ชาดำ: (ต่อจากตอน ๑)...
กระบวนการผลิตชาดำเริ่มจากการทำให้แห้ง เพื่อลดความชื้นลงเหลือประมาณ 50% และปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดกระบวนการทางเคมีภายในใบชา หรือการหมัก (fermentation)
การหมักชาในที่นี้ไม่ได้ใช้สารเคมีภายนอก หรือใช้จุลินทรีย์ภายนอก ทว่า... เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในใบชาเอง
![]()
เอนไซม์(น้ำย่อย)ภายในใบชาจะทำให้สารคาเธชินส์ หรือสารตั้งต้น (สารที่ 1) เปลี่ยนเป็นธีอาฟลาวินส์ (theaflavins) หรือผลพลอยได้จากการหมัก (สารที่ 2)
หลังจากนั้นจะผ่านกระบวนการทำให้แห้งจนความชื้นลดลงเหลือ 3% นำไปผ่านความร้อน เพื่อหยุดปฏิกริยาเคมีที่เกิดจากเอนไซม์(น้ำย่อย) และนำไปบรรจุหีบห่อ เพื่อจำหน่ายต่อไป
แผนภูมิที่ 1: แสดงกระบวนการผลิตชาดำ
ใบชา > หมัก > คาเธชินส์ (1) เปลี่ยนเป็นธีอาฟลาวินส์ (2) เต็มที่
ชาเขียว:
กระบวนการผลิตชาเขียวเริ่มจากการนำใบชาไปผ่านความร้อน โดยผ่านไอน้ำร้อน หรือนำไปแผ่บนกะทะร้อน
ความร้อนทำให้เอนไซม์(น้ำย่อย)ภายในใบชาเสื่อมสภาพ และหยุดทำงาน ชาจึงมีสารคาเธชินส์ (cathechins) หรือสารตั้งต้น (1) เหลืออยู่เกือบเต็มที่
สารคาเธชินส์ในชาเขียวไม่ได้ถูกเอนไซม์(น้ำย่อย)เปลี่ยนไปเป็นสารอื่น คุณค่าชาเขียวจึงคล้ายคุณค่าของใบชาสดๆ ทีเดียว
แผนภูมิที่ 2: แสดงกระบวนการผลิตชาเขียว
ใบชา > ทำให้ร้อน > ไม่เกิดการหมัก > ได้คาเธชินส์ (1) เต็มที่
ชาอูหลง:
กระบวนการผลิตชาอูหลงคล้ายกับชาดำ ทว่า... เมื่อเกิดกระบวนการหมัก โดยเอนไซม์(น้ำย่อย)ภายในใบชาเปลี่ยนคาเธชินส์ (1) เป็นธีอาฟลาวินส์ (2) ได้ไม่นานก็จะนำไปผ่านความร้อน เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์(น้ำย่อย)
ชาอูหลงจึงมีกระบวนการผลิตอยู่ตรงกลางระหว่างชาดำ(ปล่อยให้เกิดการหมัก หรือปล่อยให้เอนไซม์ทำงานเต็มที่) และชาเขียว(ยับยั้งการหมัก หรือเอนไซม์)
![]()
ขณะที่ชาสดๆ หรือชาเขียวมีสารตั้งต้นคือ คาเธชินส์ (1) มาก และชาดำมีสารที่เป็นผลพลอยได้จากการหมักคือ ธีอาฟลาวินส์ (2) มาก
ชาอูหลงจะมีคุณสมบัติอยู่ตรงกลางคือ มีสารตั้งต้น (1) เหลืออยู่บางส่วน และมีสารที่เป็นผลพลอยได้จากการหมัก (2) เกิดเป็นบางส่วน
![]()
ถ้านำชาที่เกิดกระบวนการหมักไปผ่านความร้อนเร็ว เกิดการหมักนาน จะเหลือสารตั้งต้น (1) มาก และเกิดสารที่เป็นผลพลอยได้จากการหมัก (2) น้อย
ถ้านำชาที่เกิดกระบวนการหมักไปผ่านความร้อนช้า เกิดการหมักไม่นาน จะเหลือสารตั้งต้น (1) น้อย และเกิดสารที่เป็นผลพลอยได้จากการหมัก (2) มาก
แผนภูมิที่ 3: แสดงกระบวนการผลิตชาอูหลง
ใบชา > หมักบางส่วน > เหลือคาเธชินส์ (1) บางส่วน + ได้ธีอาฟลาวินส์ (2) บางส่วน
พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังคุณค่าชาเขียวมาแล้วไม่มากก็น้อย ท่านอาจารย์อมรคุณได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า สารธีอาฟลาวินส์ในชาดำมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (free radicals) มากทีเดียว
![]()
สารธีอาฟลาวินส์ในชาดำเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าสารคาเธชินส์ในชาเขียว ทำให้ชาดำมีฤทธิ์รวมของสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียวเล็กน้อย
สารต้านอนุมูลอิสระจะทำหน้าที่ได้ดีในรูปแบบ "เสริมแรง (synergistic)" กัน การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลายๆ ชนิดทุกวันน่าจะให้ผลดีกว่าการได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพียงอย่างเดียวทุกวัน
![]()
ปรากฏการณ์นี้คงจะคล้ายกับคำโบราณของไทยที่ว่า "1 คนหัวหาย 2 คนเพื่อนตาย" หรือ "พวกมากไว้ก่อนปลอดภัย" อะไรทำนองนั้น
เรื่องชาก็เช่นกัน... ท่านอาจารย์อมรคุณแนะนำว่า การดื่มชาเขียวและชาดำทุกวันน่าจะให้ผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มชาชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ภาพที่ 1:
กราฟแสดงปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ... โปรดสังเกตว่า ชาเขียวมีคาเธชินส์สูงกว่าชาดำ (ชาจีนหรือชาฝรั่ง) ส่วนชาดำมีสารโพลีฟีนอลชนิดอื่นๆ หลายอย่างรวมกันมากกว่าชาเขียว
[ from: Tea for health. Tissa Amarakoon. The tea research institute of Sri Lanka ]

- คลิกที่นี่ถ้าต้องการชม หรือดาวน์โหลดกราฟรูปใหญ่
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ]
ภาพที่ 2:
ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระรวมของชา และผักที่กินกันบ่อย เช่น กระเทียม (garlic), ปวยเล้ง (spinach), ดอกบรอคโคลี (broccoli flowers), หัวหอม (onion), ข้าวโพด (corn) ฯลฯ
โปรดสังเกตว่า ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของชา (ชาเขียว และชาดำ) มีแนวโน้มจะสูงกว่าผักที่กินกันบ่อย
[ from Tea for health. Tissa Amarakoon. The tea research institute of Sri Lanka ]

- คลิกที่นี่ถ้าต้องการชม หรือดาวน์โหลดกราฟรูปใหญ่
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ]
ภาพที่ 2:
ความสามารถในการต้านทานอนุมูลอิสระของชาดำสูงกว่าชาเขียว
[ from Tea for health. Tissa Amarakoon. The tea research institute of Sri Lanka ]
ดื่มชาอย่างไรดี:
การดื่มชาให้ได้รสชาดดีนั้น... อาจารย์ท่านแนะนำไว้อย่างนี้
- ชาดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้คุณภาพและรสชาดตกลง จึงควรเก็บใบชาไว้ในที่แห้ง
- ชาดูดซับกลิ่นได้ดี ไม่ควรเก็บใบชาไว้ใกล้สารอื่นที่มีกลิ่น เช่น ผงซักฟอก น้ำหอม ฯลฯ
- เอนไซม์(น้ำย่อย)ที่ตกค้างในชาจะค่อยๆ เปลี่ยนสารคาเธชินส์(มีมากในชาเขียว) และสารธีอาฟลาวินส์(มีมากในชาดำ) เป็นสารธีอารูบิกินส์ (thearubigins) ทำให้เสียรสชาด เสียกลิ่น และมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง เนื่องจากสารธีอารูบิกินส์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างน้อย จึงไม่ควรเก็บชาไว้นานเกินไป
- การเก็บชาไว้นานๆ จะทำให้ไขมันในชาเสื่อมสภาพ ทำให้เสียชาเสียรสชาด อากาศที่ร้อนและชื้นทำให้ชามีอายุสั้นลง
- แสงแดดมีส่วนทำให้ชามีสีเข้มขึ้นไปทางสีน้ำตาล ทำให้สีชาเปลี่ยนไป
![]()
ชาที่ดีจึงควรบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท อากาศและความชื้นผ่านเข้าออกไม่ได้ เก็บรักษาไว้ในที่ที่มีอากาศเย็นและแห้ง เช่น ตู้เย็น ฯลฯ เก็บไว้ในภาชนะทึบแสง ไม่เก็บไว้ในที่ที่มีกลิ่น และเก็บไว้ไม่นานเกินไป
การซื้อชาควรเลือกขนาดที่ดื่มให้หมดได้ภายใน 3 เดือน เพื่อป้องกันชาเสื่อมสภาพ ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น รส และสารต้านอนุมูลอิสระ นั่นคือ ชาใหม่มีแนวโน้มจะมีคุณภาพมากกว่าชาเก่า
![]()
สรุปง่ายๆ คือ
- ชาดำ (ชาจีน ชาฝรั่ง) มีสารต้านอนุมูลอิสระพอๆ กับชาเขียว เพียงแต่เป็นสารต่างชนิดกัน
- ชาดำ (ชาจีน ชาฝรั่ง) ราคาถูกกว่าชาเขียว
- ชาอูหลงมีคุณสมบัติตรงกลางระหว่างชาดำและชาเขียว ส่วนจะหนักไปทางไหนนั้นไม่แน่นอน ถ้าหมักนานจะคล้ายชาดำ ถ้าหมักไม่นานจะคล้ายชาเขียว
- การดื่มชาให้ได้ประโยชน์มากที่สุด... อาจารย์ท่านแนะนำให้ดื่มชา 2 อย่างได้แก่ ชาเขียวและชาดำ
ท่านผู้อ่านชอบดื่มชาแบบไหนครับ... ชาดำ ชาเขียว หรือชาอูหลง
แนะนำให้อ่าน:
- "ชากับสารต้านอนุมูลอิสระ ตอน ๑ ที่นี่...
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ]
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Dr. Tissa Amarakoon. The tea institute of Sri Lanka. Tea for health. Melios printing (www.btoptions.com). 2004. page 1-37.
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Mlesna tea centre (e-mail: [email protected]). 15, Dalada Veediya, Kandy.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐.
- เชิญอ่านบ้านสาระ > http://gotoknow.org/blog/talk2u
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Mlesna tea centre (e-mail: [email protected]). 15, Dalada Veediya, Kandy.
