ความซ้ำซ้อนของหลักสูตร ทิศทางของมหาวิทยาลัย คุณภาพการศึกษา
 
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2550 หนังสือพิมพิ์มติชน ปีที่ 30 ฉบับที่ 10591 (www.matichon.co.th/matichon) ได้มีการรายงานข่าวดังสรุปต่อไปนี้


เลขาฯกกอ.ยอมรับมหา"ลัยไทยไร้ทิศทาง

ขยายเกินตัวจนที่นั่งเรียนมากกว่าน.ศ.

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "การประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า คุณภาพการศึกษาไทยมีความอ่อนแอทั้งระบบ โดยในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาไทยขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง เติบโตอย่างน่ากลัว เพราะเกิดความซ้ำซ้อนในการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง จนขณะนี้มีที่นั่งเรียนในมหาวิทยาลัยมากกว่าคนเรียน ทำให้เวลานี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องใช้กลยุทธ์กวาดต้อนนักเรียน บางมหาวิทยาลัยไปตั้งโต๊ะรับนักศึกษากันถึงในโรงเรียนมัธยมศึกษา ดังนั้น หากจะพัฒนาอุดมศึกษาก็ต้องเริ่มสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้เกิดขึ้น ตนอยากเห็นสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ นำผลประเมินคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ไปใช้ในการจัดสรรทรัพยากรการศึกษา หรืออย่างน้อยสภามหาวิทยาลัยได้นำข้อมูลไปใช้ในการจัดสรรทรัพยากรให้กับคณะและสาขาวิชาต่างๆ

จากรายงานข่าวข้างต้น ดิฉันเห็นด้วยกับเลขาธิการ กกอ. ที่ว่าการศึกษาไทยมีความอ่อนแอทั้งระบบ และมีการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง และซ้ำซ้อน ซึ่งการดำเนินการแก้ไขส่วนหนึ่งก็ย่อมที่จะเป็นหน้าที่ของ กกอ.และรัฐบาลในการกำหนดนโยบายและมาตรการการศึกษาในภาพรวม นอกเหนือจากที่ระบุไว้กว้างๆ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ในขณะเดียวกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเองก็จะต้องพิจารณาการเปิดหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรการและนโยบายการศึกษาของชาติ ความต้องการของอุตสาหกรรมที่เป็นจริง สภามหาวิทยาลัยเองก็ต้องดูแลกำกับภาพรวม ไม่อนุมัตให้เปิดหลักสูตรที่ซ้ำซ้อนหรือเป็นหลักสูตรที่ขาดความพร้อม โดยใช้ข้อมูลคุณภาพการศึกษาที่เป็นจริง เช่น ข้อมูลการจบการศึกษา ข้อมูลการจ้างงาน ข้อมูลจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา หรือดัชนีชี้วัดของสมศ. ฯลฯ ในการกำกับดูและการบริหารงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ให้เป็นไปอย่างไร้ทิศทางตามที่เลขา กกอ. ได้กล่าวไว้