ใยแมงมุมไม่ใช่ปาฏิหารย์


ใยแมงมุม
  • ความคิด "สังคมมีส่วนอย่างมากในการกำหนดพฤติกรรม ความคิดให้กับคลื่นลูกใหม่(เด็ก) ขอยกตัวอย่าง(จากความจริง) ในสังคมที่กำลังเห่อ graphic เกมส์ online , animation 3D ใครก็ต้องมองว่านี้คืองานที่ทำแล้วได้เงินเยอะ สังคมให้การยอมรับดูหรู ดูเป็นผลงานที่จับต้องได้ การสร้างเกมส์หรือการนำเข้ามีการยอมรับมากขึ้น"
  • หลักสูตรที่เห็นว่ามีการเพิ่มเข้ามาในคือกราฟิคและเกมส์ ซึ่งโดยส่วนก็ถือว่าเป็นการพัฒนาระบบ ai และการออกแบบกราฟิค ถ้ายังสนับสนุนส่วนนี้ก็เหมือนกับผลักดันให้ธุรกิจเติบโต(อย่าง adsl ที่ถูกลงเพราะร้านเกมส์) แต่มันสมองจะไปอยู่ด้านการพัฒนาเกมส์และกราฟิค(ไม่รู้คิดมากไปมั้ย)
  • จะมีนักพัฒนาที่มีใจรักอย่างน้องวีร์ สักกี่คนที่ยังชื่นชอบ text mode และรักในการพัฒนาระบบที่ไม่มีกราฟิค
  • รุ่นน้องหรือเพื่อนส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ เป็นผู้ดูแลระบบ(system engineer)  นักออกแบบระบบ(sa) หรือนักออกแบบ+พัฒนา web
    ไม่มีใครอยากเป็น developer งานหนัก พัฒนาช้า เงินเดือนน้อย ดูไม่มีผลงาน ก้าวหน้าช้า
  • เมื่อก่อนสังคมให้การยอมรับ developer(ตอนที่ computer ยังไม่เป็นเครื่องใช้ประจำบ้านเหมือนปัจจุบัน) แต่ในความเป็นจริง dev เปรียบเสมือนผู้ใช้แรงงาน (ผู้ว่าจ้าง) ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ใช้งานอย่างหนัก เพราะบุคคลากรที่จบใหม่มีอัตราค่าจ้างต่ำกว่า ครั้นจะพัฒนาระบบ Open-source ก็ไม่รู้จะเอาตังก์ที่ไหนซื้อบะหมี่รองท้องไปวันๆ 
  • ขอยกตัวอย่างนักพัฒนาที่ดังหน่อยอย่าง web blog exteen อาจจะมองกันที่การยอมรับทางสังคม และมีงานประจำอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีรายได้หรือผลกำไร ก็ไม่เกิดการจ้างงาน ทำกันด้วยความสมัครใจ หรือน้ำใจ ไม่มีคลื่นลูกใหม่ ก็ทำกันอยู่แค่ในทีม (หรือผมมองด้านเดียว)
  • บ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้มากกว่าผู้ผลิต เท่าที่สังเกตระบบ phpMyAdmin,phpNuke,CMS,Blog,Dairy, Web app ต่างๆ แต่หาผู้ที่พัฒนาระบบพวกนี้ไม่ได้ เป็นสังคมของผู้ใช้มากกว่า ไม่ได้มองเห็นคุณค่าของผู้สร้าง เหมือนเรื่อง Charlotte’s Web / แมงมุมเพื่อนรัก ที่กล่าวว่า "ใยแมงมุมไม่ใช่ปาฏิหารย์ แต่แสดงให้เห็นถึงปาฏิหารย์เบื้องหน้า"
  • dev เปรียบเสมือนแมงมุม ที่ทำงานหนักแต่ไม่มีใครกล่าวถึงว่ากว่าจะได้ระบบที่ดีขนาดนั้น เค้าทำงานไปกี่แสน กี่ล้านบรรทัด หรือคิดหัวแทบแตกกว่าจะได้ interface ที่สวยงาม ระบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แม้เพียงเล็กน้อย อาจใช้เวลาถักทอ(โค้ด)เป็นร้อย เป็นพันบรรทัด ไม่เคยมีใครใส่ใจ(concept open-source ให้ความสนใจกันที่ code บ้านผมยังไม่เจอสังคมแบบนี้)  คนส่วนใหญ่สนใจที่ผลลัพธ์ ที่จะได้จากระบบ ถ้าดีก็มีคนใช้ ถ้าไม่ดีก็ไม่มีใครพัฒนาต่อ ก็หายสาบสูญไปจากโลก
  • แทบไม่มีระบบ Open-source ที่เป็นของคนไทย ยกเว้น OS&Office ประมาณว่าไม่มีรายได้ก็ได้รับการยอมรับ การยกย่องทางสังคม
    ต่างประเทศทำได้ แต่เราแข่งกับเค้าไม่ได้
    ไม่มีทีมเวิร์ค ไม่มีใครอยากอดข้าว หรืออยากทำงานหนักแล้วได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า
  • และด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าเป็นความลับทางธุรกิจ เป็นลิขสิทธิของผู้ว่าจ้าง จะเอาโค้ดมาเปิดเผยก็กลัวคนอื่นจะทำตามแล้วดีกว่า ทำให้เสียผลประโยชน์ 
  • หลักสูตรการเรียนไม่ได้สร้างเรา แต่เราเลือกที่จะเป็น แมงมุม(ไม่มี)เพื่อนรัก (ถูกมองว่ามองโลกในแง่ร้ายอยู่บ่อยๆ)

ต้องถามสังคมก่อนว่าอยากได้คลื่นลูกใหม่แบบไหน ?
ผู้ใช้เพื่อผลิตงานอย่างอื่น หรือผู้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

* ขออภัยด้วยนะครับถ้ามีถ้อยคำ+อารมณ์ที่แสดงข้อความไม่สุภาพ ;p

หมายเลขบันทึก: 85230เขียนเมื่อ 20 มีนาคม 2007 14:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 17:51 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี