ก่อนวันนัด คุณแววตา หัวหน้าเวชระเบียนออกตัวมาเลยว่า ทีมคงเข้าได้แค่ 5 คน ค่ะ หมอ เพราะ ทุกคนจะยังมีงานยุ่งกันหมด เลยถึงจะ 3 โมง ก็เถอะ
วันจริง น้องอิ๋มเลขา เวทีสัญจรโทรมาตอน บ่าย 2 ว่า คุณหมอสุภัค ท่านรักษาการผู้อำนวยการมาไม่ได้ ดรสง่าไม่อยู่ คุณหมออิทธิพงษ์ และคุณหมอสมศักดิ์ ก็ไม่ได้ทั้งคู่เลยค่ะ คุณอำนวย จะไม่ได้สักคน
ยุ่งละซี หมอหน่อยนึกในใจ แย่แล้ว ต้องยกเลิกหรือเปล่านี่ รีบตรวจคนไข้ให้หมด บอกน้องป๋อง ที่ OPD ว่า หมอไปก่อนนะ ถ้ามีคนไข้มากตามอีกทีแล้วกัน แล้ววิ่งไปถึงห้องประชุมโดยพลัน
1510 น เฮอ โล่งอก โชคดี คุณหมอติ่ง หมอฟันโดยตำแหน่งแต่เป็นคุณอำนวยมืออาชีพของเรา กำลังทำหน้าที่อยู่ในวงทีมเวชระเบียน 10 กว่าคน แถมมีหมอนก ป้ายิ้ม น้องเล็ก น้องอิ๋ม หัวหน้ารปภ และทีมพัสดุ 2 ท่าน นั่งช่วยฟัง อยู่ด้วย
หลังแนะนำตัวสั้นๆ หัวหน้าก็เริ่มเล่าเรื่องในทันที เธอเล่าว่า ทำงานมา 20 กว่าปี มีสุข มีทุกข์ มีการร่วมคิดร่วมทำจากทีมตลอด น้องๆคิดสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็สำเร็จได้เช่น
การ key ข้อมูลผู้ป่วยจากจุดรับผู้ป่วยลงไปพิมพ์ใบแทนที่ห้องเก็บบัตรด้านล่าง ที่ใช้เช็คเอาท์ หยิบบัตรผู้ป่วยออกจากชั้น ส่งให้ผู้ป่วยได้ทันที
นอกจากคิดอะไรใหม่ๆ น้องๆยังมีน้ำใจเช่นตอน ระบบ คอมพิวเตอร์ล้มเหลว ยุ่งมากก็อยู่ช่วยงานกันจนผู้ป่วยที่รอเบาบางจึงจะแบ่งกันลงกินข้าว
หลังจากนั้น ทีมก็สลับกันเล่า อย่างมีชีวิตชีวา สลับเสียงฮาเป็นระยะ ไม่ฮาตึง ก็ฮากลิ้ง ดูจากภาพประกอบใน บล็อกก่อน เพิ่มเติมได้ ค่ะ โดยเฉพาะให้ดูรูปคุณหมอติ่งเป็นคุณอำนวยได้ชีวิตชีวา ฮากลิ้งจริงๆ
หนุ่มตาโต จอมโจ๊ก ขอเล่าก่อน ทำบัตร แต่ได้ช่วยคนที่ป่วยเจ็บที่มา
ผมพบคุณยาย นอนเปล คุณตามาส่ง ทั้งหิ้วทั้งหอบของมาเพียบ ผมออกจากจุดทำงานพาไปส่งที่หน้าห้องตรวจเลย คิดว่าเราเป็นลูกเป็นหลานช่วยบริการ ตอนลาคุณตากลับมาไหว้ผม เออ งงๆ
หนุ่มอีกคน ไม่ได้ทำแต่บัตรครับ คนไข้อาการไม่ดี จะเป็นลม ผมอุ้มไปส่งห้องฉุกเฉินเลยล้อนั่งเปลนอนเราจะระวัง เรารีบทำบัตร บริการให้เร็ว เพราะผู้ป่วยด่วนสำคัญกว่า เอกสารด่วนครับ
อีกคนเล่าว่า มีความสามัคคีในทีมครับ ทำงานกันแบบครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง ยืมเงินกันยังได้เลย (ฮา)
เราพยายามจะยิ้ม จะอธิบายมากที่สุดตามสโลแกนเรา “มองหน้า สบตา ยิ้มทักทาย”
ที่หนักใจคือพบชาวต่างชาติ ฟังได้ พูดไม่ได้ แฮะๆ เพื่อนหนีไปหมด เขาโดนหมากัด ถามผมมาทำนองเปิดทำการกี่โมง ผมตอบว่า hospital open seven eleven เขารู้เรื่องด้วยแฮะ พูดกับผมว่า Oh 24 hour ผมเลยต่อว่า you keep hospital card go emergency room โล่งอกครับ มาหน้าแตกตรงที่สามีฝรั่งของเธอ ที่นั่งฟังอย่างดี บอกผมตอนท้ายว่า ขอบคุณจ้าดนักครับ(ฮาตึง)
ที่นี่ผู้หญิงไม่ค่อยมี (พึ่งสังเกตว่าทั้งทีมมีหัวหน้าทีมและอีก 2 หญิงนอกนั้นเป็นชายหมด)เราพยายามเลือกชาย เพราะต้องขึ้นเวรบ่ายดึก ต้องเจอคนทุกประเภท มาต่อว่ามาขู่ มาด่า บางทีต้องช่วยกัน เวลาคนเกเร คนพาล ที่มาคุกคามกลางคืน ครับ
ผู้ป่วยไม่เข้าใจหรอกครับ ว่า ระบบขัดข้อง คอมเสีย อยากได้บัตรไวๆ ทำไมบัตรไม่ได้ ถ้าเจอเขาหงุดหงิดมาก นอกจากอธิบาย ต้องเข้าไป ตัวต่อตัว และให้เห็นจริง ให้ถือบัตรไปเองเลย
ตอนเช้าคนมาเยอะเราเอาแผงกั้นขึ้นวางบังบนเคาวนเตอร์ บริเวณที่คอมอยู่บังไม่ให้หน้าคนลงข้อมูล คนทำบัตรใหม่ เพราะจะผิดพลาด ถ้าทั้งพิมพ์ และทั้งตอบ และเราจัด 1 คนไว้ตอบคำถามครับ คนจะเข้ามาจากทุกทิศ ถามทุกอย่าง เราก็ต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเราไม่พอ
ข้อมูลเดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก ผิดน้อย เราจะระวัง เพราะเป็นเรื่องสำคัญ มีครอบคลุมหมด ผู้ที่จะติดต่อ มีเบอร์โทรเพื่อติดตามได้ด้วย
ตลอดเวลา ที่นั่งฟัง บรรยากาศดีเยี่ยม คนในห้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีหัวเราะ มีเสียงฮา แทบจะทุก 2 -3 นาที
ทีมเวทีสัญจรยังได้เรียนรู้นวตกรรม นาทีละบาทของเวชระเบียน ที่คนฟังหลายคนทึ่ง อยากเลียนแบบเอาไปใช้
เนื่องจากทีมประชุมว่ามีปัญหาคนมาทำงาน เช้าก็เยอะ คนมาสายก็มี คนไหนเช้าก็เช้าตลอด สายก็สายประจำ ก็เลยเอามาประชุมกัน มติจากที่ประชุมออกมาว่า ปรับ นาทีละบาท
ปรากฏว่าได้ผลครับ ได้การพัฒนาตนเอง และได้เงิน คนที่ช้าที่เคยโดนปรับครั้งละ 30 40 บาทลดลงและหายไป
นั่งฟังแล้ว คนฟังอุทานว่า ทำได้ไง เป็นการสร้างนิสัย ที่สุดยอดเลย