อยากจะให้ทุกคนอ่านไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากบัตรประชาชนหายไป

============================================== 

เมื่อต้นเดือนพฤษศจิกายนกระเป๋าสตางค์ของผมหายไป คิดว่าทราบตัวคนร้ายด้วยแต่เนื่องจากว่าคิดว่า ไม่มีอะไรเนื่องจากว่ามีเงินเพียงไม่กี่บาทแต่มีบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิต 3 ธนาคาร
 
วันรุ่งขึ้นไปแจ้งความบัตรต่างๆ ที่หายไป เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ผมยัง ไม่ได้ไปทำบัตรเอทีเอ็มใหม่ จึงต้องใช้สมุดบัญชีไปเบิกเงินใช้แต่ต้องเบิกต่างสาขาเนื่องจากที่ทำงานไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ แต่สาขาที่เปิดบัญชีอยู่ในกรุงเทพ ปรากฏว่าเบิกไม่ได้เนื่องจากมีการเปิดสมุดเล่มใหม่ ตรวจสอบพบว่า คนร้ายนำบัตรประชาชนที่ติดไปกับกระเป๋า ไปแจ้งความว่าสมุดบัญชีชื่อผมหาย และนำเอาใบแจ้งความไปที่ธนาคารสาขาที่ผมเปิดบัญชีในกรุงเทพ แล้วคนร้ายก็ได้เปิดบัญชีใหม่ และทำบัตรเอทีเอ็มด้วย กดเงินไปเรียบร้อย ไปดูกล้องวงจรปิด เห็นไม่ชัด แต่ผมยืนยันว่าใช่แน่ ๆ จากรูปพรรณสันฐานเป็นคนร้ายที่สงสัยแน่นอน

บัตรเครดิตทุกใบผมได้อายัดทันทีที่รู้ว่าหาย ตรวจสอบแล้วยังไม่มีการนำไปใช้สบายใจได้ แต่วันเดียวกันที่รู้เรื่องว่าคนร้ายแอบอ้างไปทำบัตรเอทีเอ็มซึ่งผ่านมาแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์ บัตรเครดิต 2 ใบ ก็ได้ใบไหม่มาแล้ว
1. ใบที่1 ได้มาแล้วแต่นำไปใช้ไม่ได้วงเงินเต็ม ตรวจสอบพบว่าบัตรเครดิตธนาคารนี้เมื่ออายัดครั้งที่ 1 ผมอายัดเอง ทางธนาคารได้ส่งใบใหม่มาให้แล้วแต่ปรากฏว่าคนร้ายเอาจดหมายแจ้งรับพร้อมกับบัตรประชาชนใบที่ติดกระเป๋าสตางค์ไปโชว์รับที่เคาน์เตอร์ไม่รู้ว่าเอาจดหมายแจ้งรับไปได้อย่างไรเพราะว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องกระเป๋าหายก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แล้วนำบัตรไปใช้จนเต็มวงเงิน  จากนั้นคนร้ายก็แอบอ้างเป็นผมโทรเข้าไปอายัดอีกครั้งเพื่อให้ส่งใบใหม่มาให้ แต่ไม่ไปตัดหน้ารับแล้วปล่อยให้จดหมายแจ้งมาถึงผมแล้วผมก็ไปรับเอง แต่กลายเป็นบัตรที่วงเงินเต็ม

แจ้งทางธนาคารโดยการโทรเข้าไป call center หลายครั้งพบพนักงานหลายคนผมต้องเล่าเรื่องใหม่ทุกคนรับเรื่องไว้ทุกคนบอกว่าจะดำเนินการให้มีรายการคนร้ายไปซื้อทองด้วย ก็บอกว่าจะไปตามกล้องวงจรปิดมาเพื่อดูตัวคนร้ายผ่านไปหลายวันผม โทรเข้าไปอีก เจอพนักงานอีกคน เล่าเรื่องใหม่อีก เขาบอกว่าให้ผมรอโทรศัพท์ทางธนาคารจะติดต่อกลับมา ผ่านไป 1 สัปดาห์ โทรไปอีกเป็นเหมือนเดิม พนักงานที่รับโทรศัพท์บอกว่าชื่อพนักงานที่ผมบอกว่า รับเรื่องนั้นเขาไม่รู้จัก และยังบอกว่ามันหลายวันแล้วกล้องวงจรปิดที่ร้านทองคงลบไปแล้วมั้งครับ

2. ใบที่ 2 ผมได้รับแล้วทางไปรษณีย์ แต่ปรากฏว่ามียอดการกดเงินสดจากบัตรเครดิตใบนี้แล้ว ในวันที่ผมยังไม่ได้รับบัตร แจ้งทางธนาคารโดยการโทรเข้าไป call center หลายครั้ง พบพนักงานหลายคนผมต้องเล่าเรื่องใหม่ทุกคน รับเรื่องไว้ทุกคนบอกว่า จะดำเนินการ fax ใบปฏิเสธรายการมาให้รอมานานมาก ๆ เงียบเหมือนธนาคารแรกเลย

3. ใบที่ 3 จนถึงวันนี้นับตั้งแต่อายัดไปครั้งแรกยังไม่ได้รับบัตรเลยตรวจสอบพบว่าบัตรได้ส่งไปแล้วและมีผู้เซ็นรับแล้ว เนื่องจากมันเป็นจดหมายลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีมาก ๆ แจ้งว่าคนร้ายโทรเข้าไปบอกเปลี่ยนที่อยู่การส่งเอกสารเป็นที่อยู่ใหม่ จากนั้นคนร้ายนำบัตรเครดิตที่ได้รับไปใช้จนเต็มวงเงินเหมือนกันธนาคารนี้ติดต่อให้ผมไปดูกล้องวงจรปิด เนื่องจากคนร้ายนำบัตรเครดิตไปเบิกเงินสด จากกล้องเห็นไม่ชัดแต่ผมยืนยันว่าใช่แน่ ๆ จากรูปพรรณสัณฐานเป็นคนร้ายที่สงสัยแน่นอน

ธนาคารอีกที่หนึ่งผมไม่เคยเป็นลูกค้าและไม่เคยติดต่อเลย จนวันนี้พบว่าชื่อผมไปเปิดบัญชีที่นั่นและทำบัตรเครดิตด้วย มีการใช้จนเต็มวงเงินเหมือนกันกับทุก ๆ ที่เลย จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่คนร้าย เปิดบัญชีที่ธนาคารนี้จนใช้บัตรเต็มวงเงินใช้เวลาไม่ถึง 15 วัน ที่อยู่ที่คนร้ายให้ไว้เป็นที่อยู่ที่เหมือนกับให้ไว้กับธนาคารในข้อ 3 เลยครับ

และปัจจุบันอิออนโทรมาหาผมที่ทำงานเพื่อถามข้อมูล พบว่าเมื่อไม่กี่วันนี้ผมไปสมัครบัตรอิออนด้วยนะ หลักฐานที่ใช้ไม่ใช่บัตรประชาชนใบเดิมที่ติดกระเป๋าสตางค์ไปแต่เป็นบัตรใหม่ที่ผมไปทำใหม่มาแล้วทราบได้ จากวันออกบัตรกับวันหมดอายุตรงกับบัตรใบใหม่ที่ไปทำมาเลย ส่วนที่อยู่ที่คนร้ายให้ไว้ตรงกับที่อยู่ในข้อ 3 เลยครับอิออนบอกว่าปัจจุบันมีการปลอมบัตรประชาชนกันเยอะ

ทุกคนอ่านกระทู้นี้แล้วคิดว่าสถาบันการเงินบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง ในบัตรหน้าไม่เหมือนกันก็แจ้งความได้ ไปเปิดบัญชีธนาคารก็ได้ ไปรับบัตรเครดิตก็ได้ ไปทำบัตรเครดิตต่าง ๆ ก็ได้


=================================================

จากเหตุการณ์ข้างต้น อยากเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมใดๆ ก็ตาม ต้องมีการขอดูบัตรแสดงตน ที่มีรูปอยู่ อย่างน้อย 2 ใบ เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือบัตรเครดิต (แต่ไม่สามารถปัองกันในกรณีที่หายทั้งกระเป๋า มีทุกใบอยู่ดี)

ธนาคาร ต้องมีความเข้มงวด เรื่องลายเซ็น หรือ ข้อมูลมากกว่านี้ จากที่อ่าน อิออนปล่อยบัตรง่าย ไม่แปลกใจว่า มิจฉาชีพ จะใช้จุดอ่อนนี้ทำ

การทำบัตรประชาชน ใหม่ เจ้าหน้าที่ ต้องสอบถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร มีอะไรที่สามารถตรวจสอบได้แน่ๆ ว่าคนๆ เดียวกัน นี่แหละ คือ ต้นตอ ของหน่วยงานที่ออกบัตร ต้องมีการกลั่นกรอง ถ้าออกให้คนที่ขโมยไปได้ โดยไม่ได้ตรวจสอบชัด แน่นอนว่ากรณีเช่นนี้ คงวนเวียนกันไปอีกไม่รู้จักจบสิ้น