เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชักชวนเพื่อนฝูงผ่าน webboard และ e-mail ไปทำบุญกันที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ด้วยความที่คิดว่าอยู่ใกล้ซะเหลือเกิน แต่ไม่เคยไปเสียที กาลกลับเป็นว่าตอนนี้บ้านเด็กอ่อนได้ย้ายไปรวมกันอยู่ในซอย all in one ที่มีสถานสงเคราะห์หลากหลายให้เลือกทำบุญกันจนอิ่มเอมใจ ทั้ง บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด บ้านเด็กอ่อนพญาไท มูลนิธิคนตาบอด มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านเด็กพิการชาย (ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต) ฯลฯ มากมายจนจำไม่หวาดไหว
นัดกันไป นัดกันมา ก็รวบรวมสมัครพรรคพวกได้ถึง 13 คน บ้างก็รู้จักคนนั้น บ้างก็ตามคนนี้มา นับวันโลกยิ่งกลมขึ้นทุกวัน เพราะไปๆ มาๆ เพื่อนใหม่ เพื่อนเก่าของเรา ก็กลายเป็นเพื่อนที่เคยเรียนมัธยมมาด้วยกัน และพวกเราก็ได้เพื่อนกลุ่มใหม่และใหญ่ขึ้นด้วยกุศลนี้ งานแรกสำหรับเราแค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ด้วยยอดบริจาคสูงถึง 13,900 บาท...คบแต่เพื่อนใจบุญทั้งนั้น J
จากบ้านเด็กอ่อนพญาไท ด้วยความเข้าใจผิดของทุกคน เราจึงได้ไปรวมกันที่บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด เมื่อดูจากยอดบริจาคและยอดสถานสงเคราะห์ในซอยแล้ว เราเห็นว่าน่าจะกระจายความช่วยเหลือไปยังที่อื่นๆ บ้าง แม้จะไม่มากนัก แต่ก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยและสรุปภารกิจได้ดังนี้
1. บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด บริจาค 4,700 บาท + สบู่เหลว 1 ลัง
2. มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บริจาค 4,000 บาท
3. มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ บริจาค 5,200 บาท
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ถึงคนจะเยอะ และมีบางคันหลงทางไปบ้าง แต่เราก็สามารถไปถึงจุดหมายทุกที่ได้อย่างอิ่มเอมใจด้วยบุญที่ทำไป แต่ก็หดหู่และรันทดใจกับภาพที่เห็นเช่นกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> หลายคนไม่ทำบุญแบบนี้ เพราะไม่มีเพื่อนไปบ้าง ไม่รู้จะไปอย่างไรบ้าง ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร หรือไม่อยากเห็นภาพชีวิตที่สุดแสนจะห่อเหี่ยว ทั้งผู้อาศัยและผู้ดูแล เพื่อนๆ หลายคนดีใจที่เราจัดโปรแกรมนี้ขึ้นมา ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องบริจาคมากมาย แค่น้ำใจเพียงคนละเล็กละน้อย เมื่อรวมกันแล้วก็เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสต่อไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> พักนี้รู้สึกตัวเบาๆ ไม่รู้ว่าเพราะลดน้ำหนัก หรือทำกุศลเยอะกันแน่ แต่หสังจากคุณพ่อเสียชีวิต ก็ใส่บาตรทุกวัน ทำบุญทุกอย่างเท่าที่กำลังความสามารถจะพาไป ไม่รู้หรอกว่าพ่อจะได้รับหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เราได้รับรอยยิ้มอย่างมากมาย รอยยิ้มที่มีแต่ความสุขใจ มันพลอยทำให้เรามีความสุขและภาคภูมิใจไปด้วย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา เราทำ 2 บุญที่แตกต่าง วันอาทิตย์อยู่ปากเกร็ด วันเสาร์เลี้ยงพระที่วัดชนบทในจังหวัดกาญจนบุรี แปลกใจเหมือนกันที่ต้องจัด 3 สำรับ วงหนึ่งสำหรับพระ 3 รูป อีกวงสำหรับพระ 2 รูป และสำหรับเณรอีกสำรับ ทำไมเหรอคะ…พระที่นี่ไม่ถูกกันค่ะ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มี 2 สายด้วยกัน เห็นว่าเนื่องจากตำแหน่งเจ้าอาวาสไม่ลงตัว ประมาณนี้แหละ ทั้งๆ ที่วัดนี้สร้างมาไม่ต่ำกว่าร้อยปี เป็นวัดประจำตระกูลที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่บัดนี้ จะหาคนมาทำบุญก็ยาก คนเข้าวัดก็น้อย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สองวันที่แตกต่างไม่รู้ว่าบุญไหนใหญ่ เล็ก ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนานี่เค้าว่าบุญใหญ่หนักหนา แต่บางทีเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็หดหู่ ยิ่งเจอกับตายิ่งท้อใจ ใส่บาตรในเมืองของล้นทุกวัน ไม่รู้ว่าพระท่านจะฉันหมดได้อย่างไร ต่างจังหวัดก็แร้นแค้นเหลือแสน พระจะฉันกาแฟก็ยังไม่มี เด็กอยากเรียนก็แทบจะหาโอกาสได้ยาก คนมีโอกาสก็ไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> อีกหน่อยคงต้องให้โรงเรียนจัดทัศนศึกษาพาไปดู ให้เห็นความลำบากของคนด้อยโอกาส พาพวกที่ต้องบำเพ็ญประโยชน์ เลิกกวาดถนน ไปบีบนวดให้เด็กพิการ ให้ดูว่าถ้าเมาแล้วขับจนตัวเองหรือคนอื่นพิการ ชีวิตจะเป็นอย่างไร…เผื่อจะมีจิตสำนึกกันบ้าง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

<div>
</div></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
แค่เริ่มต้นคิดก็ได้มีบุญแล้วค่ะ
ยินดีด้วยครับกับ กุศลกรรม ที่คิดและทำกันอย่างง่ายๆและเป็นธรรมชาติ
เบาสบายแน่ครับ ตราบใดที่คนเราทำกิจกรรมใดๆโดยมีความ “รักผู้อื่น” เป็นฐาน ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยบอกว่า ถ้าถือศีลอะไรไม่ได้ก็เอาไว้ข้อเดียวก็ได้คือ “รักผู้อื่น” นี่แหละ .. มันจะครอบคลุมอะไรได้แค่ไหน ลองคิดดูนะครับ น่าสนใจทีเดียว
พี่ส้มทำบุญเยอะแฮะ ตรงข้ามกับผมเลยไม่ค่อยได้ไปทำบุญเท่าไหร่ ไว้วันหลังมีงานบุญก็ชวนกันบ้างนะครับ