หลักสูตรดังกล่าวใช้เวลา 4 - 6 ปี ไม่ได้เคร่งครัดว่าจะต้องเรียนตามลำดับปีที่ออกแบบไว้แต่อย่างใด ถ้าหมู่บ้านหรือชุมชนใดมีความพร้อม มีฐานทุนเดิมประสบการณ์เดิมอยู่ที่เรื่องอะไร หรือสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องะไร ก็สามารถเรียนลัดได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนตามลำดับเวลาดังกล่าว ที่กำหนดไว้เป็นลำดับดังกล่าวก็เพื่อความสะดวกในการวัดผลสัมฤทธิ์ของการทำงานแต่ละปีเป็นสำคัญเท่านั้นเอง ว่าอยากเห็นความเด่นชัด หรือรูปธรรมการปฏิบัติในแต่ละเรื่องในปีใด
หมู่บ้านคือหน่วยย่อยสุดของการพัฒนาของโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาชุมชนสู่ชุมชนที่เข้มแข็งอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน จังหวัดนครศรีธรรมราช
หมู่บ้านคือห้องเรียนห้องหนึ่งที่อาจจะมีห้องเรียนย่อยๆอีกตั้งมากมาย แล้วแต่ลักษณะของกิจกรรม บางครั้งอาจจะลงถึงกิจกรรมเรียนรู้รายครัวเรือน รายบุคคล รายกลุ่ม ฯลฯ แล้วแต่จะได้ออกแบบร่วมกัน เป้าหมายคือเรียนรู้สู่ชุมชนอินทรีย์
1,551 หมู่บ้าน ใน 165 ตำบล 21 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ จะต้องได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างปี 2548 – 2553 ซึ่งจะแบ่งรุ่นการดำเนินการขยายหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายออกเป็น 3 รุ่น ดังนี้
รุ่นที่ 1 จำนวน 400 หมู่บ้าน เริ่มปี 2548
รุ่นที่ 2 จำนวน 600 หมู่บ้าน เริ่มปี 2549
และรุ่นที่ 3 จำนวน 551 หมู่บ้าน เริ่มปี 2550
แต่ละรุ่นจะมีเวลาเรียนรู้ต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ปี ยกเว้นรุ่นแรกและรุ่นที่สองซึ่งเริ่มต้นก่อนจะทำให้มีเวลาเรียนรู้มากกว่ารุ่นที่สาม คือรุ่นที่หนึ่งมีเวลา 6 ปี และ รุ่นที่สอง มีเวลา 5 ปี ตามลำดับ
แต่ละรุ่นจะมีเนื้อหาหลักสูตรชีวิตที่จะต้องเรียนรู้และปฏิบัติดังนี้
หลักสูตรปีที่1 จะเป็นปีแห่งการเรียนรู้เน้นหนักกระบวนการแผนแม่บทชุมชน ให้ชุมชนที่ประกอบด้วยแกนนำหมู่บ้านๆละ 8 คน และครัวเรือนสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการอีก 64 ครัวเรือน ได้เรียนรู้กระบวนการแผนแม่บทชุมชน โดยวิธีการให้แกนนำหมู่บ้าน 1 คน หาครัวเรือนสมาชิกเพิ่มอีก 8 ครัวเรือน หรือมากกว่านั้น แล้วแกนนำดังกล่าวก็เข้าไปรับผิดชอบครัวเรือนฝึกให้กรอกรายละเอียดข้อมูลตามแบบแล้วนำข้อมูลครัวเรือนมารวมกันแล้วรวมข้อมูลเป็นข้อมูลกลางของชุมชน เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองระดับหมู่บ้าน หน่วยงานเจ้าภาพหลักในขั้นนี้คือที่ทำการปกครองจังหวัดร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนที่เรียกว่า เครือข่ายยมนา
หลักสูตรปีที่ 2 เป็นปีที่เน้นหนักในเรื่องของการฝึกกระบวนการจัดการความรู้ นำโครงการที่อยู่ในแผนแม่บทชุมชนมาปฏิบัติจริง เน้นการพึ่งตนเอง ฝึกจากโครงการเล็กๆที่ชาวบ้านจะสามารถทำกันได้เองเป็นหลัก ฝึกทำงาน เรียนรู้ หาประสบการณ์ ถอดบทเรียน ปีนี้ กศน.จะเป็นเจ้าภาพหลักในการทำงาน
หลักสูตรปีที่ 3 จะเป็นปีที่เรียนรู้เน้นหนักจนให้เห็นผลเด่นชัดในเรื่องของเนื้อหาเกี่ยวกับการเกษตรกรรม ทั้งนี้เพราะจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ประชากรกว่าร้อยละ 80 เป็นเกษตรกร รูปธรรมของการเรียนรู้ในปีนี้คือกิจกรรมของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล เจ้าภาพหลักที่รับผิดชอบในช่วงปีนี้คือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช
หลักสูตรปีที่ 4 จะเป็นปีที่เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าการทำงานโดยใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ เมื่อได้หมุนเกลียวการปฏิบัติหลายรอบ ก็จะเกิดความชำนาญเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ รูปธรรมของกิจกรรมที่มุ่งหวังจะให้เห็นเด่นชัดในปีนี้คือกิจกรรมงานมาตรฐานชุมชน และ งานระบบมาตรฐานสุขภาพ โดยเจ้าภาพหลักที่รับผิดชอบในนี้ปีนี้คือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
สำหรับการจัดการความรู้นั้นจะได้จัดควบคู่กับการทำกิจกรรมในทุกกิจกรรมของทุกปีไป
หลักสูตรดังกล่าวใช้เวลา 4 - 6 ปี ไม่ได้เคร่งครัดว่าจะต้องเรียนตามลำดับปีที่ออกแบบไว้แต่อย่างใด ถ้าหมู่บ้านหรือชุมชนใดมีความพร้อม มีฐานทุนเดิมประสบการณ์เดิมอยู่ที่เรื่องอะไร หรือสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องะไร ก็สามารถเรียนลัดได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนตามลำดับเวลาดังกล่าว ที่กำหนดไว้เป็นลำดับดังกล่าวก็เพื่อความสะดวกในการวัดผลสัมฤทธิ์ของการทำงานแต่ละปีเป็นสำคัญเท่านั้นเอง ว่าอยากเห็นความเด่นชัด หรือรูปธรรมการปฏิบัติในแต่ละเรื่องในปีใด ส่วนเวลาที่เหลือก่อนจะถึงปี 2553 หรือหลังจากนั้นก็คือเวลาของการต่อยอดและสั่งสมประสบการณ์สู่การเป็นชุมชนนักกฏิบัติที่มีคุณภาพ best practice ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามหลักการของการเรียนรู้ที่เรียกว่าการศึกษาตลอดชีวิต เรียนกันไม่สิ้นสุด......
เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้สามารถก้าวสู่เป้าหมายหมู่บ้านอินทรีย์หรือชุมชนอินทรีย์ที่ฝันร่วมกันต่อไป
เรื่อง งานระบบมาตรฐานสุขภาพ ไปเรียนปีที่ 4 เลยหรือคะ ดูแล้วนานจังกว่าจะได้เรียน ... แล้วจะมีเรื่อง เกี่ยวกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าคะ
คุณหมอนนทลี ครับ
วางเอาไว้ปีที่ 4 ก็จริง แต่ยืดหยุ่นอย่างที่เขียนไว้แล้วแหละครับ จะหยิบยกของปีใดมาเรียนก่อนหลังก็ได้ ที่เขียนไว้อย่างนั้นก็เพื่อต้องการให้เห็นความเด่นชัดของปีนั้นๆเมื่อตอนประเมินผลเท่านั้นเองครับ