุมชนลำน้ำว้า กับการอนุรักษ์วังปลา พลิกฟื้นวิถีชนบทด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

                2) การเลี้ยงโค - กระบือที่เหมาะสม เป้าหมายที่ชาวดอนแรดร่วมกันค้นหาผ่านงานวิจัย

 

1.ชุมชนลำน้ำว้า กับการอนุรักษ์วังปลา พลิกฟื้นวิถีชนบทด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น (โครงการรูปแบบการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นชุมชนลำน้ำว้า ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน)

                “ จากการร่วมกันทำงานในครั้งนี้บทเรียนที่ได้รับจากกระบวนการทำงาน ทำให้ตอนนี้การจะทำเรื่องอื่นๆก็ง่ายขึ้น เพราะได้เรียนรู้วิธีการทำงานและวิธีการที่จะทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะเดียวกันชาวบ้านเองก็เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และมีความสามัคคีกันมากขึ้น การสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านง่ายกว่าเดิม ชุมชนก็เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม (ผู้ใหญ่ สวาท ธรรมรักษา ทีมวิจัย)

                งานวิจัยนี้เกิดจากชุมชนที่อาศัยและพึ่งพิงลำน้ำว้า ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นสายน้ำหลักที่สำคัญไหลผ่านหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้ในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำเกษตรกรรม การคมนาคมทางน้ำ เป็นแหล่งอาหาร และการพักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญมีพันธุ์ปลา หายากได้แก่ ปลาหมูอารีย์ ซึ่งพบได้ที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย ดังนั้นจึงเกิดการลักลอบจับปลาหมูอารีย์ จนชาวบ้านเกรงว่าอาจทำให้สูญพันธุ์ได้ อีกทั้งมีการลักลอบจับปลาในเขตหวงห้ามและ จับปลาด้วยเครื่องทุ่นแรงชนิดต่างๆ รวมทั้งการจับปลาในฤดูวางไข่ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำในลำน้ำว้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นชุมชนบ้านน้ำว่า ตำบลน้ำพาง จึงมีความพยายามที่จะอนุรักษ์พันธุ์ปลาในลำน้ำว้าที่ไหลผ่านหมู่บ้านและระบบนิเวศ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับพันธุ์ปลานอกเขตอนุรักษ์ชุมชนยังไม่สามารถอนุรักษ์ไว้ได้ จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนดังกล่าว จึงมีบุคคลในชุมชนกลุ่มหนึ่งที่รับรู้และรับทราบปัญหามาโดยตลอด จึงได้ดำเนินการวิจัยการพัฒนารูปแบบการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นของบ้านน้ำว้าให้มีความสอดคล้อง กับสภาพปัญหาและพัฒนาเครือข่ายการอนุรักษ์ออกไปยังชุมชนอื่นๆ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศชุมชนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรแหล่งน้ำและพันธุ์ปลาท้องถิ่นของชุมชนบ้านน้ำว้า ตำบลน้ำพาง 2) เพื่อค้นหากระบวนและรูปแบบการจัดการของชุมชนบ้านนำว้าในการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นในลำน้ำว้า และ3) เพื่อพัฒนาเครือข่ายการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นในลำน้ำว้าของชุมชนตำบลน้ำพาง

                โดยมีพื้นที่ในการวิจัยเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวตามลำน้ำว้า ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ครอบคลุมตั้งแต่บ้านน้ำว้า บ้านน้ำพระทัย บ้านน้ำปุ๊ และบ้านห้วยทรายมูล ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม คณะผู้วิจัยได้เริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นกระบวนการผ่านการร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเป็นอย่างดี โดยมีกระบวนการวิจัยดังนี้

                1. ก่อนย่างก้าวแรก...การผนึกกำลังความคิดทีมวิจัยและคนในชุมชน โครงการนี้ริเริ่มจาก คุณวิชัย นิลคง นักวิชาการสาธารณสุข ผู้เป็นหัวหน้าโครงการที่มีอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผนึกกำลังร่วมกับทีมวิจัยหลักที่เป็นแกนนำชุมชนในเขตพื้นที่ 4 หมู่บ้านที่ ลำน้ำว้าไหลผ่าน คือ หมู่บ้านน้ำว้า บ้านน้ำพระทัย บ้านน้ำปุ๊และบ้านห้วยทรายมูล โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ตัวแทนผู้นำชุมชนจากทั้ง 4 หมู่บ้าน พรานปลา ปราชญ์ชาวบ้าน แม่บ้าน เยาวชน สมาชิก อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันค้นหาวิธีการจัดการที่เป็นแนวทางของท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูนิเวศแหล่งน้ำว้าให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมหรือใกล้เคียงกับสภาพเดิมและให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากผลการอนุรักษ์ในการดำรงชีวิตอย่างเสมอภาค โดยการพัฒนาเครือข่ายการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นในลำน้ำว้าของชุมชนร่วมกัน โดยในส่วนของทีมวิจัยทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานโอกาสลงสู่ชุมชนและสนับสนุนให้กระบวนการต่างๆเกิดขึ้นเท่านั้น

                2. เริ่มด้วยการ...ถอยกลับมามองก่อนออกก้าวเดิน ทีมวิจัยเริ่มจากการสร้างกระบวนการให้ชุมชน ร่วมรับรู้สภาพปัญหาในปัจจุบันและการวิเคราะห์กระบวนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำของชุมชนที่ผ่านมา โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โยนประเด็นต่างๆเข้าสู่เวทีสนทนา การพูดคุยปรึกษาหารือ การประชุม เพื่อสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมในชุมชน การะดมสมอง รวมไปถึงการสร้างกระบวนการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการสำรวจข้อมูลจริงในลำน้ำ ตลอดจนการสัมภาษณ์ เจาะลึก การทำแบบสัมภาษณ์เพื่อสำรวจปริมาณการบริโภคปลาในแต่ละครัวเรือน จากกระบวนการวิจัย ทำให้ชุมชนได้ข้อมูลที่เป็นจริงและเข้าใจสภาพแวดล้อมและสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศชุมชนและพร้อมที่จะหาทางจัดการกับปัญหา เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศร่วมกัน

                3. ออกก้าวเดินทาง...ด้วยการบูรณาการอย่างลงตัว ทีมวิจัยได้ต่อยอดทุนเดิมที่มีอยู่ ในเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ ในจังหวัดน่าน โดยการศึกษากระบวนการในพื้นที่อื่นๆ แล้วนำบทเรียนมาสู่การประยุกต์และผสานกับสภาพของชุมชนของตนเองเพื่อใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนของตนเอง ดังนี้ 1 ) การสร้างกฎระเบียบของชุมชน การประยุกต์ใช้วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ความเชื่อ มาใช้ในการอนุรักษ์ฯ ให้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความยำเกรงในการทำผิด 2) การจัดการแหล่งน้ำ ทั้งภายในและภายนอกชุมชน เป็นการกำหนดการใช้ทรัพยากร เช่น การแบ่งเขตน่านน้ำ การจัดการสภาพแวดล้อม และการฟื้นฟูทรัพยากร3) การจัดการเชิงโครงสร้าง เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งจะสามารถบริหารจัดการปัญหาต่างๆในชุมชนได้

                โดยปัจจุบันชุมชนต่างๆ เกิดชมรมอนุรักษ์แหล่งน้ำซึ่งดำเนินการบริหารจัดการโดยชุมชนเอง 4) การจัดการผลประโยชน์ เป็นการกำหนดการใช้ทรัพยากรเพื่อการรักษาระบบการผลิตของทรัพยากร เช่น การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ การจับปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ การจำหน่ายอาหารปลา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สมาชิกในชุมชนตลอดไป 5) การสร้างจิตสำนึกของประชาชนในพื้นที่ เป็นการถ่ายทอดแนวคิดที่ดีแก่ชาวบ้านและเยาวชนผ่านกิจกรรมการเข้าค่ายอนุรักษ์ เวทีประชาคม ทำให้ตระหนักให้คุณค่าและการดูแลรักษาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน 6) การประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานของชุมชนให้สังคมทั้งในและนอกพื้นที่รับรู้ โดยผ่านทุกช่องทาง

                4. ก้าวสู่...ความสำเร็จ จากการดำเนินงานที่ผ่านกระบวนการวิจัยที่ทีมวิจัยได้ทำหน้าที่ประสานโอกาสและสนับสนุนให้กระบวนการต่างๆลงสู่ชุมชนลำน้ำว้า ตำบลน้ำพาง โดยได้นำเอา ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การนำเอาวัฒนธรรมประเพณี พิธีกรรมความเชื่อ ศาสนาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์พันธุ์ปลา และอาศัยลักษณะชุมชนตำบลน้ำพางที่เป็นสังคมชนบทที่มีความสัมพันธ์แบบลักษณะเครือญาติมาช่วยเสริมการดำเนินงาน และการขยายเครือข่ายการดำเนินงานจึงทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญที่ช่วยเอื้อให้กับชุมชนในการเรียนรู้ให้ทันต่อสภาพปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตข้างหน้า

จากการทำงานอย่างหนักของทีมวิจัยโดยผ่านกระบวนการวิจัย ทำให้เกิดผลสำเร็จในการวิจัยดังนี้

                1. คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เมื่อการอนุรักษ์ประสบความสำเร็จ ย่อมส่งผลต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ มีทั้ง ผลเชิงรูปธรรม ที่เห็นได้ชัดเจนและ ผลเชิงนามธรรม ดังนี้ 1) คุณภาพของน้ำในลำน้ำว้า จากผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำพบว่า มีค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissoloved Oxygen) เพิ่มขึ้นเป็น 7.5 และ 7.3 มิลลิกรัม/ ลิตร ณ จุดวังปลาบ้านน้ำว้า และวังปลาบ้านน้ำปุ๊ ตามลำดับ แสดงให้เห็นคุณภาพของน้ำที่ดีอยู่แล้วมีแนวโน้มที่จะดียิ่งๆขึ้นไปอีก 2) ด้านอาหาร จากปริมาณปลาในแหล่งน้ำที่เพิ่มขึ้น ชุมชนสามารถจับปลามาเป็นอาหารประจำวันเพิ่มมากขึ้นที่เหลือจากการบริโภคก็จะจำหน่ายเป็นรายได้ให้ครอบครัว ชุมชนมีอาหารสมบูรณ์ทำให้เงินจ่ายออกไปน้อยเงินเก็บก็มากขึ้น 3) ภาวะสุขภาพของคนในชุมชน การได้บริโภคปลาซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง ทำให้เป็นการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาของเด็กอ่อนวัยเรียนหรือวัยเรียนได้ 4) ชุมชนเกิดความภูมิใจและมีสถานที่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ความสำเร็จจากการดำเนินงานการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำหรือที่เรียกว่า “ วังปลา” ของชุมชน ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจให้กับชุมชนที่มีฝูงปลาและสัตว์น้ำจำนวนมากในวังปลาใกล้เคียงกับสภาพในอดีต และวังปลาดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนหย่อนใจได้ 5) ผลต่อสังคม ความสัมพันธ์ของชุมชน พบว่าความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านและความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านมีลักษณะที่ดี คนในชุมชนได้ร่วมมือกันในการจัดการปัญหา นอกจากจะสามารถร่วมกันจัดการทรัพยากรสัตว์ในลำน้ำว้ายังขยายผลการดำเนินงานไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ ในตำบลน้ำพางได้ครบทุกหมู่บ้าน เกิดเครือข่ายความร่วมมือในภาพรวมของตำบลน้ำพาง และเรียกกลุ่มดังกล่าวว่า “ ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นตำบลน้ำพาง”

                2. การค่อยๆก้าวไปสู่ความเป็นชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนที่มีวิถีชีวิตแบบพอเพียงแห่งนี้ ยังคงความยืดหยุ่นและความนุ่มนวลในการดำเนินชีวิตหรือแม้กระทั่งการแก้ไขปัญหา การที่งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้มีโอกาสเป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่คนในชุมชน ทำให้ทีมวิจัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชน รวมไปถึงชาวบ้านและทุกๆ ส่วนที่ได้เข้ามาส่วนร่วมกับงานครั้งนี้ เกิดทักษะการเรียนรู้ในการจัดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อันจะนำไปเป็นแนวทางในการนำไปแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ของท้องถิ่นโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป

ความคิดเห็น

                จากการนำเสนอผลการวิจัยเรื่อง ชุมชนลำน้ำว้า กับการอนุรักษ์วังปลา พลิกฟื้นวิถีชนบทด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น (โครงการรูปแบบการอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นชุมชนลำน้ำว้า ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน) สามารถสรุปได้ว่า การวิจัยดังกล่าวได้เริ่มต้นจากชุมชนประสบกับปัญหาในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในลำน้ำที่เป็นสมบัติของชุมชนในส่วนรวม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ของระบบทุนนิยมที่การแย่งชิงทรัพยากรเพื่อการบริโภคที่ขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นเรื่องที่ปกติ เมื่อธรรมชาติถูกทำลายอย่างไม่หยุดยั้งจนขาดความสมดุลสิ่งที่ตามมาก็คือ วิถีชีวิตที่เคยพึ่งพิงธรรมชาติและระบบนิเวศถูกเปลี่ยนแปลงไปทำให้ชุมชนเกิดปัญหา งานวิจัยชิ้นนี้จึงเกิดขึ้นจากบุคคลในชุมชนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบกับชุมชนทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านที่ลำน้ำว้าไหลผ่าน ด้วยตระหนักดีว่าการแก้ปัญหาระบบนิเวศ มิอาจแก้ไขที่จุดใดจุดหนึ่งได้ แต่ต้องร่วมมือร่วมใจในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องการแก้ไขปัญหาจึงจะประสบผลสำเร็จ จึงเกิดการรวมตัวเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นกระบวนการ งานวิจัยชิ้นนี้โดดเด่นที่ทีมวิจัยทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานโอกาสลงสู่ชุมชนและสนับสนุนให้กระบวนการต่างๆเกิดขึ้นเท่านั้น โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ตัวแทนผู้นำชุมชนจากทั้ง 4 หมู่บ้าน พรานปลา ปราชญ์ชาวบ้าน แม่บ้าน เยาวชน สมาชิก อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันค้นหาวิธีการจัดการที่เป็นแนวทางของท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูนิเวศแหล่งน้ำว้าให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมหรือใกล้เคียงกับสภาพเดิมและให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากผลการอนุรักษ์ในการดำรงชีวิตอย่างเสมอภาค

                งานวิจัยดังกล่าวประสบความสำเร็จได้ ส่วนสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจและเปิดใจในการเรียนรู้ร่วมกันที่ตระหนักถึงปัญหาอันเกิดกับชุมชน รวมทั้งกระบวนการวิจัยมีความครอบคลุมการแก้ไขปัญหาในบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง มีการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันในการแก้ไขปัญหา การร่วมรับรู้และวิเคราะห์สภาพปัญหาเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงาน รวมทั้งการนำผลการดำเนินงานของท้องถิ่นและชุมชนอื่นๆที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันมาเป็นตัวอย่างและเป็นบทเรียนในการดำเนินงาน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนอย่างเป็นขั้นตอน โดยได้นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การนำเอาวัฒนธรรมประเพณี พิธีกรรมความเชื่อ ศาสนา มาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์พันธุ์ปลา อีกทั้งมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำ การแบ่งเขตน่านน้ำ การจัดการสภาพแวดล้อม และการฟื้นฟูทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับในลักษณะชมรมการอนุรักษ์ทั้งในชุมชนและเครือข่ายนอกชุมชน รวมทั้งการจัดการผลประโยชน์ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สมาชิกในชุมชน การสร้างจิตสำนึกของประชาชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายอนุรักษ์ เวทีประชาคมหมู่บ้าน และที่สำคัญการการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานของชุมชนให้สังคมทั้งในและนอกพื้นที่รับรู้ โดยผ่านทุกช่องทาง

                กระบวนการในการแก้ไขปัญหาดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นหนทางสู่ความสำเร็จในการ แก้ปัญหาของชุมชน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาในปริบทดังกล่าวอาศัยลักษณะชุมชนตำบลน้ำพางที่เป็นสังคมชนบทที่มีความสัมพันธ์แบบลักษณะเครือญาติมาช่วยเสริมการดำเนินงานทำให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และเป็นบทเรียนในการจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนในโอกาสต่อไป