ความใฝ่ฝัน

         ในตอนเด็กข้าพเจ้าเป็นคนที่ชอบการวาดรูป ชอบงานศิลปะ ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยเล่นกับเพื่อนๆแต่จะเป็นคนที่ชอบเล่นกับจิตนาการของตัวเอง คือวันทุกวันถ้ามีเวลวว่างส่วนใหญ่ก็จะนั้งวาดภาพระบายสี ซึ่ง ช่วงเรียนประถมถ้าทางโรงเรียนมีงานประกวดวาดภาพตนเองก็จะเป็นตัวแทนของห้องและก็ได้ที่หนึ่งเกือบทุกครั้ง (ไม่ได้โม่)สิ่งนี้จึงทำให้ตนเองมีความฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า ตนอยากจะเป็นจิตรกรอยากเรียนในด้านศิลปะ ซึ่งพ่อแม่ก็ทราบดีว่าเราชอบงานด้านนี้มาตั้งแต่เด็กและก็มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้สนับสนุนและก็ไม่ได้ห้ามอะไร และเมื่อข้าพเจ้าไปเรียนในชั้นมัธยม พ่อแม่ก็เริ่มพูดว่าศิลปะเรียนไปก็ไม่มีงานทำหรอก เป็นงานที่ต่อยต่ำ หางานยากบ้างต่างๆนาๆ ตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าเองก็เริ่มสนใจด้านศิลปะน้อยลงตอนเรียนมัธยมก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยกับงานศิลปะเลย แต่ถ้ามีชั่วโมงที่เรียนศิลปะเราก็จะเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดและเป็นที่รับรู้กันของเพื่อนๆแต่ข้าพเจ้าเองก็เริ่มที่จะจับดินสอวาดรูปน้อยลงจนไม่ทำมันเลยเป็นเวลาหลายปีแล้ว อาจจะด้วยความที่เราเป็นเด็กผู้ใหญ่พูดอะไรก็เชื่อ รู้สึกคล้อยตามไปตามความคิดของพ่อกับแม่

        แต่ปัจจุบันเมื่อข้าพเจ้าก้าวเข้ามาเรียนมหาลัย(ปี3)ข้าพเจ้าก็มานั้งรู้สึกเสียดายว่าทำไมข้าพเจ้าถึงไม่ทำตามความฝัน จากประสบการณ์ในการเรียนมหาวิทยาลัยข้าพเจ้าได้แง่คิดว่าถ้าคนเราเรียนตามความชอบและความถนัดของตัวเองย่อมเป็นสิ่งที่ดีเพราะเราจะสามารถผลักดันให้ตัวเราพัฒนาได้ดีขึ้นเรื่อยๆในความฝันที่เราตั้งใจไว้โอกาสที่จะก้าวหน้าก็มีมากกว่าสิ่งสำคัญคือเราจะมีความสุขในการเรียนมากกว่าเพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารักและถนัด  ข้าพเจ้าเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนก็ย่อมมีความฝันที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็กกันทุกคน

          ดังนั้นข้าพเจ้าอยากจะแนะนำถึงน้องๆที่กำลังศึกษาอยู่และยังไม่ก้าวเข้ามาสู่รั้วมหาลัยก็อยากให้น้องๆฉุกคิดสักนิดก่อนตัดสินใจในการเลือกเรียนสาขาอะไรเพราะการเรียนมหาลัยมันหมายถึงงานในอนาคตของเราด้วย และอยากให้ชีวิตในการเรียนมหาลัยของน้องๆเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวน้องเองและขอให้ประสบความสำเร็จกันทุกๆคนนะค๊ะ