เด็ก ๆ ตัวน้อยในระดับประถมต้น (ป.1-ป.3) ขอมีส่วนร่วมใช้พื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแบบเด็ก ๆ ด้วยครับ

ลุงต้าน

1. เต่ากับนกอินทรีย์
เต่าขนาดเล็กตัวหนึ่ง นอนผึ่งแดดอยู่อย่างเกียจคร้าน บ่นกับพวกนกทะเลถึงชะตาชีวิตอันยากลำบากว่า ไม่มีใครสอนให้เขาบินบ้างเลย นกอินทรีย์ตัวหนึ่ง ซึ่งบินวนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียเต่าบ่น จึงกล่าวว่า ถ้าเต่าให้รางวัล มันจะพาเต่าขึ้นไปลอยในอากาศ เต่าพูดว่า
"ฉันจะให้สมบัติในทะเลแดงทั้งหมดแก่ท่าน" นกอินทรีย์กล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น ฉันจะสอนให้บิน" แล้วเอากรงเล็บจับเต่า พาบินขึ้นไปสูงจนถึงเมฆ
ในทันใดนั้นเอง มันปล่อยเต่าให้ตกลงบนภูเขาสูง กระดองแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขณะที่กำลังจะตาย เต่าได้อุทานขึ้นว่า "ตอนนี้ข้ากำลังจะตาย สัตว์ที่เดินงุ่มง่ามอยู่บนบกอย่างข้า ไม่รู้ว่าต้องการปีกและเมฆไปทำไม"
คนที่ได้สมปรารถนาไปเสียทุกอย่าง มักจะเสียคนได้ง่าย
วัน ๆ จนกระทั่งไม่มีเสียงกบร้องในบึงนั้นเลย

นิทานเรื่องนี้ให้คติดี
ข้อคิดในสิ่งที่ตนเองมีอยู่จงรักษาให้ดีกว่าสิ่ง
ถ้าหนูเป็นอินทรีย์หนูจะไม่ทำแบบนี้ถ้าหนูเป็นเต่าหนูจะไม่บ่น

แพ็ตตี้

2. พ่อกับลูกสาวสองคน
ชายคนหนึ่ง มีลูกสาวสองคน คนหนึ่งแต่งงานกับคนทำสวนผัก อีกคนหนึ่งแต่งงานกับช่างทำกระเบื้องมุงหลังคา ต่อมาเขาไปเยี่ยมลูกสาวคนที่แต่งงานกับคนทำสวนผัก ถามสาระทุกข์สุกดิบ
เธอตอบว่า
"ชีวิตดำเนินไปได้ดี แต่สิ่งที่หนูปรารถนามีเพียงอย่างเดียว คือขอให้มีฝนตกอยู่เรื่อย ๆเพื่อว่าพืชผักของหนูจะได้รับน้ำอุดมสมบูรณ์"
ไม่นานหลังจากนั้น เขาไปเยี่ยมลูกสาวที่แต่งงานกับช่างทำกระเบื้องมุงหลังคา และถามในทำนองเดียวกัน
เธอตอบว่า
"หนูไม่ต้องการอะไร สิ่งที่หนูปรารถนามีเพียงอย่างเดียว คือขอให้ฝนแล้งติดต่อกันเรื่อยไป เพราะความร้อนของแสงแดด จะช่วยทำให้อิฐกระเบื้องมุงหลังคาของหนูแห้ง"
เขาพูดกับลูกสาวว่า "ถ้าพี่สาวของลูกอยากให้ฝนตก แต่ลูกอยากให้ฝนแล้ง แล้วพ่อจะเข้าข้างฝ่ายไหนละ"

นิทานเรื่องนี้สนุกมากและยังให้คติสอนใจดีอีกด้วยถ้าหนูเป็นพ่อหนูจะไม่เข้าข้างฝ่ายไหนเลย

ปันปัน

3. ม้ากับคนขี่
ทหารม้านายหนึ่งกับม้าศึกของตน ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน เมื่อสงครามยังดำเนินอยู่ เขามองว่าม้าศึกนี้เป็นเพื่อนตายในที่ทุกหนทุกแห่ง ให้อาหารอย่างทะนุถนอมด้วยหญ้าและข้าวโพด พอสงครามเลิกแล้วกลับให้มันกินแกลบ และใช้งานหนักในการขนไม้ ใช้งานมันเยี่ยงทาส ทั้งไม่ดูแลเอาใจใส่
สงครามได้ปะทุขึ้นอีกเมื่อทหารถูกเรียกเข้าประจำการ เขาสวมเกราะให้ม้าแล้วกระโดดขึ้นหลัง พร้อมกับเสื้อเกราะอันหนักอึ้งของตัวเอง ม้าล้มลงในทันทีเพราะความหนัก ไม่สามารถขี่ออกศึกได้อีกต่อไปม้าพูดกับนายของมันว่า
"ทีนี้นายจะต้องเดินรบล่ะครับ เพราะนายได้เปลี่ยนผมจากม้าให้เป็นลามานานแล้ว ดังนั้น นายจะคาดหวังได้อย่างไรว่า ผมจะกลับมาเป็นม้าได้อีกในทันทีทันใด"

นิทานเรื่องนี้สนุกสอนให้รู้ว่าเวลาเลี้ยงสัตว์ต้องดูแลเอาใจใส่
ถ้าผมเป็นทหารผมจะดูแลเป็นอย่างดีถ้าเราไม่ดูแลม้าจะเสียใจทีหลัง

พีช

4. หนู กบ และเหยี่ยว
หนูตัวหนึ่งอาศัยอยู่บนพื้นดิน โชคชะตาบันดาลให้มาสนิทสนมกับกบ ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำเป็นส่วนมาก วันหนึ่งโชคร้าย ขากบกับขาหนูถูกเชือกพันติดกัน ดังนั้น เวลาไปไหนต้องไปด้วยกัน
ตอนแรกกบนำหนูไปที่ทุ่งหญ้าที่ทั้งสองเคยหาอาหารกินเป็นประจำ หลังจากนั้นก็นำหนูไปที่สระที่ตัวเองอาศัยอยู่ พอมาถึงขอบสระ กบกระโดดลงสระในทันที ลากเอาหนูลงไปด้วย กบเพลิดเพลินอยู่กับน้ำ ดำผุดดำว่าย ส่งเสียงร้องอ๊อบ ๆ ราวกับว่าได้ทำสิ่งที่ดี ๆ ในไม่ช้าหนูจมน้ำตาย เพราะหายใจไม่ออก ร่างของหนูซึ่งพันติดอยู่กับขากบ ลอยขึ้นผิวน้ำ
เหยี่ยวตัวหนึ่งสังเกตเห็น โฉบลงมาคว้าเอาไปด้วยกรงเล็บ พาบินลอยขึ้นไป กบซึ่งพันติดอยู่กับขาหนู ลอยติดขึ้นไปด้วย จึงถูกเหยี่ยวกินเป็นอาหาร

 

หนูตัวหนึ่งกับกบตัวหนึ่ง แต่ต้องโดนเชือกมัดขาในที่สุดหนูจมน้ำตายเพราะกบพาหนูลงน้ำ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทำอะไรควรทำสิ่งที่ทำได้

โม

5. หมาจิ้งจอกกับอีกา
อีกาตัวหนึ่ง ขโมยเนื้อชิ้นหนึ่ง บินมาเกาะที่ต้นไม้ ปากยังคาบชิ้นเนื้ออยู่
หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นเข้า อยากได้ชิ้นเนื้อนั้น จึงใช้กลอุบายพูดขึ้นว่า "กาตัวนี้สวยเหลือเกิน ทรวดทรงดี ผิวสวย โอ ถ้าเสียงร้องก้องกังวาลเท่ากับความสวยแล้วละก็ ยกให้เป็นราชินีแห่งนกได้เลย"
หมาจิ้งจอกพูดหลอกไปเช่นนี้ แต่อีกาอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า เสียงของตนนั้นก้องกังวาล จึงอ้าปากร้องออกไปว่า กา ๆ ชิ้นเนื้อที่คาบอยู่พลัดตกลงมา หมาจิ้งจอกรีบวิ่งไปคาบ แล้วพูดกับกาว่า
"อีกาที่แสนดีของข้า เสียงของแกนั้นใช้ได้ แต่ปัญญาของแกยังต้องปรับปรุง"

นิทานเรื่องนี้
1. สนุกมากครับ
2. ให้ความรู้เราครับคืออย่าหลอกลวงคนอื่นครับ
3. ถ้าผมเป็นอีกาผมจะไม่โขมยของคนอื่นครับ
4. ถ้าหลอกหรือโกงคนอื่นเราก็จะเกิดความทุกข์

ต้น

6. หนูกับแมวป่า
พวกแมวป่ากับหนู ทำสงครามกันอยู่บ่อย ๆ เลือดนองสนามรบ พวกแมวป่าเป็นฝ่ายชนะเสมอ พวกหนูคิดว่า สาเหตุที่แพ้บ่อย เพราะไม่มีผู้นำสั่งการอย่างกองทัพทั่วไป และขาดระเบียบวินัย ดังนั้น พวกหนูจึงเลือกผู้บัญชาการขึ้นมาหลายตัว ส่วนมากเลือกมาจากตัวที่มีชื่อเสียง สืบสายมาทางวงศ์ตระกูล ตัวที่แข็งแรง หลักแหลม และที่สำคัญที่สุดคือกล้าหาญในการต่อสู้ เพื่อว่า พวกหนูทั้งหลายจะได้รับการนำทัพที่ดีขึ้น ในการเตรียมรบ การจัดกลุ่มทหาร และการแยกหน่วยต่าง ๆเมื่อสิ่งเหล่านี้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว และกองทัพมีระเบียบวินัยแล้ว
หนูผู้ประกาศข่าว ได้ประกาศสงครามในช่วงที่เหมาะสม ท้ารบกับแมวป่า หนูระดับผู้บัญชาการที่ได้รับเลือกมาหมาด ๆ เอาฟางผูกหัว เพื่อที่กองทัพของตนจะมองเห็นได้ง่าย การสู้รบแทบไม่มี เพราะพวกหนูวิ่งหนีแย่งกันลงรูดูสับสนอลหม่าน ส่วนพวกระดับผู้บัญชาการทั้งหลาย ไม่สามารถจะลงรูได้ เพราะติดฟางที่ผูกอยู่ที่หัว จึงถูกแมวป่าจับกินทั้งหมด

นิทานเรื่องนี้สนุกมากและทำให้ผมชอบเรื่องนี้มากมากนะครับ

เอิร์ธ

7. หัวขโมยกับแม่
เด็กชายคนหนึ่ง ขโมยหนังสือเรียนจากเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งเอากลับมาให้แม่ เธอไม่ตีลูกแต่กลับสนับสนุน ครั้งต่อมาแกขโมยเสื้อคลุมตัวหนึ่ง นำกลับมาให้แม่ แม่กลับพูดชมเชยลูก
เด็กคนนั้นพอเติบโตขึ้น ก็ขโมยสิ่งของที่มีค่ามากขึ้น เมื่อขโมยมากเข้า ในที่สุดก็ถูกจับ ถูกมัดมือไพล่หลังนำไปประหารต่อหน้าสาธารณะชน แม่ของแกเดินตามฝูงชนไปด้วย ตีอกชกตัวด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
ชายหนุ่มหัวขโมยเมื่อเห็นแม่ จึงพูดขึ้นว่า
"ผมอยากกระซิบอะไรบางอย่างกับแม่" เธอเอียงหูเข้าไปใกล้ หัวขโมยกัดหูแม่จนขาด แม่ด่าลูกว่า ทำไมเป็นเด็กโหดร้ายผิดธรรมชาติเช่นนี้
หัวขโมยตอบว่า “ถ้าแม่ตีผมตั้งแต่ตอนแรก ในคราวที่ผมขโมยหนังสือเรียนมาให้แม่ ผมคงไม่ต้องมาเป็นอย่างนี้ คงไม่ต้องถูกนำไปประหารอย่างน่าอัปยศอย่างนี้"

นิทานเรื่องนี้เป็นอย่างไรนิทานเรื่องนี้ฉันอ่านสนุกมากครับฉันชอบฉันชอบอ่านนิทานเรื่องนี้มากนิทานเรื่องนี้สอนให้ฉันรู้เรื่อง

ลาภ