ฉันดีใจ ได้อยู่รวมกับ คนไข้ตัวเล็กๆ ยามที่ฉันเดินเข้ามาที่หวอด ชั้น 4 เป็นเวลา บ่าย 3  คนไข้ตัวเล็กๆเหล่านี้นอนในที่อยู่ของตัวเองแต่ละเตียง ข้างเตียงก็มีแต่คนรักรอบข้าง

      เด็กที่ป่วย เหมือนจะเข้าใจสภาวะที่ตัวเองเป็นอยู่ ดูไม่ซน ไม่แก่น หรืออาจจะหมดแรง หรือถูกพันธนาการไว้ด้วย ยา...ด้วยสายน้ำเกลือ ..ด้วยสายออกซิเจน

      เด็กผู้ชาย เตียงตรงข้ามของฉัน น่าจะ อายุ 9-10 ขวบ ใบหน้าเขานิ่งๆ มียายนั่งข้างๆ นอนกับสายน้ำเกลือ ใบหน้าเหมือนถูกน้ำร้อนลวก เป็นช่วงๆ แต่ดูดีอยู่

     ด็กหญิงเตียงข้างซ้ายของฉัน ไม่มีสายน้ำเกลือ ฉันไม่ได้ถามว่าเธอเป็นอะไร มีแต่ลอบยิ้มๆ เล่นกับเธอ และฉันก็ตีคิ้วเล่นกับเธอเป็นช่วงๆ เธอหัวเราะ ยิ้มอายๆ ทำให้ฉันก็หัวเราะกับตัวเองเบาๆ

      เธอจะกลิ้งไปมา บนเตียง แบบไม่รู้จะทำอะไร ในที่จำกัด โลกแคบๆแบบนี้ จากนั้น ก็เปิดลิ้นชักตู้ ข้างในเป็น ข้าวเหนียว ไก่ย่าง......

     ฉันรีบเปลี่ยนชุดและไปขึ้นเตียงเบอร์ 26  นักศึกษาพยาบาลชั้นปี 2 รอฉันอยู่ 5-6 คน น้องๆคงดีใจ ที่จะได้ทดลองงาน

     ฉันนอนนิ่งๆ ยกแขนข้างขวา เลิกแขนเสื้อให้เตรียมพร้อมกับการ เรียนรู้ของน้องๆ  แทงผิดจะเป็นไรไป...เพื่อน้อง ว่าเข้าไปนั่น

     “ คลำดู ถ้าเป็นเนื้อนุ่มๆ ไม่ใช่ แต่ถ้าคลำ แล้วเจอท่อๆ นี่ใช่เลย   พยาบาลตัวจริง สอนนักศึกษาพยาบาล ฉันก็ฟังไปด้วยอย่างตั้งอกตั้งใจ...เออ น่าลอง ใช่ ไอ้ท่อๆ ใช้ความรู้สึกด้วย

     เฮ้ย  แกมัด แล้วแกก็ตบแขนท่อนบน คนไข้ก่อนซิ... นักศึกษาชายร้องบอกเพื่อนอีกฝั่งเตียง โดยคนอื่นก็รุมล้อมฉันจนมิด

      คะ น้อง แบบสบายๆ มั่นใจๆ    ฉันก็แบบยอมพลีแขนให้น้องนักศึกษา ทดลองหาเส้นเพื่อแทงเข็มเจาะเลือดเอาไปตรวจ

ฉันไม่ยากให้น้อง มือสั่น  มั่นใจแหละดี ฉันจะได้ไม่เจ็บมากด้วย

      แทงแล้ว ก็แทงลึกๆ ไปคาเอาไว้ เลือดก้ไม่ขึ้น น่ะซิ ว่าแล้ว พยาบาลตัวจริงก็ดันเข็มลงไปอีก ตอนนี้ฉันไม่ได้มองหรอกนะ เดาเอา มันก็หวาดเสียวอยู่นา

      เอ้า  บอกให้ดูดมา 6 ซีซี นี่ มัน 7 แล้ว....  พยาบาลบ่นเบาๆ

   ฉันได้แต่นึกเอ็นดูน้องๆ นี่ถ้าไปทำกับเด็กๆ นี่ เด็กๆจะจ๊าก มั้ยนี่

     แล้วน้องๆก็มาช่วยดูเรื่องอื่นๆ เพราะเรื่อง ไฮไรท์  จบไปแล้ว ก็เป็นเรื่อง วัดความดัน จับชีพจร เซ็นต์เอกสาร น้องยังช่วยฉันถอดตุ้มหูด้วย ลืมไป...

      ไม่มีญาติ มาด้วย หรือคะ   พยาบาลถาม

       แฟนไป กรุงเทพคะ เดี๋ยวมา พรุ่งนี้

    เตียงข้างซ้ายฉันเป็น คุณยาย ๆ ถามฉันเป็นภาษาเขมร ว่า ฉันเป็นอะไร ทำไมมาหาหมอ ภาษานี้ฉันเดาเอานะ...คุณยายแขนขวาบวมมาก มานอนวันนี้รอผ่าตัด วันศุกร์ รอตั้ง 2 วัน ยายมีหลานสาวมาเฝ้าฉันก็ไม่ได้คุยกับยายและ

หลานสาวยายมากนัก   

    แต่หลานสาวยาย คนนี้ก็ดีกับฉันมาก เห็นฉันไม่มีญาติมาดูแลถึงเวลาอาหาร เธอก็อาสาไปยกถาดอาหารเย็นมาให้ฉันด้วย

คงเพราะเห็นฉันอยู่ในชุดคนป่วย และใจของเธอที่อยากบริการคนแปลกหน้าอย่างฉัน

    ตอนหัวค่ำ ท่ามกลางเสียงพัดลม และคนคุยกัน และเสียงทีวี ละครที่ฉันไม่เคยดู แต่ดูก็สนุกดี ....เตียงตรงข้าม คนไข้ตัวเล็ก มีญาติมาเยี่ยมเกินสิบ  ....สังคมเครือญาติ น่ารักเสมอ คนไข้เด็กๆก็รู้สึกอบอุ่นดี

    สักพัก ฉันก็ล้มตัวลงนอน เอาผ้าเช็ดหน้าปิดหน้า บังแสงไฟ   ดึงผ้าห่มมาไว้ที่อก ...คืนนี้ ฉันไม่ได้ สวดมนต์ หรือ แผ่เมตตาอย่างที่เคยทำทุกวัน ไม่รู้ว่าเหนื่อย หรืออะไร

    แต่ใจฉันไม่ได้คิดถึงอะไร มันนิ่งๆ ใจมันถูกเห่กล่อมด้วยอะไรสักอย่าง พร้อมที่จะท่องไปในความมืด และมืด แล้วก็ดับ