งานแต่งงานของลูกเอี่ยว..ทำให้แม่อ้อยมีบันทึกที่จะเขียนมากมาย แต่ละบันทึก แม่อ้อยก็จะนำความสุขที่แม่ได้รับ นำมาลงในบันทึกนี้ด้วย
เรื่องราวการแต่งงานของลูกสาว....ลูกเอี่ยว  ได้ดำเนินมา 2 ตอนแล้ว    ขอเขียนเกี่ยวกับความสุขหลายๆครั้ง   และ  ขอเขียนเกี่ยวกับความสุขหลายๆครั้ง ตอนที่ 2  
บันทึกนี้จะต้องเกริ่นถึง  การต้อนรับแขก  และการจัดการบนเวที  
ความจริงแล้ว   เจ้าภาพไม่ต้องจัดการอะไรเลย  ทางผู้จัดสถานที่จะจัดการให้ทุกอย่าง   เพียงแต่เจ้าภาพมีความพร้อมที่จะรับแขก  และรู้ว่า  โต๊ะที่แขกสมควรจะนั่งนั้นบริเวณใด 
ซึ่งการจัดการเขียนชื่อระบุให้แขก  และมีแผนผังระบุอีกครั้งหนึ่งอย่างชัดเจน  ครูอ้อยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า...โต๊ะของแขกที่ครูอ้อยเชิญมานั้น  เมื่อแขกมาถึง  จัดการนำซองเงินใส่กล่องแล้ว  เขียนคำอวยพร  รับของชำร่วย 
ครูอ้อยก็จะพาถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวสาว  และเดินไปนั่งที่โต๊ะนั้น  ที่มีป้ายว่า...แขกของคุณแม่เจ้าสาว ....ทะยอยให้เต็มไปทีละโต๊ะจนเต็ม 
 
 
ขณะนี้คุณตาของเจ้าสาวมาแล้ว  คุณตาก็คือ...คุณพ่อของครูอ้อย...ท่านรอเพื่อนร่วมรุ่นของท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่กี่คน   ท่านต้องมีความสุขแน่กับที่หลานเอี่ยวแต่งงานครั้งนี้....
พอได้เวลา..ประมาณ  2 ทุ่ม...พิธีกรบนเวทีมาแนะนำตัว   และบอกว่า  เมื่อจบเพลงนี้แล้ว   จะเชิญคู่บ่าวสาว  และคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว  ขึ้นเวที..
เวลานี้ล่ะ   ครูอ้อยต้องไปขึ้นเวทีด้วยหัวใจระทึกล่ะค่ะ....แต่ตรงกันข้าม....ครูอ้อยไม่ตื่นเต้นเลยค่ะ  เสียดายไม่มีภาพครูอ้อยบนเวที   เนื่องจากกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือของครูอ้อย 
ดังนั้นภาพบนเวที   ต้องรอจากลูกเอี่ยวเท่านั้น...เอ..หรือแขกที่มางานครูอ้อยจะต้องบันทึกภาพ   และนำมาเขียนบันทึกแน่นอน  รอได้นะคะ 
   
แต่จะเล่าถึงการพูดบนเวที    ครูอ้อยคิดว่า...แขกที่มาในงานนี้ไม่อยากที่จะฟังอะไรยาวนานนัก  ดังนั้น ครูอ้อยจึงเลือกที่จะพูดสั้นๆ  ไม่เยิ่นเย้อนัก   แต่ควรจะมีความหมาย  ที่ผู้ฟังจะเข้าใจ  และจดจำได้  พอดีครูอ้อยร้องเพลงไม่เก่ง   จึงไม่อาสาที่จะร้องเพลง  แต่เรื่องคำกลอนนั้น    ครูอ้อยสามารถด้นคำกลอนสดได้ทันเวลา  เมื่อลงจากเวทีแล้ว   เพื่อนๆบอกว่า...ระทึกจัง...กลัวว่าครูอ้อยจะหาลานจอดไม่ได้..
สำหรับในสองภาพล่าง...เป็นภาพของเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนปริญญาเอก  บันทึกต่อไป...เป็นภาพของบรรดาญาติ  เพื่อนที่โรงเรียน   และเพื่อนที่เรียนปริญญาเอก  
รออ่านนะคะ