•                    เนื่องจากดิฉันได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประจำจังหวัดพิษณุโลก   ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจำจังหวัดพิษณุโลก
  • โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  22  ก.พ.  2550 -  28  มี.ค.  50
  • ในบันทึกนี้ดิฉันจะสรุปผลการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละอำเภอมาเผยแพร่ค่ะ
  • สามารถติดตามได้ตลอดเดือน มี.ค.ค่ะ
  • สรุปผลการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน อ.วังทอง  จ.พิษณุโลก  วันที่  6  มีนาคม พ.ศ. 2550 ณ.ศูนย์ประสานแผนฯ
  • กรอบที่ 1 สิทธิเสรีภาพ  การมีส่วนร่วมของประชาชนและการกระจายอำนาจ
  1. เสนอให้มีการตรากฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นในทุกระดับทั้งท้องถิ่นและในระดับชาติโดยจัดตั้งสภาประชาชน
  2. เสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระที่คอยทำหน้าที่ในการตรวจสอบแทนประชาชน
  3. ให้มีการกำหนดกฎหมายเี่กี่ยวกับผู้สูงอายุและให้มีการจัดทำงบประมาณในการกำหนดเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
  4. ลดจำนวนการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายและถอดถอนเหลือ30,000 คน
  5. บทบาทให้สื่อมีเสรีในการนำเสนอข่าวสารทั้ง 2 ด้านบวกและลบ
  6. ออกกฎหมายควบคุมจริยธรรมของสื่อให้ชัดเจนและจัดตั้งองค์กรอิสระควบคุมการทำงานของสื่อและมีบทลงโทษสื่อเมื่อนำเสนอข่าวสารผิดพลาดหรือละเมิดสิทธิประชาชนควรมีบทลงโทษ เช่น ยึดใบผู้ประกาศหรือยุบสถานี คลื่นวิทยุนั้นๆ
  • กรอบที่ 2 สถาบันการเมือง
  1. เสนอให้มีการปรับลดจำนวน ส.ส. เนื่องจากเหตุผลจำนวนส.ส. ที่มากเกินไปทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ เช่น 200 หรือ 300 คน และควรมีการศึกษาไม่น้อยกว่าปริญญาตรี
  2. ระบบส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ ยังควรมีอยู่เพราะเปิดโอกาสให้คนดียังสามารถเล่นการเมืองได้และมีผลต่อการเลือกนายก
  3. ส.ว.ยังควรมีอยู่จำนวนเท่าเดิม 200 คนและมีการศึกษาปริญญาตรี
  4. ส.ส.ยังควรสังกัดพรรคการเมืองเพราะจะช่วยควบคุมส.ส.ได้โดยเฉพาะการเปิดอภิปรายโดยยังคงการกำหนดระยะเวลาในการสังกัดพรรคการเมือง 90 วัน
  5. กำหนดเขตเลือกตั้งยังคงเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเพราะมีความชัดเจนไม่วุ่นวายและประชาชนได้รับผลประโยชน์มาก
  6. ในกรณีที่มีการถูกตัดสิทธิเพราะได้ใบเหลือง-ใบแดงให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยผู้ที่มีคะแนนรองไม่มีสิทธิเลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.
  7. ส.ว.ควรมีอำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพราะจะทำให้กระบวนการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • กรอบที่ 3 องค์กรตรวจสอบอิสระและศาล
  1. เสนอให้เพิ่มบทบาทศาลโดยจัดตั้งศาลตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระให้มากขึ้น เช่นการสรรหา  การจัดตั้งองค์กรอิสระอาจซ้ำซ้อน  ไม่โปร่งใส
  2. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหากกระทำผิดฐานทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติไม่ควรกำหนดอายุความเพราะการสืบหาพยานหลักฐานอายใช้เวลานาน
  3. ประชาชนสามารถฟ้องร้องส.ส.หรือเจ้าหน้าที่รัฐได้ในฐานะผู้เสียหายโดยไม่ต้องผ่านตัวแทน  เช่น กกต.
  4. ประชาชนหรือหัวหน้าส่วนราชการต่างๆควรมีอำนาจในการสั่งโยกย้ายและให้มีการกำหนดอย่างชัดเจนในความผิดเมื่อมีการสั่งโยกย้าย  หากไม่เป็นธรรมสามารถฟ้องศาลปกครองได้
  5. คณะกรรมการองค์กรอิสระไม่ควรมีตัวแทนพรรคการเมือง
  6. ควรมีศาลเลือกตั้งทำหน้าที่ตัดสินการเลือกตั้งเพื่อคานอำนาจ กกต.
  7. เพิ่มอำนาจหน้าที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน, สตง.,ปปช.  สามารถฟ้องร้องลงโทษได้
  8. เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาการตรวจสอบองค์กรอิสระที่มาจากการสรรหาขององค์มนตรี
  • กรอบที่ 4 อื่นๆ
  1. ประชาชนไม่ควรสังกัดพรรคการเมืองเพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง
  2. เงินสนับสนุนพรรคการเมืองมาจากการบริจาคภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่น 1 % บริจาคให้พรรคการเมือง
  3. ควรมีการทบทวนรัฐธรรมนูญทุก  6 ปี
  4. ให้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญห้ามมิให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น