หลายคนมีบัตรเครดิตสำหรับการจับจ่ายซื้อของหลายใบ สะดวกในการซื้อสินค้า แค่รูดแป๊บเดียว ก็ได้สิ่งที่ต้องการดังใจนึก
โฆษณาตามสื่อต่างๆที่ล่อใจและกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้หลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยความจำยอม

หลายคนเห็นหนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ตั้งใจว่า นับต่อจากนี้ จะไม่เผลอตามใจตัวเองใช้บัตรเครดิตซื้อของแบบเดิมอีกแล้ว
แต่ด้วยความเคยชิน ก็ยังคงใช้บัตรเครดิตซื้อทุกสิ่งที่อยากได้เช่นเดิม
และเป็นหนี้เพิ่มขึ้น
การหักห้ามใจตัวเอง จากความเคยชินนั้น ยาก
แต่มีวิธีการเตือนใจตัวเอง สอนตัวเองนั้น ต้องใช้ความพยายามสักนิด
เมื่อเห็นเอกสารแจ้งหนี้บัตรเครดิต ที่มีหลายใบนั้น ลองดูรายการที่คุณซื้อแต่ละรายการดูบ้าง
รายการที่คุณซื้อมา มันจำเป็นต่อชีวิตหรือไม่
จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือเปล่า
<h3>
</h3>

เมื่อเช็คดูแล้ว จะพบว่า มีหลายรายการที่ไม่จำเป็นที่ต้องซื้อเลย บางท่านอาจจะพบว่า กว่า 80 % ของรายการที่ซื้อมานั้น
ซื้อมาเพราะอยากได้เฉยๆ ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยซ้ำ
บางคนให้เหตุผลว่า ซื้อมาเพราะคุณค่าทางจิตใจ ให้รางวัลกับตัวเอง
แต่เมื่อซื้อมาแล้ว สิ่งของเหล่านั้นถูกนำมาวางสงบนิ่งในห้องเก็บของ ชั้นวางของ ตู้ ถูกหยิบขึ้นมาใช้ไม่กี่ครั้ง แล้วก็ถูกเก็บสะสมไว้ เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีสิ่งของใหม่ๆถูกซื้อและนำมาเก็บสะสมเพิ่มขึ้น
ลองพิจารณาดูอีกที ว่า สิ่งของที่ซื้อมานั้น ได้ใช้งานบ่อยครั้งมากเพียงใด
<h3>ซื้อมาแล้ว ใช้ของสิ่งนั้น เกิน 5 ครั้งหรือไม่</h3>
<h2>พิจารณาดูแล้ว จะคิดได้ และสอนตัวเองไปในตัว </h2><h2>ถึงจะมีบัตรเครดิตหลายใบ ย่อมไม่มีความหมาย หากไม่ใช้เหตุผลในการซื้อของ</h2>
หยิบประเด็นมาขยายความ นำจากรายการวิทยุ “ที่นี่มีการเมือง”
FM 97.75 Mhz คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศเมื่อ 1 มี.ค. 2550 เวลา 23.00-24.00 น.
จริง ๆ ครับต้องพยายามห้ามใจให้ได้ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เผลอใจไปกับบัตรเครดิต เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาซื้อของด้วยบัตรอย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้คำนึงถึงรายได้ที่เราได้มา จนใช้เต็มวงเงินบัตร เมื่อเต็มแล้วก็หาทำบัตรใหม่แล้วก็ใช้ต่อจนเป็นหนี้บัตรเครดิตมากมาย
เวลาผ่านมาก็ยังทยอยใช้หนี้บัตรอยู่ ด้วยความทุกข์ใจ(ตอนใช้บัตรสุขใจ) แต่ในความทุกข์ที่เกิดทำให้เราได้คิด และเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ยอมรับความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ขวนขวายหาสิ่งที่ฟุ่มเฟือยมาตอบสนองความต้องการเพียงชั่ววูบ
สุดท้ายใช้เงินสดดีที่สุดครับ มีเท่าไหร่ใช้ไป 70% ไม่มีก็เอาไว้ก่อนรอค่อยมีแล้วค่อยซื้อครับ
แหม ความเห็นของท่้านจอมยุทธนั้น เยี่ยมยอดยิ่งนัก แม้จะต้องหนักกระเป๋าเพราะการพกเงินสดในการจับจ่าย แต่ทำให้เรารู้ตัวเองว่า ณ เวลานั้นเรามีอยู่เท่าไหร่ ก็ควรจะใช้เท่านั้น แต่เงินพลาสติก รูดเอารูดเอา เพลินจริงๆครับ
เยี่ยมไปเลยครับ คุณวิบุล มีบัตรพลาสติกแต่ไม่ติดนิสัยรูดบัตร ยอดเยี่ยมครับ