คุณพี่สุมาลีครับ (lioness)
จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับคุณพี่ที่จะให้คำพูดคำแนะนำที่หลากหลายมิติ เพราะคุณพี่ก็ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชีวิตหลายนัก อาจเพราะ ภาระหน้าที่การงานนั่นเอง
แม้ลูกสาวของคุณพี่จะเป็นแอร์โฮสเตรท แต่ สาวแอร์ก็เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคน (แหม นายบอนจะมีสิทธิ์ลุ้นด้วยไหมเนี่ย) แต่ลักษณะการทำงาน อาจจะทำให้เกิดความท้อใจได้ แบบนี้ก็คงต้องทำใจแล้วล่ะครับ
แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันนี้ การสื่อสารมันสะดวกกว่ายุคก่อนนะครับ หลายคนทำงานคนละที่ คนละจังหวัด เจอหน้ากันเดือนละ 1 วันเท่านั้น เค้ายังแต่งงานกันได้ เวลาที่ไม่ได้เจอกัน ใช้สื่อสารพัด โทรศัพท์มั้ง ส่ง SMS อีเมล์ ได้ตลอด และพยายามปรับตัวให้เข้ากับตารางการทำงานของอีกฝ่าย แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย แต่ก็ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดให้คุ้มค่า หวานซึ้งที่สุด ทำให้คู่ที่เจอกันน้อย แต่ชีวิตรักกับหวานซึ้งมากกว่าคู่ที่เจอกันทุกวันเสียอีก
บางคู่ คุณแม่เป็นคนที่ช่วยเป็นแม่สื่อให้เสียเลย ช่วยพูด ช่วยสื่อให้คู่รักทั้งสอง ได้คิดถึงกัน ผูกพันกัน รักกัน แม้จะมีเวลาเจอกันน้อย ความจริงแล้ว ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน แต่คุณแม่ท่านนี้ ก็เข้ามาช่วยเหลือ เพราะมั่นใจในความรักของคนทั้ง 2 หากจะปล่อยให้เลิกรากันไป เพราะไม่มีเวลาให้กัน ก็น่าเสียดาย
คู่รักคู่นี้จึงรักษาความรัก ด้วยความคิดถึง แม้ระยะทางจะห่างไกลกัน แต่หัวใจใกล้กันนิดเดียว
นี่คือ อีกหนึ่งมิติมุมมองที่คุณพี่สุมาลี อาจจะยังไม่เคยสัมผัสเลยนะครับ
สวัสดีครับคุณนิว
น่าเสียดายจัง คบกันมาตั้ง 7 ปี ถ้าเป็นนายบอนจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ..เอ๊ย ไม่ใช่ครับ
ต่างคนต่างมีเหตุผลของตนเอง 7 ปี นั้น หน้าที่ความรับผิดชอบ ความคิดที่เติบโตขึ้น ทำให้เราคิดไม่เหมือนเดิม เหมือนที่คุณนิวสมัยเรียนปริญญาตรี กับในเวลานี้ ในหลายเรื่อง ย่อมจะมอง คิดที่ต่างกัน ปัจจุบันย่อมจะมองหลายอย่าง อย่างรอบคอบมากขึ้น
เรื่องความรักของคุณนิวก็เช่นกัน คนที่คิดว่าใช่ในวันวาน วันนี้ ไม่ใช่เพราะมุมมองที่เปลี่ยนไป เติบโตขึ้น
วันนี้ อาจจะบอกว่า คงอยู่เป็นโสด ความจริงยังไม่พบคนที่ใช่ต่างหากล่ะ
ไม่มีใครรู้ว่า จะพบคนที่ใช่เมื่อไหร่นี่นา
แต่ก้ไม่แน่นะครับ อาจจะได้พบในอนาคตอันใกล้นี้ก้ได้ ใครจะไปรู้
เหมือนอย่างคนที่เคยคบกันมาตั้ง 7 ปี ก่อนหน้านั้น คุณนิวก็ไม่รู้หรอกว่า จะต้องมาคบกับเค้าถึง 7 ปี
เมื่อถึงจังหวะเวลา คนที่ใช่ในเวลานั้น ก็จะเข้ามาในชีวิตเองครับ