(28)
เราฝึกทักษะ “การรู้เท่าทันการสื่อสาร “ไปเพื่ออะไร?
มีข้อน่าคิดอยู่ประการหนึ่งว่า ในความเป็นจริง ในชั่วโมงการเรียนการสอนจริงๆ ครูต้องสอนเนื้อหาวิชาการให้ทันในเวลาจำกัด เพราะเด็กต้องสอบ และครูต้องประเมินผล แล้วเด็กก็ต้องนำเกรด(ตัวชี้วัดความรู้ความสามารถเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร) ไปต่อยอดชีวิตของเขาต่อไป ทำให้ครูต้องให้เวลากับ “เนื้อหาวิชา” เป็นสำคัญ
ส่วน”เรื่องอื่นๆ”นั้น อาจเป็นเรื่องรองลงไป อาทิ...
......การเสียสละ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ความมีน้ำใจ การรู้จักคิดถึงจิตใจผู้อื่น ความรับผิดชอบและจิตสำนึกตระหนักต่อส่วนรวม อาจเป็นเรื่องรองลงไป
......การเป็นคนดี มีจิตใจเนื้อแท้ที่ดีงาม การรู้จักรักเพื่อนมนุษย์ด้วยใจจริง การมองเห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น อาจเป็นเรื่องรองลงไป
......จริยธรรม คุณธรรม มโนธรรม ความรู้จักพอ ความรู้จักละอายต่อบาป อาจเป็นเรื่องรองลงไป
.............หลายๆสิ่ง อันเป็นคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ที่ดี อาจกลายเป็นเรื่องรองลงไป
ดังนั้น การฝึกทักษะ “การรู้เท่าทันการสื่อสาร “ และการฝึกให้เด็กๆ ”ตระหนักถึงความสำคัญ”ของการรู้เท่าทันการสื่อสาร
.......อาจจะช่วยให้เข้าใจและตระหนักถึง “องค์ประกอบของความเป็นคนดี และการคิดถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัว” ได้ชัดเจนขึ้น
เพราะเมื่อเด็กๆถูกฝึกให้มีทักษะ หรือเกิดคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ทักษะที่จะช่วยให้เข้าใจ และให้รู้ถึงเหตุการณ์หรือความคิดของบุคคลได้ทันที
2. ฝึกให้เกิดการทักษะการ”รู้จริงตามธรรมดา” ให้มากพอ และ
3. ฝึกให้เห็นผลโดยตรง และผลกระทบสืบเนื่องของปัญหาการสื่อสารครั้งนั้นๆ ว่าสามารถสร้างปัญหาให้แก่ตนและส่วนรวมได้เพียงไหน
......ก็น่าจะมีส่วนช่วยให้ฉุกใจคิด และอาจตั้งคำถามตัวเอง(ด้วยสามัญสำนึก)มากขึ้น...ว่า
เราเป็นใคร เรากำลังทำอะไร สิ่งที่เราทำอยู่นี้ ใช่สิ่งที่สมควรทำไหม หากสมควรแล้ว จะทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น หากไม่สมควร ต้องทำอย่างไร ( รู้จักคิดว่าอะไรดี อะไรควร อะไรไม่ดี ไม่ควร นำไปสู่การคิดเรื่องผิดชอบชั่วดี นำไปสู่การคิดเรื่องความรู้จักละอาย และการยับยั้งชั่งใจ นำไปสู่ ฯลฯ)
การฝึกให้รู้จักฉุกใจคิด อาจพัฒนาสืบเนื่องไปถึงความมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ความรู้จักไม่เห็นแก่ตัว การรู้จักละอัตตาหรือตัวตน และพัฒนาไปเป็นคุณธรรมขั้นละเอียดยิ่งๆขึ้นไป
.............................................................................
ปรับเพิ่มเติมจาก เว็บไซต์วิชาการด็อตคอม กระทู้การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 (14 ธ.ค. 2549)
อ่านมาถึงตรงนี้ คิดว่า เป็นวิชาที่หลาย ๆ วิชาชีพควรเรียนรู้ ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก
พี่แอมป์คิดว่าเรื่อง "ทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร" จะทำให้ผู้สอนเวียนศีรษะอยู่บ้างในเบื้องต้น
หากคิดว่านี่คือการฝึกกลไกการอ่านใจคนอื่นออก แล้วก็จบอยู่แค่นั้น เพราะจะจบลงที่วิชาจิตวิทยา
แต่หากมองให้ไกลไปอีกนิดว่านี่คือการสร้าง"ทักษะการรู้เท่าทันจิตใจตนเอง"
ครูก็จะสามารถสร้างมนุษย์ที่น่ารักออกมาสู่สังคมได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องกังวลกับกับวิชาใดๆ
แค่หาวิธีการและจังหวะในการฝึกให้เนียนในเนื้อทุกขณะจิตเท่านั้น
และหากมองให้ลึกซึ้งว่านี่คือการทำความเข้าใจธรรมชาติธรรมดาของกลไกของจิตใจ และจิตของมนุษย์ ด้วย"ปัญญาญาณ" อันเป็นเรื่องที่ฝึกได้
(พี่เชื่อว่า intuition เป็นเรื่องที่มนุษย์ฝึกให้เกิดได้)
การรู้เท่าทันการสื่อสาร ก็จะเป็นเนื้อเดียวกับปัญญาหยั่งรู้อย่างเป็นธรรมชาติธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษใดๆ
พูดไปแล้วก็ชักจะเสียวๆอยู่เหมือนกันค่ะคุณหมอเล็ก เพราะสิ่งที่เราคิดเองเออเอง แถมยังบอกว่า"เป็นธรรมดา"เช่นนั้น ก็ดูจะลดทอนคุณค่าของคำว่า"วิชา" และลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งที่เราคิดว่าเป็น"ความรู้"อยู่พอประมาณ ทั้งที่ในหลายๆครั้งผู้รู้ท่านก็ได้บอกว่า อันความรู้และความจริงทั้งหลายในโลกนี้ ก็ยังมิอาจเรียกได้ว่าเป็น"ความจริงแท้"
จนกว่าจะมีใครสักคนที่จะเข้าถึงความจริงแท้นั้นด้วยตนเอง และเห็นความเป็น"ธรรมชาติธรรมดา"ด้วยตัวของตัวเอง อย่าง เป็น ธรรมชาติ
ประโยคยาวๆข้างบนนี้ พี่หมายถึงการฝึกจนเราสามารถรู้และเข้าใจได้แล้วด้วยตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่เกินความสามารถของมนุษย์ธรรมดาที่ตั้งใจจริงเลย (พี่เชื่ออย่างนั้น)
ว่าแล้วพี่ก็เผ่นไปตั้งหลักก่อนดีกว่าค่ะคุณหมอเล็ก เพราะเพื่อนบอกว่าถ้าเพ้อไปไกลกว่านี้เธอจะพาไปถ้ำกระบอก ไปอดเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสารให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
นึกแล้วน่าหวาดหวั่นมากค่ะ : ) : ) : )
สวัสดีค่ะ น้องสาว
โดยเฉพาะครู ต้องรู้ให้มากๆๆ
คิดถึงค่ะ
สวัสดีด้วยความระลึกถึงมากค่ะพี่อ้อย
พี่อ้อยและครอบครัวสบายดีนะคะ แอมแปร์แวะเข้ามาที่นี่ได้อ่านบันทึกดีๆของพี่อ้อยเป็นระยะๆ
ขอบพระคุณที่พี่อ้อยแวะมา"ฝากคำถึงครู" นะคะ แอมแปร์เห็นด้วยอย่างยิ่งและกำลังเพียรฝึกตัวเองไปทุกวัน ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย คือเวลารู้สึกว่า"เข้าใจ" ได้บ้างนี่ก็สนุกและเป็นสุขใจดีนะคะ
ขอให้พี่อ้อยทำงานมีความสุข และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงตลอดไปค่ะ แอมแปร์จะรออ่านบันทึกให้ข้อคิดดีๆของพี่อ้อยอยู่เสมอนะคะ : )