ผมเป็นครูในโรงเรียนประถมเล็กๆไรงเรียนหนึ่งที่มีโอกาส ใด้มาเรียนรู้เพื่อเป็นการพัฒนาตัวเอง โดยมุ่งหวังที่จะเรียนรู้  วิธีค้นหาเครื่องมือในการค้นหาความจริง  ที่เราเรียกว่า งานวิจัย  เพื่อกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาชุมชน  

       ในช่วงแรกๆของการเริ่มเขียนเค้าโครงของงานวิจัย  เนืองจากมีความตั้งใจสูง ที่จะเรียนให้เต็มที่ มีคุณค่ากับคนที่ให้ความอุปการะ  จึงคิดใหญ่ เรื่องใหญ่ๆทั้งนั้นเลย  จนบางคนบอกว่า มันใหญ่เกินตัว และทำใด้อยาก  ควรเลือกเรื่องที่มีความชัดเจน เป็นปัญหาจริงและสำคัญของชุมชน และทำใด้จริง

       เลยต้องกลับมาทบทวนตัวเอง ทบทวนความคิด ตั้งไข่ใหม่ ว่ามีประเด็น ใดบ้างในชุมชนที่เป็นปัญหาสำคัญ ของชุมชน (ไม่ไช่ปัญหาของเรา)  และที่สำคัญ ต้องทำได้ และเกิดประโยชน์กับชุมชนจริงๆ

       เนื่องจากเคยทำงานร่วมกับการปกครองส่วนตำบลที่เราเรียกว่า สภาตำบล ที่ผ่านมามีกำนันเป็นประธานสภาโดยอัตโนมัติ และมีการพัฒนา รูปแบบ มาเรื่อยๆ มีการกระจายอำนาจกระจายงบประมาณลงมา อย่างมากมายเป็น การปกครองส่วนท้องถิ่นมีการเลือกตั้งโดยตรง ทั้งตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภา ที่เป็นตัวแทนของแต่ละหมู่บ้าน ภายใต้พระราชบัญญัติ สภาตำบลและองการบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2546)   ตามแนวปฏิบัติ  มีทั้งอำนาจ และงบประมาณมากมาย และสามารถบริหารจัดการ ตัดสินใจ ใด้อย่างรวดเร็ว คล่องตัวในเชิงการบริหารจัดการ

                ในขณะที่แนวคิดของเศษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ  ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ตอบรับและเห็นความสำคัญมาก แต่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ลงมือทำจริงจัง เลย  ถึงทำ ก็ยังใช้วัฒนธรรมการทำงานแบบเก่าๆ ใด้ทำงานแต่ไม่ใด้งานที่ทำ    โดยเเฉพาะหน่วยงานในระดับล่างในชุมชน ที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้าน รู้ปัญหา ของชุมชนใด้ดี อย่างองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีอยู่ทุกตำบล ในประเทศ  ถ้า อบต.เหล่านี้ มีความเข้าใจ ในปรัชญาและเห็นคุณค่า และประโยชน์ของแนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง   และนำไปสู่การถูกกำหนดให้เป็นนโยบายหลัก ของ อบต. ทั่วประเทศ ที่มีความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น ความหวังที่จะพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่มีความเข้มเข็ง ทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม อย่างยั่งยืน ตามแนว คิดของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คงมีโอกาศใด้เห็นเป็นจริง

           แต่การ ค้นหา กลไกการนำเอาแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นนโยบายหลักขององค์การบริหารส่วนตำบล ในการพัฒนาท้องถิ่น คงไม่ง่าย    อบต.เองก็มีข้อจำกัด และเงื่อนไขที่ทำให้การพัฒนาไม่ตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ และไม่ยั่งยืนมีเงื่อนไขปัญหา ในการพัฒนาชุมชนก็มีมากมายเช่น

               1. นโยบายหลักของ อบต. ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขผลประโยชน์อำนาจและอิธิพลของ กลุ่มฐานคะแนน และกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุน

                2.การจัดสรรงบประมาณ เน้นไปในการพัฒนาวัตถุ มากกว่าการพัฒนาคน โดยมีเหตุจูงใจที่เป็นผลงานที่เห็นใด้ชัดเจน รวดเร็วปรากฏในเวลาที่ดำรงตำแหน่งอยู่

                3. อบต.เองความรู้ยังไม่พอในการที่จะพัฒนชุมชน 

            ตัวชุมชนเองก็อ่อนแอไม่มีพลังพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ติดตามบทบาท และการทำงานของ อบต.ของตัวเอง

คำถามที่อยากค้นหาคือ

  • ชาวบ้านเรียนรู้อะไรบ้างกับอบต.
  • เรียนรู้อย่างไร
  • สิ่งที่เขาเรียนรู้มีประโยชน์กับการพัฒนาตัวเขาและชุมชนและท้องถิ่นของเขาอย่างไร
  • สัดส่วนของความรู้ที่เขามีกับความรู้ที่เขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นอย่างไร
  • กลไกการนำแนวคิดของเศรษฐกิจมาเป็นนโยบายหลักของอบต. เป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร        

                  ไม่ทราบว่าความคิดแค่หางอึ่ง(อ่าง) จะพอเป็นไปใด้แค่ใหน ใครก็ใด้ช่วยให้ผมคิดใด้ชัดกว่านี้ใด้ จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ