ใครมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน
สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานยังไม่ทราบแน่นอนแต่องค์ประกอบสำคัญที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดได้แก่ กรรมพันธุ์ อ้วน ขาดการออกกำลังกาย หากบุคคลใดมีปัจจัยเสี่ยงมากย่อมมี่โอกาสที่จะเป็นเบาหวานมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้แสดงข้างล่างนี้
การคัดกรองของโรคเบาหวานชนิดที่สองในบุคคลทั่วไป
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองพบมากและมักจะวินิจฉัยไม่ได้ในระยะแรก การที่มีภาวะน้ำตาลสูงเป็นเวลานานๆทำให้เกิดการเสื่อมของอวัยวะต่างๆเช่น ตา หัวใจ ไต เส้นประสาท เส้นเลือด นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในโลหิตสูงร่วมด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยให้เร็วที่สุดเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน การตรวจคัดกรองเบาหวานในผู้ใหญ่ที่ไม่มีอาการ ผู้ที่สมควรได้รับการเจาะเลือดตรวจตรวจหาเบาหวาน คือ
- ผู้ที่มีอาการเป็นโรคเบาหวาน
- ประวัติครอบครัวพ่อแม่ พี่ หรือ น้อง เป็นเบาหวาน
- อ้วน ดัชนีมวลกายมากกว่า25% หรือน้ำหนักเกิน20%ของน้ำหนักที่ควรเป็น
- อายุมากกว่า40 ปีหากปกติให้ตรวจทุก 3 ปี
- ผู้ที่ตรวจพบ IFG หรือ IGT
- ความดันโลหิตสูงมากกว่า140/90 mmHg
- ระดับไขมัน HDL น้อยกว่า35 มก%และหรือ TG มากกว่า250 มก.%
- ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเด็กแรกคลอดมากกว่า4กิโลกรัม
บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรที่จะได้รับการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดทุก3ปี
วิธีการตรวจ
- การวัดระดับกลูโคสในพลาสมาหลังการอดอาหารอย่างน้อย8ชั่วโมง [fasting plasma glucose :FPG] แนะนำให้ใช้วิธีซึ่งสะดวกและแม่นยำ ให้การวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานเมื่อระดับน้ำตาลในเลือด[FPG]สูงกว่า 126มก.%[7.0 mmol/L]
- การวัดความทนทานน้ำตาลกลูโคส [ oral glucose tolerance test:OGTT] วัดระดับน้ำตาลกลูโคส2ชั่วโมงหลังได้กินน้ำตาล75 กรัมจะให้การวินิจฉัยเมื่อวัดน้ำตาลสูงกว่า 200มก.%[11.1mmol/L]
- การสุ่มวัดระดับกลูโคสในพลาสมา [random plasma glucose:RPG] โดยไม่กำหนดเวลาอดอาหาร ใช้ค่ามากกว่า 160 มก.% เนื่องจากมีความแม่นยำต่ำจึงไม่นิยม
- การใช้ระดับโปรตีนกลัยโคซัยเลต ได้แก่ glycosylate hemoglobin:HbA1c และ glycosylate albumin[fructosamine] ไม่นิยมเนื่องจากมีความไวและความแม่นยำต่ำ
- การตรวจหากลูโคสในปัสสาวะไม่นิยมเพราะผิดพลาดได้ง่าย
ปกติ |
IFG OR IGT |
เบาหวาน |
|
FPG<100 mg/dl 2-Hr PG<140 mg/dl |
FPG>100mg/dl <126mg/dl IFG 2-Hr PG>140mg/dl<200 mg/dl IGT |
|
ในการตรวจหากลูโคสในกระแสเลือดควรคำนึงถึงยาที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้นเช่น steroid,thiazide,nicotinic acid,beta-block,ยาคุมกำเนิด
การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์[Gestational Diabetes:GDM]
เด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์มักพบความผิดปกติได้หลายแบบ เช่น เด็กตัวโตมีน้ำหนักมากกว่า4000กรัม [macrosomia] หรือพบความพิการแต่กำเนิด แบ่งผู้หญิงขณะตั้งครรภ์เป็น3กลุ่มดังนี้
- กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์[GDM]ได้แก่ ความอ้วน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์[GDM] พบน้ำตาลในปัสสาวะ และมีประวัติเบาหวานในครอบครัว
- กลุ่มที่เสี่ยงปานกลาง
- กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่
- อายุน้อยกว่า25ปี
- น้ำหนักของหญิงก่อนตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ประวัติการตั้งครรภ์ครั้งก่อนปกติ
- ไม่พบความผิดปกติในการตรวจน้ำตาล
- ไม่พบผู้ป่วยเบาหวานในครอบครัวสายตรง
- พบ[GDM]ในชุมชนต่ำ ในกลุ่มเสี่ยงสูงให้ตรวจหากลูโคสในเลือดให้เร็วที่สุด หากปกติให้ตรวจอีกครั้งเมื่อตั้งครรภ์24-48สัปดาห์
ในกลุ่มเสี่ยงปานกลางให้ตรวจหากลูโคสเมื่อตั้งครรภ์24-48สัปดาห์
ในกลุ่มเสี่ยงต่ำไม่ต้องตรวจหากลูโคส
วิธีการตรวจให้เจาะวัดระดับกลูโคสในพลาสมาหลังการอดอาหารอย่างน้อย8ชั่วโมง [fasting plasma glucose :FPG] >126มก.% หรือ การสุ่มวัดระดับกลูโคสในพลาสมา [random plasma glucose:RPG] โดยไม่กำหนดเวลาอดอาหาร >200 มก.%ให้วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน หากน้ำตาลต่ำกว่านี้ให้ทดสอบว่าเป็น GDM หรือไม่ มีสองวิธี
- ทดสอบความทนทานกลูโคส [oral glucose tolerance test:OGTT] โดยการกินกลูโคส100กรัมแล้วเจาะหากลูโคสที่ 1 ,2,3 ชั่วโมง
มก.% |
mmol/l |
|
กลูโคสหลังงดอาหาร8-14 ชม. |
95 |
5.3 |
1-ชั่วโมงหลังกินกลูโคส |
180 |
10.0 |
2-ชั่วโมงหลังกินกลูโคส |
155 |
8.6 |
3-ชั่วโมงหลังกินกลูโคส |
140 |
7.8 |
ต้องงดอาหาร8-14ชั่วโมง และกินอาหารไม่จำกัด [glucose>150]gram/day]เป็นเวลา3วันผู้ป่วยนั่งและไม่สูบบุหรี่ตลอดการทดสอบและระดับน้ำตาลต้องเท่ากับหรือเกินค่าในตารางอย่างน้อย2ค่า
- การทดสอบความทนทานกลูโคส [glucose challenge test: GCT] โดยการกินกลูโคส 50กรัมแล้วเจาะหากลูโคสถ้าพบว่าสูงกว่า140 มก.%ให้ทำตามข้อ1ต่อไป
- การคัดกรองของโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งไม่นิยมเนื่องจากราคาแพงและยังไม่เป็นที่ยอมรับ