เมื่อ 2 3 วันก่อน ดิฉันรู้สึกวุ่นวายกับการจัดการความรู้มากค่ะ และมองอะไร ๆ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก ก็เลยหักเหความสนใจให้กับตนเองโดยการ ไปทำงานโน้นงานนี้บ้าง หรือไปสนทนาเฮฮาปาตี้กับคนอื่นบ้าง และไปค้นหาข้อมูลให้กับตนเองว่า "เราเป็นอะไรไปซะแล้วละ..."
แล้วมาวันหนึ่ง (จากที่ดิฉันวุ่นวายกับตนเอง) ดิฉันก็ได้รับการ "ไขก๊อก" ขึ้นจากผู้รู้ท่านหนึ่งที่ได้ไปสนทนาด้วย โดยการเล่าถึงภาระหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมายและหนักใจให้ฟัง...ปรากฏว่า "ท่านผู้นี้..ก็ให้ดิฉันศึกษาและดูตัวอย่าง... 1) คุณหมอวิจารณ์ พานิช 2) ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด และ 3) คนอื่น ๆ
โดยวิเคราะห์ร่วมกันว่า 1) ตกลงแล้ว คุณหมอวิจารณ์ พานิช ท่านใช้ KM กับตัวท่านเองอย่างไร? 2) เพราะอะไร?คุณหมอวิจารณ์ พานิช ท่านถึงมีเพื่อเยอะ และเป็นที่รักใคร่ของบุคคลอื่น ๆ และ 3) แล้ว คุณหมอวิจารณ์ พานิช เอา KM มาจัดการ KM ได้อย่างไร? ถึงบรรละผลสำเร็จในการทำงานได้
ดังนั้น ดิฉันก็ถูกจัดกระบวนการ โดยผู้ที่มีประสบการณ์สูงกว่า และเป็นผู้รู้มากกว่า "เราก็วิเคราะห์กัน โดยการสนทาและโต้ตอบกันไปเรื่อย ๆ" ประมาณ 10 นาที ดิฉันก็ได้ข้อสรุปว่า "เรายังใช้ KM...ไม่เป็น...เราแค่ทำความเข้าใจกับ KM เท่านั้นเอง" แล้วดิฉันก็นึกขำ.....เมื่อค้นพบว่า "เราโดน KM ทับตัวให้แล้ว..." ฉะนั้น เราจะต้องกลับตัวและพลิกตัวใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกมากถ้าเราใช้ KM เป็น และใช้อย่างคนที่เข้าใจมัน
แต่ก็ได้รับกำลังใจจากผู้ชี้แนะว่า.....
"บางครั้ง เมื่อเราทำอะไรไปเรื่อย ๆ หรือนาน ๆ เข้า เราก็จะเจอทางตัน... ซึ่งถ้าเราไม่ได้เจอสิ่งนี้ด้วยตนเอง...เราก็จะไม่เชื่อและไม่มีประสบการณ์...และไม่ฟังใคร...ฉะนั้น เมื่อดิฉันเจอ...ดิฉันก็จะฟังและเชื่อ...เราก็จะไม่โดน KM ทับ"
จึงเป็นเรื่องดีที่ดิฉันได้เจอเหตุการณ์ดังกล่าว จึงเป็นข้อคิดให้กับตนเองว่า "การทำงานในหลาย ๆ เรื่อง เราไม่ได้รู้ไปทุกเรื่อง หรือเก่งไปทุกอย่าง และงานที่ต้องใช้องค์ความรู้บางเรื่องนั้น เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง...องค์ความรู้ที่เรามีอยู่มันไม่ถึงซะแล้ว...เราจึงต้องมีที่ปรึกษาหรือผู้รู้ที่มีองค์ความรู้ที่สูงกว่าเรา...มาสนทนาด้วย"
ทำให้ดิฉันนึกถึงทีมงาน และพี่ ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ว่า...แล้วเขาเหล่านั้นละ....จะเป็นอย่างไร?...ถ้าหากเราพูดและเราบอกแบบว่า "เรารู้และเราเก่งไปซะ...ทุกเรื่อง" ฉะนั้นการมีเพื่อนที่ดี ๆ มีพี่ที่ดี ๆ จึงเป็นบุญที่ทำให้ดิฉันหลุดจาก "โดน KM ทับ" ค่ะ
ดิฉันคิดว่า
เห็นด้วยกับคุณหมอนนทลีครับ
ชอบเวิร์ดดิ้ง "การทำงานในหลาย ๆ เรื่อง เราไม่ได้รู้ไปทุกเรื่อง หรือเก่งไปทุกอย่าง และงานที่ต้องใช้องค์ความรู้บางเรื่องนั้น เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง...องค์ความรู้ที่เรามีอยู่มันไม่ถึงซะแล้ว...เราจึงต้องมีที่ปรึกษาหรือผู้รู้ที่มีองค์ความรู้ที่สูงกว่าเรา...มาสนทนาด้วย" จะนำมาตรองดูอยู่เสมอๆครับ ขอบคุณที่ให้แง่คิดที่ดี
เห็นด้วยค่ะ เพราะในปัจจุบันมีความรู้สึกว่า ทำงานไปเหมือนเจอทางตัน มีความรู้มากขึ้นแต่เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็ได้คุยแรกเปลี่ยนวิธีการทำงานกับเพื่อน ๆ หรือคุยกับผู้รู้ ทำให้ได้แนวคิดที่ดีขึ้น
ขอรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายและคำจำกัดความของ KM ขอบคุณครับ