จากไปเพื่อพบเจอ

                สวัสดีตอนดึกครับ คืนนี้ก็มาพบกับผมอีกแล้วนะครับ เรื่องวันนี้ของผมที่จะมาเล่านะครับ คือ การทำกิจกรรมกับเพื่อนๆที่ไปเข้าค่ายที่สวนป่าของท่าน ครูบา ที่จ.บุรีรัมย์ นะครับ ผมเคยลงเรื่องเล่าและประสบการณ์ของผมมาแล้ว 2 ครั้งครับ และครั้งนี้ก้เป็นครั้งที่ 3 ครับ ผมว่าเรามาอ่านดูกันนะครับ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง

               วันนี้นะครับ เราได้ทำกิจกรรมที่ตัวเราเองเคยทำมาก่อนแล้วในการทำ O&M โครงการนี้เป็นโครงการที่ช่วยเหลือเพื่อนที่พิการในรั้วมหาวิทยาลัยของเพื่อที่จะให้ เพื่อนที่เป็นผู้พิการที่เข้ามาศึกษาต่อในรั้วมหาวิทยาลัยได้มีการชำนาญในการใช้ชีวิต ในรั้วแห่งนี้ ในการใช้ชีวิตนั้นทำตั้งแต่ ตื่นนอน จนถึง นอน เช่น การเข้าห้องน้ำ การรับประทานอาหาร การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ การทำ O&M นั้นทำเพื่อให้คนที่มีความบกพร่อง ได้เตรียมความพร้อมก่อนการเข้ามาศึกษาต่อหรือในการใช้ชีวิตประจำวัน ของคนพิการให้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ปลอดภัยมากนักแต่มันก็สามารถช่วยให้คนพิการมีทักษะในการใช้ชีวิตมากขึ้น

               หลังจากที่เราได้รับประทานอาหารแบบพิศดารแล้วเราก็ได้ร่วมกันทำกิจกรรมกันต่อ แต่ช่วงนี้ผมแอบหนีมาข้างนอกครับ เพื่อที่จะออกมาทำธุระส่วนตัว แต่ผมประทับใจอะไรหลายๆอย่างที่ผมไม่เคยได้ประสบพบเจอก็คือ ผมได้ทำทำอาหารร่วมกับแม่ครัวทุกท่าน ได้ทำขนมที่ผมไม่เคยทำ ขนมที่ผมทำร่วมกับแม่ครัวก็คือ ขนมเทียนแก้ว และสิ่งที่ผมไม่อยากลืมคือ ผมและคณะที่ร่วมเข้าค่ายด้วยกัน ได้รับเกีรติจาก ส่งมีชีวิต ชนิดหนึ่งมาต้อนรับเรา สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นคือ ผึ้ง ที่บอกเช่นนั้นคือ ผึ้งทุกตัวที่อยู่ที่นั่น เกือบทุกตัวจะมาบินวนที่รอบๆตัวเรา บินวนรอบหัวเรา และบางครั้งก็อาจจะบินมากัด เราก็ได้ สนุกครับเพราะนานๆครั้ง จะมีผึ้งมากัดตามตัวเรา อาจเป็นสาเหตุที่ว่า ผึ้งมันอาจต้องเกลือแร่ มันเลยมาบินวนแล้วก็เกาะลงกัดตามตัวของคน เพราะ คนเราเวลาเดินมากๆก็จะมีเหงื่อ ที่กลายเป็นเกลือ อาจจะเหมือน สัตว์บางชนิดที่ต้องการเกลือแร่เพื่อไปเพิ่มในส่วนที่ขาดหายไปในร่างกายของมัน

                 ตอนนี้ก็มาถึงเวลาที่เราไม่อาจลืมเพราะว่า  เราจะต้องเดินทางกลับกันแล้วทำให้ผมเศ้ราไปตามๆกัน เพราะว่า ที่เราไปค่ายครั้งนี้ต่างจากค่ายครั้งไหนๆ เพราะ เราได้มีการคิดแบบอิสระ ทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ และทำอะไรก้ได้ ในสิ่งที่เราอยากทำ เมื่อถึงเวลาการเดินทางของพวกเรามาถึง เราต่างก็ต้องไปจากที่เราเคยอยู่ แม้ว่าเราจะอยู่ไม่กี่วันเราก็มีความผูกพันธ์และมีความรู้สึกเหมือนกับว่า เราอยู่ในโลกที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเรามีความรักธรรมชาติของสวนป่า แต่เรื่องมันเศร้าครับ เศร้ามาก เพราะผมไม่อยากจากที่นั้นแต่มันก็จำเป็นครับที่จะต้องจากมาก แต่การจากมาในครั้งนี้อาจทำให้ผมได้กลับไปสู่อ้อมกอดของสวนป่า ท่านครูบา อีกครั้งก็ได้ ไม่แน่นะครับ ผมอาจจะได้กลับไปสู่อ้อมกอดของป่าไม้ สัตว์นานาชนิด ธรรมชาติ และบุคลากรในสถานที่แห่งนั้น ก็อาจเป็นไปได้

                 ในการไปเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับความรู้มากมายมหาศาลได้อะไรที่คนอื่นเข้าไม่เคยได้รับรู้และสัมผัสเหมือนกับเราที่ได้เปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องได้เปรียบในการจัดการความคิด ได้เปรียบในเรื่องอะไรหลายๆอย่าง ณ โอกาสอันน้อยนิดของผมที่ผ่านมาในการเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ระบบการทำงานของท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เปิดโลกทัศน์ที่เคยมองแคบๆ ก็กลายเป็นการมองโลกที่กว้างขึ้น เรื่องมันเศร้าครับ ถ้ามีโอกาสผมจะหวนกลับคืนสู่รังที่ผมเคยได้พักพิงในครั้งหนึ่งเมื่อเหนื่อยล้า และจะทำตามแนววิถีป่าที่เคยเห็น จะเดินตามรอยเท้าที่มันอาจจะยากเย็น แต่นกน้อยตัวนี้ก็จะทำตามความฝันของเจ้าของป่า อย่างตั้งใจ

                ท้ายนี้ผมก็ขอให้ผู้ที่อ่าน ทุกท่านโปรดช่วยกันรักษาป่าไม้เพื่อให้คนอื่นและสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้เพิ่งพิงอาศัย และได้รับอากาศที่สดชื่น อยากให้ทุกท่านรักษาป่า เหมือนที่ท่านครูบา ท่านได้ทำ

                                                                           ขอบคุณครับ

                                                                        ศิวกานต์    มมส.