"การที่เราไม่ “ลงทุนสมอง” เลย เราจะได้ “กำไรสมอง” มาได้อย่างไง..."

ในการรักษาความยิ่งใหญ่ขององค์กรให้ยืนหยัดอยู่ได้  ทำให้องค์กรไม่กลายเป็นพวกนักอนุรักษ์นั้น  ผมคิดว่ามันต้องใช้ฝีมือมาก  และเป็นส่วนมากเหมือนกันที่องค์กรหลายองค์กรเห็นความสำเร็จขององค์กรจากคนหนุ่มสาว  หรือคนรุ่นใหม่...  จึงไม่ยากเลยที่จะเห็นองค์กร  โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำต่าง ๆ  ยอมให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน...

เมื่อประมาณเจ็ดแปดปีที่แล้วตอนที่ผมทำงานอยู่ที่บริษัทเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ตอนนั้นผมจบแค่เพียง  ปวส.  วันนั้นเป็นวันต้อนรับพนักงานใหม่  เป็นวันที่ผมจำคำพูดหนึ่งได้ติดใจ  เป็นคำพูดของหัวหน้าสาขาฯ  เขาบอกกับพวกผมที่เข้าไปใหม่ก่อนที่จะเริ่มงานวันแรกว่า  “ผมยินดีที่ถ้าใครมีความสามารถและแย่งตำแหน่งผมไปได้”  ถ้าลูกน้องคนไหนใช้ความสามารถของตนเองแย่งตำแหน่งของผมไปได้  ผมจะไม่เสียใจ  และไม่เพียงไม่เสียใจเท่านั้นผมยังจะดีใจด้วยซ้ำไป  เพราะนั่นคือผมประสบความสำเร็จที่สามารถสร้างคนเก่งขึ้นมาได้...  นี่แหละครับสิ่งที่ผมจำมานาน  แปลกที่ผมไม่ค่อยจะจำอะไรที่เป็นหลักการซะด้วยสิ

ฉะนั้น...  มันไม่ผิดใช่ไหมครับที่จะให้คนรุ่นใหม่ได้ลองทำในสิ่งที่เขาคิด  แม้บางเรื่องอาจมีบางคนไม่เห็นดีเห็นงามด้วย  แต่เมื่อดูแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เกิดความผิดพลาดหรือเสียหายอะไร  ลองดูครับ  ลองให้คนพวกนี้ได้ทำดู...  การที่เราไม่  “ลงทุนสมอง”  เลย  เราจะได้  “กำไรสมอง”  มาได้อย่างไง  แล้วถ้ามันเกิดสำเร็จแบบฟลุ้ค ๆ  ขึ้นมาล่ะ...  มันก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่หรือ

อย่าลืมนะครับว่า...  ทำอะไร ๆ  แล้วไม่กล้าที่จะเสี่ยง  ไม่กล้าลงทุน...  องค์กรก็จะกลายเป็นโรคตายด้าน  เหมือนกับคนที่ป่วยเป็นอัมพาต  กว่าจะเริ่มรู้สึกตัวก็ใช้เวลาในการฟื้นฟูเป็นเวลานาน  หรืออาจจะหมดหวังเลยก็ได้....