ออมแล้วไม่อด จดแล้วไม่จน

เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชาการวางเป้าหมายและแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต
ออมแล้วไม่อด จดแล้วไม่จน  

            ปัญหาเงินหมุนเวียนในครอบครัวไม่เพียงพอ หรือที่โบราณท่านว่าเป็นครอบครัวที่ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวถกเถียงทะเลาะกัน สามีทะเลาะกับภรรยา พ่อแม่ทะเลาะกับลูก เพราะจัดการกับทรัพยากร(เงิน)ที่มีจำกัดไม่ลงตัว ฝ่ายภรรยาก็โทษสามีว่าที่เงินไม่พอใช้เพราะเขาใช้เงินไปดื่มเหล้าเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูงมากเกินไป ฝ่ายสามีก็โทษว่าภรรยาใช้เงินไปกับเสื้อผ้าเครื่องสำอางและแทงหวยมากเกินไป แล้วทั้งคู่ก็หันมาโทษลูกๆ ว่าเสียเงินไปกับค่าโทรศัพท์มือถือมากเกินไป

ปัญหาเงินหมุนเวียนในครอบครัวไม่เพียงพอเกิดขึ้นจากการที่เงินจ่ายออกไปมากกว่าเงินที่รับเข้ามาและมีอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ

ปัญหานี้แก้ได้ หากสมาชิกในครอบครัวทุกคนหยุดโทษกัน หันหน้ามาสารภาพแก่กันและกัน และต่างตั้งใจว่าฉันจะค่อยๆ ลดลงแล้วนะ มาจับเข่าคุยกัน ร่วมด้วยช่วยกันคิดช่วยกันวางแผนงบประมาณครอบครัว ช่วยกันทำบัญชีบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง การทำอะไรอย่างมีการใช้ความคิด มีการวางแผน มีการจัดการย่อมดีกว่าไม่คิดไม่วางแผนไม่จัดการ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน อันเป็นปัจจัยหนึ่ง(แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว)ของชีวิตครอบครัวที่มีความสุข

            ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำบางประการในการทำแผนประมาณการงบกระแสเงินสด(เงินเข้า-เงินออม-เงินออก)ของครอบครัว

1.        เริ่มด้วยการสำรวจเงินสด เงินฝาก เงินออม และหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมด

2.        ทำประมาณรายรับ ทั้งรายวัน รายเดือน รายฤดูกาล รายปี รายพิเศษ ทั้งหมดขึ้นมา

3.        ตั้งเป้าหมายการออมสำหรับเป็นเงินสำรองกรณีฉุกเฉินประมาณ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นของรายได้ รวมทั้งการออมโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อซื้อของบางอย่าง ซี่งก็คงเป็นสิ่งที่ใหญ่โตพอสมควรจึงต้องออมเป็นระยะเวลาหนึ่งถึงจะซื้อได้ เรื่องการออมอย่างมีจุดมุ่งหมายนี้เป็นเทคนิคที่อาจารย์เอ็นนู ซื่อสุวรรณ แนะนำ โดยท่านให้เหตุผลว่า หากออมอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายอาจทำให้เลิกกลางคันได้ง่าย ท่านยังได้แนะนำอีกว่า ควรออมอย่างมีพยานรู้เห็นด้วย อย่างกรณีของท่านก็ออมเป็นทุนการศึกษาให้ลูก พอเดือนไหนลืมหรือช้าไปหน่อย ไม่ได้เอาเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์เพื่อการศึกษา ลูกก็จะมาทวง (โปรดดูรายละเอียดในวิดีโอการบรรยายของ อ.เอ็นนู)

4.        แยกแยะค่าใช้จ่ายรายวัน รายเดือน รายปี รายฤดูกาล และรายโอกาสต่างๆ ขึ้นมาว่ามีอะไรบ้าง

5.        จดทั้ง 4 ข้อข้างต้นลงในกระดาษที่ทำเป็นตาราง แนวตั้งเป็นรายการรายรับ-การออม-รายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แนวนอนเป็นช่องระยะเวลา โดยอาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ตัวอย่างที่แนบมาเป็นแผนรับ-จ่ายเป็นรายเดือน แต่นักศึกษาอาจดัดแปลงได้ตามความเหมาะสมสอดคล้องของตัวเอง

6.        หมั่นทบทวนและปรับปรุงแผนเป็นระยะๆ โดยเทียบกับตัวเลขที่ได้จากการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายครัวเรือนอย่างง่ายที่มีเพียงวันเดือนปีที่เกิดรายรับ-รายจ่าย รายการที่เกิด และจำนวนเงิน

 

การทำเช่นนี้ จะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งปีว่าเงินเรามาจากทางไหนและออกไปทางไหนบ้าง ถ้าเป็นไปตามนั้นถึงสิ้นปีงบประมาณที่ทำ จะมีเงินออมเกิดขึ้นเท่าไร หากมีหนี้สินที่ต้องใช้ ได้ใช้ไปเท่าไร มีเงินเหลือหรือติดลบเท่าไร หากเห็นชัดๆ ว่าจะติดลบ จะตัดหรือลดค่าใช้จ่ายอะไรลงได้บ้าง ที่สำคัญคือต้องเอาค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น(จากการจดบัญชี) มาเทียบกับแผนประมาณการรายรับ-รายจ่ายนี้อยู่เสมอ และปรับปรุงอยู่เสมอ

ตัวอย่างแผนงบประมาณครอบครัวที่นักศึกษาได้รับนั้น แสดงให้เห็นว่านายคำและนางจันเริ่มจากการนำยอดเงินสดคงเหลือที่ถืออยู่มาลงไว้ก่อน ตรงนี้หากเป็นยอดติดลบจากการยืมเงินระยะสั้นก็อาจใส่เป็นเลขติดลบไว้ เพื่อจะดูว่าถึงสิ้นปีจะน้อยลงได้แค่ไหนหรือหมดไป จากนั้นก็เป็นรายการรายรับที่คาดว่าจะได้ในแต่ละเดือน เช่น มีที่ดินหรือบ้านอีกหลังให้คนเช่า หรือจากการเก็บผลผลิตบางอย่างขาย หรือการรับจ้างทำงานพิเศษบางอย่าง ต่อมาก็เป็นประมาณการด้านการออม

ส่วนล่างของตารางเป็นการประมาณการรายจ่ายซึ่งครอบครัวนี้แบ่งเป็นรายจ่ายประจำปีและที่อาจมีระหว่างปี รายจ่ายประจำเดือน และรายจ่ายประจำวัน

หากสังเกตดูในตารางตัวอย่างนี้จะเห็นว่าครอบครัวนายคำ-นางจันมีหนี้สินบางอย่าง และผ่อนชำระเดือนละ 800 บาท ถึงสิ้นปีก็หมด ในขณะที่มีการออมเดือนละ 1,000 บาท มากกว่าชำระหนี้  กรณีที่ท่านมีหนี้สินมากอาจทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการชำระหนี้มากกว่าการออม จนกว่าหนี้จะหมดหรือเบาบางลง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหนี้มากเพียงไรก็ขอแนะนำให้กันส่วนหนึ่งแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีเป็นเงินออมไว้ยามฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะตกต่ำลงอันเนื่องจากวิกฤติการณ์น้ำมันในขณะนี้ คำว่า ออมแล้วไม่อด จดแล้วไม่จน เป็นคาถาที่ใช้ได้จริงตลอดทุกยุคทุกสมัย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำเบื้องต้นที่ทุกครอบครัวสามารถปฏิบัติได้ไม่ยาก บริษัทที่เขาทำการค้าทำธุรกิจทุกแห่งเขาต้องทำแผนการเงินและบัญชีที่ซับซ้อนมากกว่านี้ อีกทั้งกฎหมายบังคับให้เขาต้องทำบัญชีด้วย แต่นั่นก็เป็นเครื่องมือให้เขาสามารถประสบความสำเร็จทางการเงินได้

บุคลหรือครอบครัวที่ทำแผนงบประมาณครอบครัวและบัญชีครัวเรือนแล้วก็จะประสบความสำเร็จทางการเงินอย่างแน่นอน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต

คำสำคัญ (Tags)#การศึกษา#อุดมศึกษา#คุณภาพชีวิต#แผนชีวิต#การศึกษาผู้ใหญ่#โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต#เอ็นนู ซื่อสุวรรณ

หมายเลขบันทึก: 81935, เขียน: 05 Mar 2007 @ 00:13 (), แก้ไข: 10 Jun 2012 @ 08:29 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

พอเริ่มจดอะไรแล้ว ผมมักจะทำอะไรซ้ำๆ เช่น ขึ้นรถเมล์ ราคาเท่าเดิมทุกวัน (ถึงแม้จะมี 2 ราคาให้เลือก) เพราะว่า ขี้เกียจจด :-P

ถ้าทำชีวิตเหมือนเดิม ก็ลอก ของเมื่อวานมาได้เลย :-P 

น่าเสียดายที่รถเมล์ ไม่มีตั๋วเดือนแล้ว T_T

ว่าแล้วก็กลับมาจดอีกครั้งดีกว่า รู้สึกว่าช่วงนี้ copy & paste ไม่ได้แล้ว

อาจารย์สุรเชษฐ ค่ะ

ต้องบอกว่าเวลาจดค่าใช้จ่ายไว้ ทำให้เรารู้ตัวเองว่าขณะนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่ ควรจะจ่ายเท่าไหร่ เพื่อจะให้มีเงินออมเท่ากับที่ตั้งเป้าไว้

ขอบคุณมาก ๆค่ะ สำหรับคำแนะนำดี ๆ นะค่ะ

nopparat76
IP: xxx.188.60.8
เขียนเมื่อ 

คำแนะนำดีดีแบบนี้ควรนำไปเผยแพร่ให้เด็กๆได้รู้ไว้

ขอบคุณมากๆครับอาจารย์

thoth
IP: xxx.206.226.86
เขียนเมื่อ 

โปรแกรมบันทึกค่าใช้จ่ายประจำวัน ออนไลน์ ฟรี

http://www.paybook.freekrub.com

— บันทึกแล้วไม่จน —

ขอฝากประชาสัมพันธ์ โปรแกรมด้วยครับ

โปรแกรมผมทำเอง

ขอบคุณ คุณ thoth จะ ปชส.ให้ นศ. ม.ชีวิตทราบต่อไปครับ

อย่างไรก็ตาม ผมเองไม่กล้าบันทึกข้อมูลการใช้จ่ายรายวันแบบออนไลน์

เกรงจะมีคนเห็นข้อมูลตนเอง ยังชอบที่จะบันทึกลงกระดาษ