วันหีบน้ำอ้อยวันแรกกว่าจะได้เริ่มหีบจริงจังก็เป็นตอนหลังอาหารกลางวันแล้ว ช่วงเช้าเป็นพิธีกรรมเรียกขวัญอิ้วและเรียกขวัญช่างทำอิ้ว

พ่อสถานบอกว่า อิ้ว เป็นเครื่องมือชิ้นใหญ่มาก ที่ใหญ่ทั้งในเชิงรูปธรรมของเครื่องวัตถุดิบที่นำมาทำอิ้ว และใหญ่ในเชิงเนื้องานที่เครื่องมือสามารถทำได้ ชาวบ้านก็จะเรียกว่า เครื่องมันแฮง เครื่องมีอำนาจในการทำงานเหนือกว่ากำลังของมนุษย์ทำได้เอง การเกี่ยวข้องกับเครื่องมือแบบนี้ก็จะต้องมีการเรียกขวัญ เพื่อให้เป็นศิริมงคล และช่างที่ซ่อมอิ้วนันจะได้ไม่แพ้อิ้ว การแพ้อิ้วก็อาจเกิดการเจ็บป่วย ไม่อยู่ดีมีสุข หรือเกิดปัญหาอุปสรรคในการอิ้ว

ช่วงเช้าจึงเป็นพิธีเรียกขวัญ  ๑๐ โมง ๑๑ โมง เพื่อน ๆ จึงทยอยเดินทางมาร่วม และได้ทำการปรับต่าง เครื่องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

บ่าย เริ่มอิ้วกันเป็นเรื่องเป็นราว และเมื่อได้น้ำอ้อยสดประมาณ ๔ คุถัง จึงได้เริ่มก่อไฟ ต้มน้ำอ้อย ๔  กระทะ แรกของพวกเรา

ขนบเดิมของการทำน้ำอ้อย ที่ได้รับการยืนยันอย่างแข็งขันจาก ดอกเตอร์ใหญ่ทั้งสองของพวกเรา บอกว่า ขบวนการเคี่ยวน้ำอ้อย จนถึงการหยอดทำก้อนน้ำอ้อย ต้องทำก่อนตะวันตกดินให้เสร็จ ทำกลางคืนพ่อแม่ไม่เคยพาทำ เพราะน้ำอ้อยจะไม่เป็นก้อน

เวลาเคี่ยวน้ำอ้อยจะทำตั้งแต่เช้าขันค่ำ (เช้าถึงค่ำ) ถ้าทำตอนกลางคืน มันเป็นขี้เล้ ไม่แห้งเป็นก้อน พ่อเคยเห็นเหมือนกัน
ดอกเตอร์สวยบอก
ไม่เคยทำตอนกลางคืนมาก่อนในชีวิต
ดอกเตอร์สาง
ตอนกลางคืน จะต้มน้ำอ้อยให้เดือด  สุกระดับหนึ่ง แล้วราไฟ ทิ้งไว้อย่างนั้น รอเคี่ยวต่อตอนตีสี่ของวันรุ่งขึ้น
ญาติของพ่อสางที่บ้านนาเดื่อบอก

หม้อน้ำอ้อยชุดแรกจึงถูกปฏิบัติแบบที่สามที่ญาติพ่อสางแนะนำคือต้มให้ได้ที่แล้ว ราไฟ ทิ้งไว้ คนไปพักผ่อน เช้ามืดค่อยมาทำต่อ ตกลงกันแบบนี้

เกือบสามทุ่ม แล้วคณะพวกเรา ดิฉัน อาจารย์ทนาย เล็ก เดินกลับมาจากบ้านพ่อสถานกลับมาที่ทำน้ำอ้อยอีกครั้ง

คุมไฟ
....
กวน ไฟแบต

คณะดนตรีซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตัดอ้อยกำลังบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน ส่วนฝ่ายอิ้วก็กำลังอิ้วอ้อยอยู่ ฝ่ายเคี่ยวก็กำลังเคี่ยวกลางควันไฟตลบ

 

คนให้ขึ้นส่า
....
หยอด
....
ฉายไฟดู

พอพวกเรามาถึง พ่อสาง รีบเดินมาหาดึงแขนอาจารย์ทนาย ไม่พูดจาอะไรมาก เพียงแต่บอกเบา ๆ ว่า
มา มา อาจารย์ทนาย ไปเบิ่ง ไปเบิ่ง....

อาจารย์ทนายเดินตามไป เห็นน้ำอ้อยเป็นก้อนอยู่ในถาดเรียบร้อยแล้ว

ผมคิดว่า มันจะไม่เป็น.....
พ่อสางไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก แต่นี่เป็นการทำน้ำอ้อยตอนกลางคืนที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต พ่อสางคงจะลุ้นว่ามันจะ ได้  หรือ ไม่ได้
มันทำได้!!!!
ก็สมควรกับการที่จะตื่นเต้นระคนกับภาคภูมิใจ ในผลงานอันดับแรกจนระงับไม่อยู่

อาจารย์ทนายชิมน้ำอ้อยชุดแรก พร้อมชมเชยไม่ขาดปาก หอม อร่อย รสชาติคล้ายชอคแคลตท์

มันมองไม่เห็น หม้อแรกไฟเกือบไหม้ ผมเรียกหาไฟหม้อแบตมาส่อง แต่มันไม่ทันการ
พ่อสางอธิบาย
ได้ขนาดนี้ ก็ดีที่สุดแล้วครับ น้ำอ้อยอร่อยครับ ดีแล้วครับพ่อสาง

พ่อเงินเข้ามาหาดิฉัน รีบรายงาน ลิ้นพันกันนิดหน่อย
คูคับ ผมบอกให้หนุนไฟเข้าไปเลยคับ คู เอาให้เสร็จ ใส่ไฟเข้าไปให้เต็มที่
ดิฉัน ก็
เหรอ เหรอ
พ่อทองพูล ก็มาเล่าเช่นกัน
พวกเพื่อน ๆ บอกอยากเร่งให้มันเสร็จ...ก็เลยสุม ๆ ไฟเข้าไป...
ดี ดีแล้ว ถ้ามันทำได้ ก็ทำให้เสร็จไปเลย
ดิฉันหนุนส่ง

เป็นอันว่า คืนนั้นได้น้ำอ้อย  ๔  กระทะแรก  ที่หยอดตอนกลางคืน และที่เหลือต้มสุก แล้วราไฟไว้ต่อรุ่งเช้า

นำอ้อยชุดแรก

เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ครั้งแรกในชีวิตของดอกเตอร์ใหญ่ทั้งสองของเราเหมือนกัน
น้ำอ้อยสามารถเคี่ยวและหยอดเป็นก้อนได้ในตอนกลางคืน!!!!!

พวกเราทุกคนพากันชิมน้ำอ้อยหม้อแรกกันได้คนละนิดคนละหน่อย ค่าที่มันหวานจนแสบคอ  รวมทั้งพวกเด็กและชาวบ้านที่มาดูคืนนั้น ก็ได้รับน้ำอ้อยใส่ไว้ในกำมือกลับบ้านกันคนละก้อน สองก้อนกันถ้วนหน้า