เด็กไทยได้กินนมแม่น้อยติดอันดับโลก

องค์การยูนิเซฟระบุว่า เด็กไทยได้กินนมแม่น้อยติดอันดับโลก สาเหตุเนื่องจากแม่ต้องทำงาน

การประชุมโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทยโดยความร่วมมือของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กและสตรีในประเทศไทย พบว่า จำนวนเด็กไทยมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ดีขึ้น โดยลดลงจาก 19 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2533 เหลือเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2549 และมีทารกเพียง 5.4 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน

สาเหตุที่เด็กไทยได้กินนมแม่น้อย เพราะสังคมไทยต้องแข่งขันกันมากขึ้น ผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีเวลาให้นมลูก และยังถูกบริษัทผู้ผลิตนมผงแทรกแซงด้านการตลาด

สำหรับประเทศที่ติดกลุ่มทารกได้รับนมแม่น้อย ได้แก่ ไทย เวียดนามติมอร์ ฟิลิปปินส์ จีน และกัมพูชา

จากการเก็บสถิติยังพบว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาบริโภคเกลือไอโอดีนน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งส่งผลให้เด็กพัฒนาการช้า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการบริโภคเกลือไอโอดีนเพียง 35 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานของไทย ทำให้ผู้มีรายได้น้อยตึงเครียด ต้องการชั่วโมงทำงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ และบางครั้งยังได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ แรงงานหญิงต้องทำงาน พร้อมกับเลี้ยงดูลูกและดูแลครอบครัวไปด้วย บ่อยครั้งปู่ย่าตายายต้องช่วยเลี้ยงดูหลาน โดยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ และหน่วยงานรัฐไม่ช่วยเหลือดูแลเด็กและคนชรา