GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ประสบการณ์ อ่าน เขียน แปล กระบวนทัศน์ใหม่ (6)

วันที่สอง Flow and Reflection

หลังจากเราเขียนจบ ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจเล็กน้อย มองไปที่ลายมือขยุกขยุย สองหน้ากระดาษ A4 อืม... โยดาเบรคเราครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เพราะ flow กำลังหลั่งไหล รุดหน้า ความทรงจำที่ถูกปลดปล่อย ความคิด ความต้องการ ความปราถนาภายใน ได้ถูกแปลเป็นประสบการณ์ตรงของ นศพ. วิหคอัคนี ที่กำลังระบายให้อาจารย์ที่ปรึกษา อารมณ์ของตัวละครที่ระบาย กับของคนเขียน เชื่อมโยงเป็นคนๆเดียว ประวัติของนักเรียนจำนวนมาก ความรู้สึกของนักเรียนที่ fail ต่อระบบ (หรือที่ ระบบ fail นักเรียน?)  guilt ของครู หรือ guilt ของ guide ต่อนักเรียนที่ได้ผลักมือที่ไม่ได้จับปากกาเป็นเวลานานไม่สามารถจะหยุดลงได้

น่าประหลาดที่ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าการจะสื่อสารว่าระบบการศึกษาปัจจุบัน fail อย่างไรนั้น ดูเหมือนจะเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่ปรากฏว่าพอเราใส่ชีวิตของนักเรียนลงไป ความทุกข์ทรมาน ความล้มเหลวที่กระทบต่อชีวิต กลายเป็นเรื่องเล่าเร้าพลัง เกิดขุมพลังแห่งอารมณ์มหาศาล หยุดคิดในใจ นิยายเรื่องนี้คงต้องเขียนให้จบ ณ ขณะที่เขียนอยู่นี้ ก็ยังไม่เห็นตอนจบของเรื่องราว ว่า นศพ.วิหคอัคนีจะเป็นยังไงต่อ จะลาออก จะเติบโตต่อไป เป็นแพทย์ หรือเป็นอะไร อาจารย์ที่ปรึกษาจะทำยังไงกับปัญหาต่างๆ ทำอย่างไร....

 

นั่งอ่านทบทวนวนไปมากับนิยาย (รักรันทด) ที่ยังค้างเติ่งไม่จบ โยดาก็บอกให้พวกเราจับกลุ่ม 3 คน ผลัดกันอ่านของเพื่อนให้ฟัง พี่ชวนพิศกับคุณณา ก็มาร่วมวง ผมเริ่มอ่านของพี่ชวนพิศก่อน เป็นบทความที่ หวานอะไรอย่างนี้! ต้องเรียกว่าหักอารมณ์เกือบไม่ทันจากที่เรากำลังรู้สึกอยู่ แต่ละคำ แต่ละประโยค เสริมสร้อยร้อยเชื่อมโยงแสดงความอ่อนโยน อ่อนหวาน อ่อนไหว ต่อสิ่งรอบข้าง รู้สึกได้ถึงความเย็นของสายน้ำรอบตัว สาหร่ายเริงระบำ ปลาที่มาเฝ้าแหน อ่านบทความนี้ เหมือนได้รู้จักกับพี่ชวนพิศมาเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะไม่เกี่ยวกับชีวิตของพี่เขาเลย แต่ ความรู้สึก ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ เราอยากจะคิดว่าเราอาจจะสามารถ "เดา" ความรู้สึกของพี่เขาได้ถ้าจำเป็น ในเรื่องราวต่างๆ ประหลาดใจนิดหน่อยที่พี่เขาลง landing เรื่องราวได้นุ่มนวลกว่าของเรา

คุณ ณา อ่านเรื่องของผมต่อ ปรากฏว่าลายมือเราเริ่มทำพิษ เพราะทีแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้ใครอ่านเลย แถมเป็น mode เลื่อนไหล ก็ไหลจริงๆ เป็นการเขียนภาษาไทยแบบภาษาอังกฤษคือหางลากเชื่อมต่อ แทบจะไม่ยกปากกา (เคล็ดลับของคนจะหัด "ลายมือหมอ" ก็คือ เขียนตัวแรกให้พออ่านออก เสร็จแล้วก็ "กะๆ" เอาว่าคำนี้ยาวสักแค่ไหน มีสระข้างบนข้างล่างแถวๆไหน เสร็จแล้วก็ปล่อยให้ฌานทัศนะสำเร็จคำให้) แต่คุณ ณา ก็สามารถแกะลายมือเราได้มากกว่าที่คิด (อย่างนี้เป็นพยาบาลก็ได้นะครับ สอบผ่าน requirement เบื้องต้น)

พี่ชวนพิศเริ่มอ่านของคุณ ณา เป็นประสบการณ์ของเธอเอง อ่านไปๆ คุณ ณา ก็เริ่มม้วนตัวเล็กลงๆ หน้าแดงขึ้นๆ สักประเดี๋ยวน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ เป็นอารมณ์ที่ตามมาจากการสะท้อนเรื่องที่พึ่งเขียน กลับสู่ตัวตนอีกครั้ง (การเขียนนี่ เป็นอะไรที่มหัศจรรย์ เราคิด เราเขียน เรามองเห็นสิ่งที่เขียน แล้วเราก็คิดอีกรอบ ยิ่งได้ฟังคนอ่านให้ฟัง เปิดโสตประสาทอีกระบบ มีกระแสอารมณ์คนอ่านถ่ายทอดลงไปในน้ำเสียง กระทบความคิด ความรู้สึกของเราอีกรอบ เป็นวงจร) คุณ ณา ได้เปลือยตนเอง (อุปมาอุปมัยครับ อย่าพึ่งนึกว่าผมจะเปลี่ยน theme บทความ) สะท้อนตนเอง และตอนนี้กำลังได้ยินตนเอง ได้เห็นตนเอง ได้รู้สึกตนเอง กำลังเรียนรู้ตนเอง กำลังอ่านตนเอง กำลังเขียนตนเองใหม่ กำลังแปลตนเอง และกำเนิดใหม่ ผมรู้สึกเป็น privilege อย่างยิ่งที่ได้มามีโอกาส experience the experience (ที่ศรชัยบอกว่าคือการ "ประบกับประสบการณ์) ได้ชัดเจน จับต้องได้ขนาดนี้ และนี่เป็นสิ่งที่ผมพึ่งบอกกับโยดาไปที่ Le Petit เมื่อวานนี้เองว่าคือสิ่งที่ผมอยากจะได้ experience the experience โยดาก็ conjure มาให้ทันใจจริงๆ)

หลังจากนั้นเรากลับเข้ากลุ่มใหญ่ เปิด Theta community กันเต็ม stream โยนสิ่งละอันพันละน้อย แต่ไม่รู้จักจบสิ้น ไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่าได้อะไรบ้าง แต่ละคนรู้อยู่อย่างเดียวว่าขอห้อยแขวนความรู้สึกนี้ต่อไปอีกหน่อย ให้ทุกอณูแห่งความทรงจำกลายเป็น sponge ที่ซึมซับประสบการณ์ ไม่เพียงแต่เนื้อหา แต่รวมทั้งความรู้สึกขณะที่เราได้เผชิญกับเหตุการณ์ เป็น Phenomenon (ปรากฏการณ์ Gr. phainomenon : thing seen)

phenomenon 
1576, "fact, occurrence," from L.L. phÊnomenon, from Gk. phainomenon "that which appears or is seen," noun use of neut. prp. of phainesthai "to appear," passive of phainein (see phantasm). Meaning "extraordinary occurrence" first recorded 1771. Plural is phenomena. Phenomenal "of the nature of a phenomenon" is a hybrid coined 1825 by Coleridge, with suffix from L. -alis; meaning "extraordinary" is first attested 1850. Shortened form phenom is baseball slang, first recorded 1890.

Online Etymology Dictionary, © 2001 Douglas Harper
 

แต่ละกลุ่มๆ ได้นำเสนอ "อะไรๆ" ให้ทุกคนกลับไปนั่งคิด ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง บางคนก็เจอ block ตัวจริง อ.ประสาทส่งการบ้านให้ครูใหญ่อย่างลังเล ศิลปินอย่างอาจารย์ถ้าจะให้เล่าเป็นเสียงกีตาร์คงจะลื่นไหลเป็นน้ำตกแม่ยะ แต่พอให้กลับเปลี่ยนเป็นตัวอักษร blocks ต่างๆก็เรียงหน้ากันเป็นแถว ฝ่าฝืนคำสั่งโยดาด้วยการมีขีด ข่วน ขูด ฆ่า ร่องรอยร่องอารมณ์เป็น evidence อยู่ทั่วผืนกระดาษใบเล็ก (ผมไม่ได้ตั้งใจมาตอกย้ำเรื่องนี้ของอาจารย์ประสาทนะครับ แต่คิดว่าเรื่องนี้เป็น background ที่สำคัญของสิ่งที่กำลัง pan out ในตอนต่อๆไป) หมอสุนันท์ผู้มีรูปภาพอยู่ในหัวใจ หาหนทาง "เขียน" ใน style ของเธอ พี่วิรัช อ.รัตนา เจได วฆ และ พี่กิจจา คนอื่นๆมีเรื่องเล่ามากมาย เวลาล่วงเลยอาหารกลางวัน แต่ไม่มีใครบ่นอะไร ความหิวกระหายของเรื่องราวนั้นมากกว่า

ตอนบ่ายทุกคนได้มาต่อเติมเรื่องการอ่าน หลังจากที่ตอนเช้าได้เรื่องการเขียนไปหนึ่ง dose ใหญ่ ความรู้สึกที่เกี่ยวเกาะอยู่หลังขมับ เกาเบาๆ บอกว่าตอนเย็นนี้ต้องไปเดินให้ฌานเข้าที่เข้าทางเสียแล้ว เก่ง ผู้จัดการสัมมนาของเราโทรเช็คห้องไผ่ขจี แล้วก็ breaking the bad news ว่าวันนี้ Le Petit ปิด

ผมย้ายร่างกลับแป้นเกร็ด รู้สึกยังไม่อยากไปนอน เดินไปขอต่อสาย internet และลงมือเขียนจดหมายถึงกลุ่มชุมชนจิตไร้สำนึก สาขา ม.อ. หาดใหญ่ เล่าว่าตนเองอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ คืนนี้น่าจะมีอะไรดีๆ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82807
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)