รู้โทษของอาหารเหล่านี้แล้ว ควรจะหลีกเลี่ยงแล้วหันไปรับทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพดีกว่า!!!

10 เมนูเด็ดเสี่ยงโรค "เบอร์เกอร์-พิซซ่า" อันตราย!!!

             สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)พบว่า มี "เมนูโปรด"ของใครหลายคน ถูกจัดเป็น "อาหารอันตราย" อย่างน้อยๆ 10 ชนิด ได้แก่ . . .
           1. 
แฮมเบอร์เกอร์   ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย 
             2.
  ฮอทด็อก    ทำให้เกิด "โรคมะเร็ง" ในกระเพาะอาหารมะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะ  มีสารก่อมะเร็งและ "ทำลายประสาท" 
            3. 
เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด   น้ำมันที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ "ออกซิไดซ์" ในมันฝรั่งยังมี "ดรรชนีกลีซิมิค"(Glycemic) อยู่สูงมาก.....นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็วมาก 
           4.
คุกกี้ จะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้เร็วยิ่งขึ้น 

         5.  พิซซ่า  มีไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน  ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ 
             6.
 น้ำอัดลม กรดกำมะถันซึ่งสะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ "น้ำโซดา"ทำให้เกิด "โรคกระดูกพรุน         

         7.  ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก 
            
      ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้นอกจากนี้ "นัคเก็ตชิคเก้น"มี "สารอะลูมิเนียม"ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย           

           8.  ไอศกรีม 
                    
ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตันทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็น

สาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง 
            9. 
โดนัท    ถ้าบริโภคต่อครั้งต่อวันมีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดีและยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น 
            10.
อาหารขบเคี้ยวยามว่าง   มีสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาทและทำให้ร่างกายขาดแคลนน้ำได้ และยังไปปิดกั้นการดูดซึมของไขมันแร่ธาตุจากสารอาหาร ที่รับประทานเข้าไปได้น้อยลงทำให้ปิดกั้นการดูดซึม "สารคาโรทินอยด์"และสารเคมีอื่นๆที่ได้มาจากพืชที่ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งโรคจุดด่างของผิวหนังทำงานได้ด้อยลง 

          รู้โทษของอาหารเหล่านี้แล้วควรจะหลีกเลี่ยงแล้วหันไปรับทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพดีกว่า!!!

ที่มา  : www.dekdee.com