ความเชื่อของผู้คนที่มีต่อจตุคามรามเทพ

จตุคามรามเทพ  หรือ องค์จตุคามรามเทพ ปรากฎในตำนานว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในสมัยศรีวิชัย ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า พระเจ้าจันทรภาณุ หมายถึง ผู้มีอำนาจดั่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ และในอีกชาติภพหนึ่งองค์พ่อฯ เป็นกษัตริย์ที่มีนามว่า พญาศรีธรรมโศกราช แต่ด้วยองค์พ่อฯ มีพระวรกายสีเข้ม จึงทำให้ถูกขนานนามว่า  “ราชันดำแห่งทะเลใต้” <p align="left">          ต่อมาได้เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน จึงทรงบำเพ็ญตน สร้างบารมี เป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มวลมนุษย์ สุริยัน จันทรา จึงได้ถืออาญาสิทธิ์รูปราหูอมจันทร์ และวัฏจักร 12 นักษัตร เป็นสัญลักษณ์ อันเป็นตราประจำเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน</p><p align="left">          เมื่อพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช และพลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ตรวจสอบรูปดวงชะตาเห็นว่า กรุงศรีธรรมโศกและดินแดนภาคใต้ถูกสาป จึงร่วมกันหาทางแก้ไข รายงานให้คณะกรรมการจัดสร้างสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราชทราบ และต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นเพื่อล้างมนตราอาถรรพ์แห่งคำสาปใน พ.ศ.2530 จึงได้อัญเชิญองค์จตุคามรามเทพมาสถิต โดยเชื่อว่า พระองค์ทรงเป็นเทวดาที่คอยปกปักษ์รักษาพระบรมธาตุ เนื่องในโอกาสประกอบพิธีเบิกเนตรหลักเมืองนี้เอง จึงได้สร้างของขลัง วัตถุมงคล “จตุคามรามเทพ” ให้ผู้คนเก็บไว้บูชา</p><p align="left">การสร้างวัตถุมงคลรุ่นแรก ไม่มีใครสนใจ ขายเพียงองค์ละไม่กี่สิบบาท กระทั่งในปี 2542  ก็เริ่มมีคนให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องจากมีผู้นำไปใช้และมีประสบการณ์บอกกันในลักษณะปากต่อปากว่า “บูชาแล้วค้าขายดี บูชาแล้วธุรกิจไม่มีปัญหา บูชาแล้วสามารถอธิษฐานขออะไรก็ได้” ต่อมาในปี 2547 เริ่มมีการสร้างจตุคามรามเทพกันหลายรุ่น จากนั้นในปี 2548 ความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมาถึงขีดสุดในปี 2549 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน</p><p align="left">          จากราคาขององค์จตุคามรามเทพรุ่นแรก ที่เปิดจำหน่ายในราคาแค่ 49 บาท ปัจจุบันนี้ได้พุ่งสูงขึ้นถึงหลักล้านเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากได้รุ่นใหม่ขององค์จตุคามรามเทพ ต้องมีใบจองถึงจะได้ . . . (อันนี้หมายถึงองค์จตุคามรามเทพที่เป็นของจริงค่ะ) จนกลายเป็น องค์จตุคามรามเทพ ฟีเวอร์ ไปซะแล้ว เพราะไม่มามหาเศรษฐีไปจนถึงคนธรรมดา ต่างก็มีองค์จตุคามรามเทพไว้บูชากันทั้งนั้น</p><p align="left">          . . . ดั่งจะเห็นได้จากเหตุการณ์ชุลมุนของบรรดาชาวบ้านนับแสน ที่แห่กันไปรับวัตถุมงคล ในงานพระราชทานเพลิงศพของ   พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือ “ขุนพันธ์” ตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์ แห่งเมืองนคร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่  22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา . . . สมาชิกมีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้อย่างไรบ้างค่ะ</p><p align="left">http://www.google.co.th</p>