พยาบาล:  "สวัสดีค่ะคุณลุง แผลดีขึ้นไหมคะ"
คุณลุง:      "ยังไม่ค่อยดีเลย ทรงๆ อยู่น่ะ"
พยาบาล:  "แล้วผลน้ำตาลที่คุณลุงตรวจปลายนิ้วดีไหมค่ะ"
คุณลุง:     "ฉันเจาะเลือดเองทุกเช้า ส่วนใหญ่คงที่ ค่อนข้างดี = 130-150 mg% ไม่เห็นสูงตรงไหนเลย"

          เพื่อนๆ รู้ไหมว่าผู้เป็นเบาหวานส่วนใหญ่ เรียนแบบการปฏิบัติตัวจากทางโรงพยาบาล    เราให้เขาอดอาหารมาเจาะทุกเช้า   เวลาเขามี HMBGd   ก็็เจาะแต่ FBS ตามที่โรงพยาบาลเจาะ

          ตัวดิฉันเองได้ห่างหายจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางบล็อกไป เนื่องจากภาระงานที่มากขึ้น วันก่อนดิฉันได้เปิดบล็อกเข้ามาอ่านพบว่า มีผู้สอบถามเข้ามาว่า
"เวลาใดดีที่สุดสำหรับการเจาะ" อีกทั้งสัปดาห์ที่แล้วก็มีน้องที่อยู่บนหอผู้ป่วยในมาขอซื้อ HMBG จะส่งไปให้คุณพ่อที่เป็นเบาหวานอยู่ต่างจังหวัดใช้ ดิฉันถามว่าแล้วกะจะให้พ่อเจาะวันละกี่ครั้ง เขาบอกว่าก็คงเจาะแต่ FBS ทำให้รู้สึกว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ในทีมของเราเองก็ยังไม่เข้าใจ รู้แต่วิธีเจาะเลือดที่ถูกขั้นตอน แต่ไม่รู้วิธีการแปลผลค่าที่ได้    จึงเป็นแรงกระตุ้นให้อยากให้เพื่อนๆ ชาวเครือข่ายที่เข้ามาแบ่งปันกันเพื่อนำไปใชู้้บ้าง

          FBS แปลผลได้ 2 ประเด็น คือ

          1. ประเด็นเปิดเผย   ซึ่งหมายถึงค่าน้ำตาลเริ่มต้นที่ต่ำสุดของเช้าวันนี้     ถ้าเราทำให้ผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย (90-130 mg% )ได้ทุกวัน น่าจะดูเหมือนว่าเราควบคุม BS ได้อยู่หมัด  แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น    ต้องมีการแปลผลแบบที่ 2 ร่วมด้วยถึงจะอยู่หมัด 100%จริง 

         2. ประเด็นซ่อนเร้น   จะแสดงผลลัพธ์การทำงานของตับอ่อนตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในการลดระดับน้ำตาลจากอาหาร 3 มื้อหลัก (ของเมื่อวาน) ซึ่งมีอะไรที่อยากให้พวกเราสนใจอย่างมากที่สุดในประเด็นนี้คือ
                กรณี คนปกติ FBS < 100 ,2 PCBS < 140 กลางคืน BS จะปกติ ตับอ่อนจะได้พักผ่อน และซ่อมแซมตัวเอง เตรียมพร้อมรับงานใหม่ในวันรุ่งขึ้น
               กรณี คนเป็นเบาหวาน FBS สูง และ 2 PCBS ยิ่งสูงขึ้นๆ ตามปริมาณอาหารแต่ละมื้อที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้ BS ก่อนนอนสูงขึ้นมากๆ เป็นผลให้ตับอ่อนต้องทำงานทั้งคืนจนเหนื่อยล้า เพื่อลด BS กลับมาที่เดิมในเช้าวันถัดมา ไม่มีโอกาสได้ซ่อมแซมตนเองเลย  นานวันเข้ากจะ็กลายเป็นเพิ่มภาวะการดื้อต่อ Insulin มากขึ้น

          การได้รู้กลไกตรงนี้แล้วนำไปบอกให้ ผู้เป็นเบาหวานทุกคนทราบ เขาจะ้อยากตรวจสอบว่าเป็นแบบที่เราพูดจริงหรือเปล่า ดิฉันใช้ได้ผลหลายคนที่เดียว ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์การเจาะแบบง่ายๆ คือ ต้องเจาะอย่างน้อยที่สุดวันละ 2 ครั้ง  มีหลักเกณฑ์ง่ายๆคือ
                - คนที่ยังไม่สนใจ คนที่ไม่มีเวลา และยังไม่เชื่อเรื่องการปรับอาหาร ให้ เจาะแต่ FBS และ BSก่อนนอน  เพื่อแนะนำให้ดูผลต่างของBSที่ไดฺ้ เกินมาจากFBS  เช่นBSก่อนนอน= 250mg% -  FBS 150mg%= 70 mg% แสดงว่านี่คือส่วนที่ี้เกินมาของวันนี้   ถ้า 1 สัปดาห์ทานแบบนี้ จะได้่เกิน70 x 7 = 490 mg% แล้วถ้ามากกว่า 1 สัปดาห์จะเกิดอะไรขึ้น
                - คนที่พร้อมปรับอาหาร ให้เจาะแต่ FBS และ 2 PCBS ดยเลือกมื้อใหญ่ หรือ มื้อที่กินมากและ ไม่ได้ใช้พลังงานจากอาหารที่กิน เช่นมื้อเย็นกินแล้วนอนหรือมื้อที่ไปทานเลี้ยง กลุ่มนี้ถ้าจะให้ปรับได้ผลดีต้องแจ้งค่าน้ำตาลเป้าหมายให้ทราบก่อน FBS 90-130mg%, 2 PCBS < 180 mg% โดยแนะนำให้ผู้เป็นเบาหวานยค่อยๆ ปรับจานอาหารเน้นว่าต้องทานอิ่มเหมือนเดิมไม่มีภาวะ Hypoglycemia และจัดจานอาหารแบบ Plate Model  มีข้าว/แป้ง+ผัก+โปรตีน

      กรณี เจาะ 2 PCBS สูงให้ปรับลดข้าว/แป้งลงบางส่วน แทนที่ข้าว/แป้งส่วนที่หายไปด้วยผักและโปรตีนที่ไม่มีไขมันติด ห้ามงดกินข้าว/แป้ง การจะเอาข้าวแป้งออกหมดได้ก็ต่อเมื่อตับอ่อนคุณตายหรือไม่ทำงานเท่านั้น คนที่เป็นเบาหวาน ตับอ่อนแค่ทำงานน้อยลง ก็กินให้น้อยลงตาม ปรับจน BS ลดลงตามเป้า แล้วค่อยเปลี่ยนไปปรับมื้ออื่นๆ ต่อไปจนครบ 3 มื้อเบาหวานก็อยู่หมัด              

               - คนที่พร้อมปรับอาหารเต็มกำลัง ให้เจาะตรวจน้ำตาลในเลือดวันละ  3 - 4 ครั้ง เป็น FBS และ 2 PCBS หลังอาหารทุกมื้อ ปรับจานอาหารในแต่ละมื้อไปพร้อมๆ กัน

หมายเหตุ: ในกรณีเบาหวาน T1 ทุกรายควรเจาะก่อนนอนเพิ่มทุกวันในช่วงปรับอาหารด้วย

          ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าเจาะBSหลังอาหารดีที่สุด แล้วปรับอาหารได้ระดับน้ำตาลหลังอาหารอยู่ในเกณฑ์ดีจะเป็นการแก้ไขที่สาเหตุมากกว่าปลายเหตุแบบ FBS  เราจะได้ FBS ที่ดีจริงแบบดีทุกช่วงเวลาใน 1 วัน complication ต่างๆ ก็ไม่กล้ากล้ำกลายคุณ แถมA1C จะดีตามมาเองจนมีคำชมจากแพทย์เป็นรางวัลให้คุณมีกำลังใจอยู่กับเบาหวานมากขึ้น

           ผู้ป่วยมักจะถามเราอีกว่า "จะต้องเจาะถี่ๆ ตลอดไปหรือไม่" ซึ่งดิฉันมักแนะนำผู้ป่วยว่า "เราอาจต้องเจาะถี่ๆ ในช่วงอาทิตย์แรกๆ เพื่อดูและปรับแบบแผนการทานอาหารของเราในวันธรรมดา กับวันเสาร์-อาทิตย์ซึ่งมักจะทานมากกว่าวันธรรมดาเสมอ โดยการปรับจานอาหาร ให้สมดุล ได้ระดับน้ำตาลตามเป้าหมาย คนที่มีความเข้าใจ แลกเปลี่ยนอาหารได้ดี ก็จะปรับได้ง่าย HMBG จึงเป็นตัวช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานสนใจอยากเรียนรู้การแลกเปลี่ยนอาหาร    วิทยากรเบาหวานที่ดีจึงควรแนะนำเรื่องการใช้ HMBG ควบคู่ไปกับการปรับอาหารให้เป็น 
           เมื่ออาหารและน้ำตาลนิ่งอยู่ในเป้าหมาย คุณก็จะเจาะห่างออกไปได้ อาจเป็นอาทิตย์ละ 2 วัน วันละ 2 ครั้ง เพื่อคอยตรวจสอบการทำงานของตับอ่อนแบบสุ่ม เป็นการเฝ้าระวัง "กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน" ในส่วนนี้จึงไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เราไม่สามารถบังคับผู้ป่วยให้ทำตามเราได้ แต่เราสามารถทำให้ผู้ป่วยเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจาก HMBG มากที่สุด โดยเห็นค่าระดับน้ำตาลที่เปลี่ยนแปลงสูงขึ้น แล้วกังวลอยากจะปรับให้ดีขึ้นเอง ก็เท่านั้นค่ะ

           ปัจจุบันที่ เทพธารินทร์ เราให้ผู้เป็นเบาหวานกินยา /ฉีดยาและ กินข้าวตามปกติก่อนมาพบแพทย์ เพื่อที่เราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมของ Insulin อาหารและยาที่ผู้ป่วยทาน ว่าคุมไดีดีจริงหรือไม่  เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาปรับในเรื่องอาหาร และปรับยาให้ใกล้เคียงกับการปฏิบัติตัวของคนเป็นเบาหวาน