GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คำตอบจากพ่อแม่ กับคำประกาศของลูกสาวที่บอกว่า อยากอยู่เป็นโสดตลอดไป

ควรให้ข้อมูลหลายมิติเพื่อให้ลูกสาวคิดเปรียบเทียบ และตัดสินใจด้วยตัวเอง
พ่อแม่หลายคนอยากเห็นลูกของตัวเองมีครอบครัว มีคนดูแลอุปถัมภ์ เพื่อจะได้หมดห่วงในวันที่พ่อแม่ไม่สามารถดูแลลูกของตนได้

โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกสาว ย่อมอยากที่จะให้ลูกสาวมีใครสักคนมาดูแล ห่วงใย และอยู่เคียงข้างตลอดไป


แต่ในปัจจุบันนี้  ตัวลูกสาวหลายคนเองกลับไม่มีวี่แววที่จะได้แต่งงานเสียที ทั้งๆที่พยายามที่จะมองหาใครสักคนเช่นกัน แต่ยังไม่พบคนที่ใช่



บางคน คิดว่าชายคนนี้ คือคนที่ใช่ แต่คบๆไป แหม... ไม่ใช่อย่างที่คิด


บางคนมีความรักกับคนที่คบหากันมาพอสมควร แต่แล้วก็ต้องผิดหวังกับพฤติกรรมหลายอย่างของฝ่ายชาย
จึงทำใจ ในเมื่อหาคนที่ใช่ไม่ได้ ก็อยู่เป็นโสดแบบนี้แหละ ไม่เดือดร้อนใครอยู่แล้ว

ในความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่นั้น คงรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน
แต่พ่อแม่ในยุคปัจจุบัน คงไม่ไปบังคับให้ลูกสาวต้องแต่งงาน คงปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของตัวลูกเอง
อาจจะมีบางครอบครัว ที่พ่อแม่หาคู่แต่งงานให้เสียเลย

เมื่อลูกสาวประกาศขออยู่เป็นโสด แม้พ่อแม่จะไม่เห็นด้วย แต่ต้องยอมรับในการตัดสินใจของลูกสาว

ความจริง พ่อแม่ สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านั้น


พ่อแม่ควรจะสอบถามเสียก่อนว่า ทำไมถึงคิดแบบนั้น

ฟังคำตอบและเหตุผลของเขาเพื่อดูวิธีคิดและเหตุผลของเขา แล้วพ่อแม่จึงให้คำแนะนำจากประสบการณ์ของพ่อแม่มอบให้แก่ลูกสาวบ้าง  


ให้ข้อมูลเพื่อให้มุมมองอีกมิติดูบ้างว่า ถ้าเป็นแบบที่แนะนำนั้น จะดีหรือไม่
ให้ข้อมูลหลายมิติเพื่อให้ลูกสาวคิดเปรียบเทียบ และตัดสินใจด้วยตัวเอง


แต่หลายคนมักจะตัดสินใจด้วยมุมมองเพียงมิติเดียวเท่านั้น

ทำให้พลาดโอกาสที่ดีๆหลายอย่างในชีวิตไป



หยิบประเด็นมาขยายความ นำจากรายการวิทยุ “ที่นี่มีการเมือง”
 FM 97.75 Mhz คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศเมื่อ 1 มี.ค. 2550 เวลา 23.00-24.00 น.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81567
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

  • บันทึกนี้ โดนใจอีกแล้ว คุณบอน
  • พี่ก็เป็นอีกหนึ่งในหัวอกของแม่ที่ลูกสาวประกาศว่า อยากอยู่เป็นโสดตลอดไป
  • และที่เศร้าที่สุด ก็คือ ความล้มเหลวในชีวิตคู่ของพ่อแม่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกเข็ดขยาด ไม่กล้าที่จะสร้างครอบครัวของตนเอง
  • เคยบอกลูกว่า อย่าให้คำจำกัดความของ คำว่า "ความรัก"มีแค่สีขาวและสีดำ ควรให้โอกาสความรักได้เป็นสีเทาบ้าง
  • พยายามให้ข้อมูลในหลายมิติตามที่คุณบอน กล่าวไว้ข้างบน แต่..ดูเหมือนว่า ยังไม่สามารถลดระดับการมองโลกในแง่ร้าย ลงได้เลย
  • ทำไงดี! คุณบอน
แสดงว่าคุณพี่ให้ข้อมูลไม่ครบทุกมิติ
อาจเป็นเพราะคุณพี่มีมิติมในเรื่องของความรักและชีวิตคู่ที่ทำให้ ให้คำแนะนำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เรื่องแบบนี้ต้องพยายามให้ข้อมูลเรื่อยๆ
ถ้าพูดเองไม่ได้ ก็ให้ญาติ พี่น้อง ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ครองรัก ดูแลกันอย่างอบอุ่น เป็นคนพูดสิครับ
เช่นกัน สำหรับคนที่เป็นแม่ ถ้าเลือกได้ คงไม่อยากให้เกิดเรื่องเศร้า
แต่อดีตที่ผ่านไป ย้อนเวลากลับไปไม่ได้

ศิลปะในการให้ข้อมูล ความรัก ไม่ได้มีเพียงสีขาว ดำ และเทา เท่านั้น
ดอกไม้ ยังมีตั้งหลายสี แต่คนให้คำแนะนำ (ก็คุณพี่นั่นแหละ)
ยังเปรียบเทียบได้เพียงแค่ 3 สี เท่านั้น
แล้วความรักสีแดง สีชมพู สีน้ำเงิน เหลือง เขียว ส้ม ฯลฯไม่พูดถึงบ้างหรือ

เมื่อให้ข้อมูลที่หลากหลายมิติ เค้าจะเก็บไปคิดเอง
ยิ่งได้เห็นคู่ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ มอบความรัก ความอบอุ่นให้แก่กัน

ใครเห็นก็ตาร้อนครับ อิจฉา
แต่ลูกสาวของคุณพี่ไม่ค่อยได้เห็นภาพเหล่านั้น เลยมองโลกในแง่ร้ายเสมอ
ถ้าเค้าได้ไปร่วมงานแต่งงานบ่อยๆ อาจจะมองโลกในแง่ดีขึ้นมาได้บ้าง
  • คุณบอนพูดถูกในประเด็นที่ว่า พี่มีมิติในเรื่องของความรักและชีวิตคู่ที่ทำให้ ให้คำแนะนำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • การเปรียบเทียบความรักได้เพียงแค่ 3 สี ในความหมายของพี่ คือ ก. ถูก ข.ผิด ไม่มีข้อ ค. ถูกทั้ง2 ข้อ หรือ ตึง กับ หย่อน ไม่มีแบบพอดีๆ หรือ ดี กับ เลว ไม่มีดีมั่งไม่ดีมั่ง ปะปนกัน ประมาณว่า ไม่พบกันครึ่งทาง แหละค่ะ
  • อาชีพของเขา (แอร์โฮสเตรท) ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนๆ ได้บ่อยๆ ซ้ำร้าย ยังตอกย้ำความคิดไปอีก ในประเด็นที่เห็นเพื่อนๆ ร่วมอาชีพมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ที่จะประคองชีวิตรักไปได้นาน (ประมาณว่า พอกลับมาจากไปทำงานครั้งละ 3 วัน 7 วัน เดือนหนึ่ง บางที่ก็ 2 เดือน แฟนก็นอกใจไปแล้ว)
  • ขอบคุณ คุณบอนค่ะ ที่ชี้แนะ

     

สำหรับนิว  ชีวิตนี้ก็คงอยู่เป็น โสด เหมือนกันคะ  นิวเพิ่งอกหักนะคะ  คบกันมา  7 ปี แต่เมื่อถึงวันนึงมันไม่ใช่  ก็คือไม่ใช่  เสียใจเหมือนกัน  แต่ทำไงได้หละ  เพราะเรามันไม่ดีเอง   ขออยู่คนเดียวดีกว่า  ไม่อยากให้ความหวังกับใคร  เพราะนิวรู้ว่ามันคงเจ็บปวด  ถ้าหากเราไม่สามารถมีเวลาให้กับเค้าได้เต็มที่ 


คุณพี่สุมาลีครับ (lioness)

จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับคุณพี่ที่จะให้คำพูดคำแนะนำที่หลากหลายมิติ เพราะคุณพี่ก็ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชีวิตหลายนัก อาจเพราะ ภาระหน้าที่การงานนั่นเอง

แม้ลูกสาวของคุณพี่จะเป็นแอร์โฮสเตรท แต่ สาวแอร์ก็เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคน (แหม นายบอนจะมีสิทธิ์ลุ้นด้วยไหมเนี่ย) แต่ลักษณะการทำงาน อาจจะทำให้เกิดความท้อใจได้ แบบนี้ก็คงต้องทำใจแล้วล่ะครับ

แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันนี้ การสื่อสารมันสะดวกกว่ายุคก่อนนะครับ หลายคนทำงานคนละที่ คนละจังหวัด เจอหน้ากันเดือนละ 1 วันเท่านั้น เค้ายังแต่งงานกันได้ เวลาที่ไม่ได้เจอกัน ใช้สื่อสารพัด โทรศัพท์มั้ง ส่ง SMS  อีเมล์ ได้ตลอด และพยายามปรับตัวให้เข้ากับตารางการทำงานของอีกฝ่าย แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย แต่ก็ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดให้คุ้มค่า หวานซึ้งที่สุด ทำให้คู่ที่เจอกันน้อย แต่ชีวิตรักกับหวานซึ้งมากกว่าคู่ที่เจอกันทุกวันเสียอีก

บางคู่ คุณแม่เป็นคนที่ช่วยเป็นแม่สื่อให้เสียเลย ช่วยพูด ช่วยสื่อให้คู่รักทั้งสอง ได้คิดถึงกัน ผูกพันกัน รักกัน แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย ความจริงแล้ว ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน แต่คุณแม่ท่านนี้ ก็เข้ามาช่วยเหลือ เพราะมั่นใจในความรักของคนทั้ง 2 หากจะปล่อยให้เลิกรากันไป เพราะไม่มีเวลาให้กัน ก็น่าเสียดาย

คู่รักคู่นี้จึงรักษาความรัก ด้วยความคิดถึง แม้ระยะทางจะห่างไกลกัน แต่หัวใจใกล้กันนิดเดียว

นี่คือ อีกหนึ่งมิติมุมมองที่คุณพี่สุมาลี อาจจะยังไม่เคยสัมผัสเลยนะครับ

สวัสดีครับคุณนิว
  น่าเสียดายจัง คบกันมาตั้ง 7 ปี  ถ้าเป็นนายบอนจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ..เอ๊ย ไม่ใช่ครับ
ต่างคนต่างมีเหตุผลของตนเอง 7 ปี นั้น หน้าที่ความรับผิดชอบ ความคิดที่เติบโตขึ้น ทำให้เราคิดไม่เหมือนเดิม เหมือนที่คุณนิวสมัยเรียนปริญญาตรี กับในเวลานี้ ในหลายเรื่อง ย่อมจะมอง คิดที่ต่างกัน ปัจจุบันย่อมจะมองหลายอย่าง อย่างรอบคอบมากขึ้น
เรื่องความรักของคุณนิวก็เช่นกัน คนที่คิดว่าใช่ในวันวาน วันนี้ ไม่ใช่เพราะมุมมองที่เปลี่ยนไป เติบโตขึ้น

วันนี้ อาจจะบอกว่า คงอยู่เป็นโสด ความจริงยังไม่พบคนที่ใช่ต่างหากล่ะ
ไม่มีใครรู้ว่า จะพบคนที่ใช่เมื่อไหร่นี่นา
แต่ก้ไม่แน่นะครับ อาจจะได้พบในอนาคตอันใกล้นี้ก้ได้ ใครจะไปรู้
เหมือนอย่างคนที่เคยคบกันมาตั้ง  7 ปี  ก่อนหน้านั้น คุณนิวก็ไม่รู้หรอกว่า จะต้องมาคบกับเค้าถึง 7 ปี
เมื่อถึงจังหวะเวลา คนที่ใช่ในเวลานั้น ก็จะเข้ามาในชีวิตเองครับ

- -"

 พ่อแม่บางครอบครัวก็ไม่คิดแบบนี้เนอะ

ก็เป็นคนหนึ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ประกาศตัวกับพ่อแม่ว่าจะขอโสดนะคะ  และไม่มีอคติใดกับสถิติหรือการหย่าร้างอะไรทั้งสิ้น  เพื่อนๆจะบอกว่าช่างเลือกมากไปนะ  ก็จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ถ้าเรามีความสุขกับกับการใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วคนที่เราคิดว่าใช่ ยังไม่เข้ามาในชีวิต เราจะเดือดร้อนไปทำไม  โชคดีค่ะ ที่พ่อแม่เข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไร มันไม่ได้อยู่ที่เวลาหรอกค่ะ บางทีมุมมองของพ่อแม่กับเรามันต่างกัน ยุคเปลี่ยนความคิดเปลี่ยน ถ้าหากว่าเขามีความสุขกับชีวิตก็ปล่อยเราใช้ชีวิตเถอะค่ะ  ลึกๆแล้วทุกคนอยากจะมีคู่ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ถ้ามันจะทำให้อะไรๆในชีวิตเราไม่ได้ดีขึ้นหรือว่ามีค่ามากพอที่เราจะมาใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ขอโสดอย่างนี้ดีกว่านะคะ  ในฐานะลูกสาวไม่ค่อยเข้าใจหัวอกแม่เท่าไหร่หรอกนะคะ แต่ว่าถ้าคุยกันๆม่น่าจะมีอะไรให้ต้องกลุ้มใจหรอกค่ะ

ว้า...ไม่ได้อยากเป็นโสดนะคะ  แต่ไม่อยากมีครอบครัวอ่ะ  555