เมื่อคืนดิฉันเช็คเมล์พบว่ามีเมล์หัวข้อเดียวกันจากคนใน มน. ส่งมาให้ซ้ำกันโดยใช้หัวข้อว่า "มอนอของเรา" หลังจากอ่านจบพร้อมๆ กับรอยยิ้มหลังจากนึกภาพตามในแต่ละหัวข้อ  ดิฉันคิดทบทวนไปมาหลายตลบว่าควรจะนำมาลงใน blog ดีมั้ย  จนถึงเช้าจึงตัดสินใจนำมาลง ... ก่อนอื่นดิฉันต้องขอตั้งกฎกติกาในการอ่านบันทึกนี้ก่อนนะคะว่าอ่านแล้วห้ามคิดมากเพราะบันทึกนี้ลงเพื่อความบันเทิงในบางแง่มุมของคนบางกลุ่มเท่านั้นค่ะ ... 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แด่น้องรัก
         ข้อความดังกล่าวทำให้ คุณพี่รหัส 43 รู้สึกหวนระลึก ถึงมอ.ยิ่งนัก คงมีโอกาสสักครั้งที่พี่น้องเหล่า มน.จะได้เจอกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมกับบรรยากาศใหม่ๆ  ในความทรงจำเก่าๆๆ

  • มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก มีชื่อเล่นว่า มน. (มอ-นอ) (NU) เป็นมหาวิทยาลัยที่ร้อนและแดดแรงมากๆ  ที่สุดในสยามประเทศ  (ร้อนไปได้ไง ซัมเมอร์ 43 องศาและแดดแรงขนาดมีศูนย์พลังงานแสงอาทิตย์)
  • เราเรียกนักศึกษาที่นี่ว่า “นิสิต”
  • บัตรนิสิตเป็นบัตรที่เราไม่อยากจะให้ใครได้เห็นเพราะรูปนั้นมันนรกมากช่างกล้องที่ถ่ายบัตรช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการถ่ายรูปอย่างสูงจริงๆ
  • สิงที่นิสิตเคารพบูชาที่สุด  คือ  พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่าประทับนั่ง  พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทก เราเรียกที่นี่ว่า “ลานสมเด็จ”  ลานสมเด็จนี่เองจะมีช่วงคึกคักมากๆ ที่สุดในรอบปี คือ สอบมิดเทอม และช่วงสอบไฟนอลเท่านั้น
  • สิ่งที่นิสิตมักบนสมเด็จเสมอ  คือ  วิ่งรอบลานสมเด็จ (เมื่อก่อนเล็กกว่านี้ ปัจจุบันขยายกว้างขึ้น) ถูลานสมเด็จ (อันนี้สมเด็จท่านอนุโลมให้เอาเพื่อนมาช่วยถูได้) ดอกไม้สีสันสวยงามต่างๆ ตุ๊กตาไม้ที่เป็นช้าง ม้า และไก่ชน (เท่านั้น)
  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกเสลา ซึ่งเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธ์มากๆ บางคนเรียนมา สี่ปียังไม่เคยเห็นดอกเสลาซะที
  • หน้ามหาวิทยาลัยยังทำนา และเลี้ยงเป็ดอยู่
  • ถนนหน้ามหาวิทยาลัยบางทีชาวบ้านก็เอาข้าวเปลือกมาตากซะงั้น
  • นิสิตมน.เกือบทุกคนต้องรู้จักเจ๊เสริฐ (กะเทยสมรภูมิที่ขายกับข้าวตามสั่ง)
  • มน.มีชาไข่มุกของป้าที่อร่อยสุดๆ ของแคว้นแดนไทยซึ่งในกรุงเทพฯ ยังหากินได้อร่อยไม่เท่า
  • ช่วงใกล้รับปริญญาคนสวนของมหาลัยจะมีอิทธิปาฏิหาริย์สามารถเนรมิตพื้นที่และดอกไม้ให้สวยได้ภายใน3-4วัน
    และช่วงรับปริญญานี่เองเป็นช่วงที่น้องหมาสุดรักประจำคณะต้องเก็บตัว
  • คณะเราต้องเรียกพี่ยามเท่านั้น ห้ามเรียกลุงยามแกบอกว่าแก่ไปพี่ก็พอ
  • พาหนะที่ใช้มากที่สุด คือ รถมอเตอร์ไซต์ และรถวิ่งรอบมอเมื่อก่อนเราเรียกว่ารถส้ม ปัจจุบันมันเป็นรถไฟฟ้าไปซะแล้ว
  • ใครขับรถรอบ ม.ตอนเที่ยงๆ  ถึงบ่ายสามสิ่งที่คุณได้รับอย่างไม่น่าเชื่อ คือ สีผิวเปลี่ยนได้ทันตาเห็น และคุณจะกลายเป็นลูกครึ่งผมแดงทั้งที่พ่อแม่คุณเป็นคนไทย
  • ตอนที่ยังไม่เป็นหวยบนดิน นิสิตสามารถแอบซื้อหวยได้กับป้าแม่บ้าน
  • สะพานลอยหน้ามหาลัยมีไว้ให้มอเตอร์ไซต์หลบฝนและนิสิตไว้หลบแดดตอนรอรถเท่านั้นไม่ได้มีไว้ใช้ข้าม
  • มนุษย์เพศชายในคณะมนุษย์ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่น่าสงสัยว่าเป็นมนุย์กึ่งชาย
  • มน.มีการแข่งขันประกวดดนตรี เราเรียกมันว่า NU VOICE
  • มน. มีระบบ SOTUS เด็กปีหนึ่งต้องผ่านการว้าก และการเข้าห้องเชียร์มาอย่างโชกโชน ซึ่งทางอาจารย์ก็พยายามหาทางควบคุมให้อยู่ใน limit ที่พอควรมาตลอด แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั่งเกิดเรื่องนศ.ม.เกษตร ฆ่าตัวตายเนื่องจากทนไม่ได้กับการรับน้อง
  • น้องปีหนึ่งจะต้องแต่งตัวถูกระเบียบ น้องผู้หญิงใส่เสื้อนิสิตที่เชยที่สุด คือเสื้อไม่มีสาบ ติดกระดุมคอ กระโปรงทรงเอคลุมเข่าสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ห้ามมีลวดลาย น้องผู้ชายใส่เชิ้ตขาวแขนยาว ผูกไทด์สีเทา กางเกงสแล็ค รองเท้าหนังกระดุมคอและเนคไทด์ของน้องปีหนึ่ง จะได้รับการปลดให้โดยพี่รหัสเมื่อปิดห้องเชียร์เรียบร้อยแล้ว ชุดพิธีการของ มน. หมายถึง ชุดที่ใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่งคือการแต่งกายถูกระเบียบ แต่เปลี่ยนนากกระโปรงและกางเกงสีดำ  เป็นกระโปรงและกางเกงสีเทาแทน
  • ช่วงเทอมหนึ่งน้องปีหนึ่งทุกคนจะได้รับการบอกกล่าวให้ไหว้รุ่นพี่และอาจารย์ที่เดินผ่าน  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อรุ่นพี่หรืออาจารย์เดินผ่านหรือขับรถผ่านจะมีน้องๆซึ่งแต่งตัวถูกระเบียบไหว้และร้องทักว่า "พี่คะ/ครับ สวัสดีค่ะ/ครับ"
  • ช่วงก่อนเปิดเทอม 1 จะมีการจัดค่ายให้น้องๆ ปี 1 มาอยู่รวมกันทำความรู้จักกันทำกิจกรรมร่วมกัน เรียกว่า "begining Camp" โดยน้องปีหนึ่งจะได้รับการบายศรีสู่ขวัญ และผูกข้อมือ
  • ครุย มน. เป็นครุยผ้าโปร่งสีขาว มีแถบสีเทา-แสด อันเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย  มองเผินๆคล้ายกับชุดพระยาแรกนาขวัญ (อันนี้เพื่อนชอบแซว)
  • ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ ในช่วง ธ.ค.- ม.ค.  ช่วงรับปริญญาที่ มน. เป็นช่วงที่คึกคักและทำให้การจราจรติดขัดที่สุด
  • ชื่อเดิมของ มน. คือ "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก"
  • ที่นั่งเล่น/ออกกำลังกายในมอนอ มี 2 แห่ง คือ ที่โอเอซิส หรือที่เรียกอีกชื่อว่า เนินเทเลทับบี้ ใครนึกไม่ออกจินตนาการถึงสนามหญ้าที่พวกเทเลทับบี้ชอบออกมาเต้นกับอีกแห่ง คือ อ่างเก็บน้ำ ที่นี่มักมีคนไปให้อาหารปลาด้วย
  • มีผับที่แทบจะติดรั้วของมหาลัย ประมาณห้าเมตรได้ (toxic)
  • ไอติมทอดข้างมอร้าน "กิ่งแก้ว" (เอ๊ะ หรือเปล่า - -*)  ป้าคนขายเป็นคนขี้ลืมมากๆถ้าไม่จดให้ป้าแก ป้าแกจะลืมทำ หรือถ้าไม่จด เวลาคิดเงิน ป้าแกจะถามว่าสั่งไรบ้าง เดินไปก้าวนึงก็จะถามคำถามเดิม เดินอีกก้าวก็ถามใหม่จนกว่าจะถึงเก๊ะเก็บตังค์ -*-
  • ไก่ทอดร้าน กะต๊าก (หรือกะโต๊กนี่แหละ) อร่อยม้ากๆๆ อร่อยกว่า KFC อีก !!!
  • มีโลโก้ประจำ ม.ก็คือ ยุงที่มีมือซ้ายกางร่ม มือขวาครีมกันแดด  (ยุงเยอะมากกกกกกกแดดแรงมั่ก )
  • รถไฟฟ้าที่วิ่งรอบมหาวิทยาลัยจะเรียกสั้นๆว่า " โดเรม่อน" หรือ "เตาอบเคลื่อนที่"
  • นิสิตหอ ญ (เก่า) ส่วนใหญ่จะรู้จัก " ยามจอย" (ดุมาก)
  • ลานสมเด็จจะคึกคักช่วงก่อนสอบ และจะมีควันธูปตลบอบอวนอยู่ตลอดเวลา
  • เด็กปี 1 ผู้หญิงจะต้องโดน "รองเท้าคัดชูกัด" แทบจะทุกคน
  • นิสิตที่รหัส 46-47-48-49 มักจะรู้จัก "พี่โฟน" (แกดังจริงๆนะ)
  • แทบจะทุกคนจะต้องได้ไปเรียนที่ตึก MD
  • ตลาดนัดทุกวันอังคารจะเป็น center point ของเด็ก มน.จะมีขายทุกสิ่งอย่าง ผักสด, เสื้อผ้า ,สุนัข ฯลฯ และเป็นศูนย์รวมแฟชั่น
  • ที่นี่จะขับรถเหมือนเวียดนาม ก็คือ ไม่มีไฟเขียวไฟแดง นึกจะเลี้ยงก็เลี้ยว นึกจะปาดก็ปาด ไฟเลี้ยวไม่เปิด
  • ที่นี่จะมีอยู่ 2 ฤดู ก็คือ ร้อน กับ ร้อนอิ๊บอ๋าย.. - -*
  • วิศวะชอบไปกินข้าวที่โภชนาคาร เวลาไปกินที่โภนิ จะเจอพวกนี้เยอะมากกก..
  • ทางหลัง ม. ตรงทางแยก  ถนนตรงนั้นจะไม่สามารถซ่อมได้ และสามารถเลี้ยงปลาได้
  • ประตูทางออกตรงคลองหนองเหล็ก ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกว่า "ป่าดงดิบ"
  • ลานเทเลทับบี้มีไว้ให้ลูกหมาวิ่งเล่น
  • ที่ฟิตเนสจะมีพวก กึ่งๆ ชายกึ่งหญิง ตัวล่ำขาวๆ มักจะเล่นอยู่ประจำ
  • อ่างเก็บน้ำมีไว้วิ่งออกกำลังกาย และ ให้อาหารปลา
  • รถไฟฟ้าเปิดประทุน ช่วงเย็นถ้าคุณจะนั่งคุณต้องไปขึ้นที่โรงเก็บรถ
  • 7-11 ตรงโภ จะมีไว้ให้นิสิตหญิงใช้เท่านั้น!!
  • อ.ผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดของมหาวิทยาลัยอยู่ที่คณะเภสัช หน้าตาดีเป็นจำนวนมากด้วยจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นศูนย์รวม อ.หน้าตาดีอะไรได้ขนาดนี้  แต่80เปอร์เซนต์ของอาจารย์ที่ว่ามาเป็น.....
  • มีลานเทเลทับบี้อยู่ใกล้หอสมุด  ตรงลานเทเลทับบี้เด็ก มน.หลายคนอาจไม่ทราบมีการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดของทั้ง76 จังหวัด ปลูกเรียงกันเป็นแผนที่ประเทศไทย
  • บริเวณตลาดหลังมอ เรียกอีกอย่างว่า ตลาดปอยเปต  เพราะสภาพไม่ต่างอะไรกับตลาดชายแดน
  • มีแยกวัดใจ ตรงหน้าคณะมนุษย
  • ลานสมเด็จโหดร้ายมากๆ ถ้ารุ่นพี่ให้ไปยืนร้องเพลงคณะตอนเที่ยงตรง
  • ก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าล้อม มามอนอ แล้วไม่ได้กิน เสมือนว่ามาไม่ถึง (ตอนนี้ยังมีรึเปล่าหว่า เพราะโภ1หายไปแล้ว)
  • เด็กรุ่นรหัส43 เป็นรุ่นสุดท้ายที่เกรดไม่มีประจุ (บีบวก ซีบวก ดีบวก)
  • รหัส 43 นอกจากเป็นรุ่นสุดท้ายที่เกรดไม่มีประจุยังเป็นรุ่นสุดท้ายที่เวลาตกจะได้ "E" แทน "F" ในรุ่นต่อๆ มา
  • รุ่นรหัส43 ยังเป็นรุ่นสุดท้ายด้วยที่รู้จักการต่อคิวลงทะเบียน หลังจากนั้นลงผ่านเนทหมด
  • ร้านข้าวต้มอารมณ์ดี ร้านข้าวต้มหน้ามอเจ้าอร่อย เจ้าของร้านใจดีด้วย
  • รพ.มหาลัย ก่อนเปิดเป็นรพ.ในปัจจุบันเริ่มแรกเปิดเป็นหอหญิงด้วย
  • คณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร เป็นคณะเภสัชแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดหลักสูตร 6 ปี
  • รพ. มหาลัยไม่เคยมีห้องเต็ม
  • สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนเรศวร  เป็นสภาแห่งแรกที่จดโดเมนเนมเป็นของตัวเองในชื่อ  sapanisit.com
  • เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่คณะเภสัชศาสตร์เป็นคณะบุกเบิกในการถ่ายภาพ  และที่คณะเภสัชฯ แห่งนี้มีห้องมืดล้างอัดภาพขาวดำเป็นของตัวเอง
  • ในอดีต ไม่มีหอพักชายภายในตัวมหาวิทยาลัย มีแต่หอพักหญิง
  • พระรูปสมเด็จพระนเรศวรทรงคนโฑด้วยพระหัตถ์คนละข้างกับพระรูปที่อยู่ที่ในตัวเมือง
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีตราสัญลักษณ์สองแบบ คือ 1.องค์สมเด็จไว้สำหรับติดในที่สูง  และ 2.ช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพไว้ติดในที่ต่ำ (เช่นหัวเข็มขัด)
  • วิดวะมีร้านอาหารข้างใต้ แต่ไปกินโภ 2 เพราะใกล้กว่าโภ
  • ตลาดนัดเป็นที่ทำไว้สำหรับจอดรถทั้งมหาลัยแล้วให้นั่งรถไฟฟ้ามาเรียนแต่โดนประท้วง
  • ร้านข้าวใต้ตึก EN อาหารที่ฮิต คือ ข้าวไข่เจียว
  • ร้านถ่ายเอกสารตาตู้ มีชีทของทุกคณะทุกวิชาที่เรียนที่ตึก ENอาจารย์วิดวะสามารถแจ้งข่าวการสอนได้ที่ร้านตาตู้
  • เมื่อก่อนรุ่นพี่วิดวะพาน้องไปลองของที่ วัดจูงนาง
  • ตึกวิดวะก่อนสอบมีแต่นักศึกษาแพทย์เอากระดูกมาท่อง
  • สมัยก่อนลานสมเด็จยังไม่กว้าง แก้บนด้วยวิ่งรอบมอ
  • คนที่แก้บนด้วยการถูลานสมเด็จคนแรกเป็นเด็กคณะวิดวะ
  • ช่วงก่อนสอบและหลังสอบผ้าถูพื้นลานสมเด็จไม่เคยแห้ง
  • เด็กวิดวะ ถ้าไม่เข้าครอบครูประจำปีจะเรียนไม่จบ
  • คณะวิดวะใช่จะมีชายแท้หญิงแท้มาเรียน เคยมีกระเทยมาเรียนแล้วเรียนไม่ไหวลาออกไปแปลงเพศ
  • ปัจจุบันเจ๊เสริฐขายร้านอาหารตามสั่งทิ้งไปแล้ว
  • ร้านเช่าการ์ตูนไทเกอร์ ตอนนี้น้องไทเกอร์เข้าประถมแล้ว
  • ประตูหน้ามอ ใกล้ๆ กับศูนย์วิจัยจะเปิดตอนรับปริญญา
  • ก่อนที่ถนนจะมีลูกระนาด เคยมีเด็กวิดวะเคยแข่งมอไซค์รอบมอด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • มีบางคนเรียนจบแล้วยังไม่รู้ว่ามีประตูออกจากมออีกตรงคณะวิทยาศาสตร์
  • มน.เคยมีเรื่องฆ่าเก็บแต้มด้วยแต่มันก็ผ่านไปแล้ว  ซึ่งช่วงนั้นนิสิตผวาและกลัวกันสุดๆ  ...