พ่อแม่หลายคนอยากเห็นลูกของตัวเองมีครอบครัว มีคนดูแลอุปถัมภ์ เพื่อจะได้หมดห่วงในวันที่พ่อแม่ไม่สามารถดูแลลูกของตนได้
<h2>โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกสาว ย่อมอยากที่จะให้ลูกสาวมีใครสักคนมาดูแล ห่วงใย และอยู่เคียงข้างตลอดไป</h2>
แต่ในปัจจุบันนี้ ตัวลูกสาวหลายคนเองกลับไม่มีวี่แววที่จะได้แต่งงานเสียที ทั้งๆที่พยายามที่จะมองหาใครสักคนเช่นกัน แต่ยังไม่พบคนที่ใช่

บางคน คิดว่าชายคนนี้ คือคนที่ใช่ แต่คบๆไป แหม... ไม่ใช่อย่างที่คิด
บางคนมีความรักกับคนที่คบหากันมาพอสมควร แต่แล้วก็ต้องผิดหวังกับพฤติกรรมหลายอย่างของฝ่ายชาย
จึงทำใจ ในเมื่อหาคนที่ใช่ไม่ได้ ก็อยู่เป็นโสดแบบนี้แหละ ไม่เดือดร้อนใครอยู่แล้ว
ในความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่นั้น คงรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน
แต่พ่อแม่ในยุคปัจจุบัน คงไม่ไปบังคับให้ลูกสาวต้องแต่งงาน คงปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของตัวลูกเอง
อาจจะมีบางครอบครัว ที่พ่อแม่หาคู่แต่งงานให้เสียเลย
เมื่อลูกสาวประกาศขออยู่เป็นโสด แม้พ่อแม่จะไม่เห็นด้วย แต่ต้องยอมรับในการตัดสินใจของลูกสาว
<h3>ความจริง พ่อแม่ สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านั้น</h3>
พ่อแม่ควรจะสอบถามเสียก่อนว่า ทำไมถึงคิดแบบนั้น
<h2>ฟังคำตอบและเหตุผลของเขาเพื่อดูวิธีคิดและเหตุผลของเขา แล้วพ่อแม่จึงให้คำแนะนำจากประสบการณ์ของพ่อแม่มอบให้แก่ลูกสาวบ้าง </h2>
ให้ข้อมูลเพื่อให้มุมมองอีกมิติดูบ้างว่า ถ้าเป็นแบบที่แนะนำนั้น จะดีหรือไม่
ให้ข้อมูลหลายมิติเพื่อให้ลูกสาวคิดเปรียบเทียบ และตัดสินใจด้วยตัวเอง

<h2>แต่หลายคนมักจะตัดสินใจด้วยมุมมองเพียงมิติเดียวเท่านั้น </h2><h2>ทำให้พลาดโอกาสที่ดีๆหลายอย่างในชีวิตไป</h2>
หยิบประเด็นมาขยายความ นำจากรายการวิทยุ “ที่นี่มีการเมือง”
FM 97.75 Mhz คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศเมื่อ 1 มี.ค. 2550 เวลา 23.00-24.00 น.
คำตอบจากพ่อแม่ กับคำประกาศของลูกสาวที่บอกว่า อยากอยู่เป็นโสดตลอดไป
ควรให้ข้อมูลหลายมิติเพื่อให้ลูกสาวคิดเปรียบเทียบ และตัดสินใจด้วยตัวเอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นายบอน@kalasin · 2 มี.ค. 2550
ร้อยตรีหญิง ศิรประภา วัฒนากิตติกูล · 2 มี.ค. 2550
ร้อยตรีหญิง ศิรประภา วัฒนากิตติกูล · 2 มี.ค. 2550
นายบอน@kalasin · 2 มี.ค. 2550
นายบอน@kalasin · 2 มี.ค. 2550
นายบอน@kalasin · 2 มี.ค. 2550
แสดงว่าคุณพี่ให้ข้อมูลไม่ครบทุกมิติ
อาจเป็นเพราะคุณพี่มีมิติมในเรื่องของความรักและชีวิตคู่ที่ทำให้ ให้คำแนะนำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
เรื่องแบบนี้ต้องพยายามให้ข้อมูลเรื่อยๆ
ถ้าพูดเองไม่ได้ ก็ให้ญาติ พี่น้อง ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ครองรัก ดูแลกันอย่างอบอุ่น เป็นคนพูดสิครับ
เช่นกัน สำหรับคนที่เป็นแม่ ถ้าเลือกได้ คงไม่อยากให้เกิดเรื่องเศร้า
แต่อดีตที่ผ่านไป ย้อนเวลากลับไปไม่ได้
ศิลปะในการให้ข้อมูล ความรัก ไม่ได้มีเพียงสีขาว ดำ และเทา เท่านั้น
ดอกไม้ ยังมีตั้งหลายสี แต่คนให้คำแนะนำ (ก็คุณพี่นั่นแหละ)
ยังเปรียบเทียบได้เพียงแค่ 3 สี เท่านั้น
แล้วความรักสีแดง สีชมพู สีน้ำเงิน เหลือง เขียว ส้ม ฯลฯไม่พูดถึงบ้างหรือ
เมื่อให้ข้อมูลที่หลากหลายมิติ เค้าจะเก็บไปคิดเอง
ยิ่งได้เห็นคู่ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ มอบความรัก ความอบอุ่นให้แก่กัน
ใครเห็นก็ตาร้อนครับ อิจฉา
แต่ลูกสาวของคุณพี่ไม่ค่อยได้เห็นภาพเหล่านั้น เลยมองโลกในแง่ร้ายเสมอ
ถ้าเค้าได้ไปร่วมงานแต่งงานบ่อยๆ อาจจะมองโลกในแง่ดีขึ้นมาได้บ้าง
สำหรับนิว ชีวิตนี้ก็คงอยู่เป็น โสด เหมือนกันคะ นิวเพิ่งอกหักนะคะ คบกันมา 7 ปี แต่เมื่อถึงวันนึงมันไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่ เสียใจเหมือนกัน แต่ทำไงได้หละ เพราะเรามันไม่ดีเอง ขออยู่คนเดียวดีกว่า ไม่อยากให้ความหวังกับใคร เพราะนิวรู้ว่ามันคงเจ็บปวด ถ้าหากเราไม่สามารถมีเวลาให้กับเค้าได้เต็มที่
คุณพี่สุมาลีครับ (lioness)
จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับคุณพี่ที่จะให้คำพูดคำแนะนำที่หลากหลายมิติ เพราะคุณพี่ก็ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชีวิตหลายนัก อาจเพราะ ภาระหน้าที่การงานนั่นเอง
แม้ลูกสาวของคุณพี่จะเป็นแอร์โฮสเตรท แต่ สาวแอร์ก็เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคน (แหม นายบอนจะมีสิทธิ์ลุ้นด้วยไหมเนี่ย) แต่ลักษณะการทำงาน อาจจะทำให้เกิดความท้อใจได้ แบบนี้ก็คงต้องทำใจแล้วล่ะครับ
แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันนี้ การสื่อสารมันสะดวกกว่ายุคก่อนนะครับ หลายคนทำงานคนละที่ คนละจังหวัด เจอหน้ากันเดือนละ 1 วันเท่านั้น เค้ายังแต่งงานกันได้ เวลาที่ไม่ได้เจอกัน ใช้สื่อสารพัด โทรศัพท์มั้ง ส่ง SMS อีเมล์ ได้ตลอด และพยายามปรับตัวให้เข้ากับตารางการทำงานของอีกฝ่าย แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย แต่ก็ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดให้คุ้มค่า หวานซึ้งที่สุด ทำให้คู่ที่เจอกันน้อย แต่ชีวิตรักกับหวานซึ้งมากกว่าคู่ที่เจอกันทุกวันเสียอีก
บางคู่ คุณแม่เป็นคนที่ช่วยเป็นแม่สื่อให้เสียเลย ช่วยพูด ช่วยสื่อให้คู่รักทั้งสอง ได้คิดถึงกัน ผูกพันกัน รักกัน แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย ความจริงแล้ว ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน แต่คุณแม่ท่านนี้ ก็เข้ามาช่วยเหลือ เพราะมั่นใจในความรักของคนทั้ง 2 หากจะปล่อยให้เลิกรากันไป เพราะไม่มีเวลาให้กัน ก็น่าเสียดาย
คู่รักคู่นี้จึงรักษาความรัก ด้วยความคิดถึง แม้ระยะทางจะห่างไกลกัน แต่หัวใจใกล้กันนิดเดียว
นี่คือ อีกหนึ่งมิติมุมมองที่คุณพี่สุมาลี อาจจะยังไม่เคยสัมผัสเลยนะครับ
สวัสดีครับคุณนิว
น่าเสียดายจัง คบกันมาตั้ง 7 ปี ถ้าเป็นนายบอนจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ..เอ๊ย ไม่ใช่ครับ
ต่างคนต่างมีเหตุผลของตนเอง 7 ปี นั้น หน้าที่ความรับผิดชอบ ความคิดที่เติบโตขึ้น ทำให้เราคิดไม่เหมือนเดิม เหมือนที่คุณนิวสมัยเรียนปริญญาตรี กับในเวลานี้ ในหลายเรื่อง ย่อมจะมอง คิดที่ต่างกัน ปัจจุบันย่อมจะมองหลายอย่าง อย่างรอบคอบมากขึ้น
เรื่องความรักของคุณนิวก็เช่นกัน คนที่คิดว่าใช่ในวันวาน วันนี้ ไม่ใช่เพราะมุมมองที่เปลี่ยนไป เติบโตขึ้น
วันนี้ อาจจะบอกว่า คงอยู่เป็นโสด ความจริงยังไม่พบคนที่ใช่ต่างหากล่ะ
ไม่มีใครรู้ว่า จะพบคนที่ใช่เมื่อไหร่นี่นา
แต่ก้ไม่แน่นะครับ อาจจะได้พบในอนาคตอันใกล้นี้ก้ได้ ใครจะไปรู้
เหมือนอย่างคนที่เคยคบกันมาตั้ง 7 ปี ก่อนหน้านั้น คุณนิวก็ไม่รู้หรอกว่า จะต้องมาคบกับเค้าถึง 7 ปี
เมื่อถึงจังหวะเวลา คนที่ใช่ในเวลานั้น ก็จะเข้ามาในชีวิตเองครับ
- -"
พ่อแม่บางครอบครัวก็ไม่คิดแบบนี้เนอะ
ก็เป็นคนหนึ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ประกาศตัวกับพ่อแม่ว่าจะขอโสดนะคะ และไม่มีอคติใดกับสถิติหรือการหย่าร้างอะไรทั้งสิ้น เพื่อนๆจะบอกว่าช่างเลือกมากไปนะ ก็จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ถ้าเรามีความสุขกับกับการใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วคนที่เราคิดว่าใช่ ยังไม่เข้ามาในชีวิต เราจะเดือดร้อนไปทำไม โชคดีค่ะ ที่พ่อแม่เข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไร มันไม่ได้อยู่ที่เวลาหรอกค่ะ บางทีมุมมองของพ่อแม่กับเรามันต่างกัน ยุคเปลี่ยนความคิดเปลี่ยน ถ้าหากว่าเขามีความสุขกับชีวิตก็ปล่อยเราใช้ชีวิตเถอะค่ะ ลึกๆแล้วทุกคนอยากจะมีคู่ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ถ้ามันจะทำให้อะไรๆในชีวิตเราไม่ได้ดีขึ้นหรือว่ามีค่ามากพอที่เราจะมาใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ขอโสดอย่างนี้ดีกว่านะคะ ในฐานะลูกสาวไม่ค่อยเข้าใจหัวอกแม่เท่าไหร่หรอกนะคะ แต่ว่าถ้าคุยกันๆม่น่าจะมีอะไรให้ต้องกลุ้มใจหรอกค่ะ
ว้า...ไม่ได้อยากเป็นโสดนะคะ แต่ไม่อยากมีครอบครัวอ่ะ 555