ศพนั่งทำงานนาน 5 วัน โดยเพื่อนร่วมงานไม่รู้

ครูอ้อ
ไม่มีใครสังเกต หรือให้ความสนใจเพื่อนร่วมงานอีก 22 คน จึงไม่มีใครทราบว่าได้นั่งทำงานร่วมกับศพเป็นเวลา 5 วัน

ศพนั่งทำงานนาน 5 วัน โดยเพื่อนร่วมงานไม่รู้
(เรื่องจริงจากนิวยอร์ค)

จอร์จ นักพิสูจน์อักษร วัย 51 ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ค ทำอาชีพนี้มานาน 30ปี ปกติจอร์จจะมาทำงานคนแรก กลับคนสุดท้าย เสมอ เพื่อนร่วมงานชินกับความที่เป็นคนพูดน้อย เก็บตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันหนึ่งๆเขาจะนั่งทำงานเงียบๆ หรือไม่ได้ พูดกับใครเลยทั้งวัน วันหนึ่ง เขาหัวใจวายและนั่งตายเงียบๆคนเดียวที่โต๊ะทำงาน ทั้งๆที่ ออฟฟิศเป็นห้องโถงนั่งรวมกัน 23 คน โดยไม่มีใครสังเกต หรือให้ความสนใจเพื่อนร่วมงานอีก 22 คน จึงไม่มีใครทราบว่าได้นั่งทำงานร่วมกับศพเป็นเวลา 5 วัน


จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ คนทำความสะอาด อดที่จะเอ่ยถามศพของจอร์จไม่ได้ว่า ทำไมเขายังต้องทำงาน ทั้งๆที่เป็นวันหยุดแพทย์ชัณสูตรแล้วพบว่า จอร์จตายตั้งแต่วันจันทร์ก่อนตาย จอร์จกำลังพิสูจน์อักษรต้นฉบับตำราแพทย์เล่มหนึ่ง


อ่านเรื่องนี้จบแล้ว  รู้สึกว่าดีใจจังที่เกิดในประเทศไทย  เป็นคนไทย  มีชีวิตการดำเนินชีวิตแบบไทยๆ  ถ้าต้องโดเดี่ยวอย่างนายจอร์จในเรื่องนี้  คงไม่ผิดกับหุ่นยนต์  จริงมั๊ยคะ  รักกันไว้เถิด  เราเกิดร่วมแดนไทย  ไชโย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพที่ 126

คำสำคัญ (Tags)#test

หมายเลขบันทึก: 81376, เขียน: 01 Mar 2007 @ 14:14 (), แก้ไข: 12 Jun 2012 @ 20:52 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

เข้ามาทักทายค่ะ วัฒนธรรมองค์กรของเขาต่างคนต่างอยู่จริง ๆ นะคะ
ใช่จริงๆด้วยค่ะ คุณอัมพร  เรื่องนี้คงไม่มีวันเกิดขึ้นที่ประเทศไทยแน่ เพราะคนไทยต้องถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันทุกวัน  มีความเอื้อเฟื้อกันมาก  ซึ่งน่าชื่มชมกับวัฒนธรรมเหล่านี้จริงๆ
  • แบบนี้คงไม่เกิดที่องค์กรของครูอ้อยหรอกค่ะ..พราะ  ....
  • หนึ่ง..เรารักกันดูแลกัน 
  • สอง..เราชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นค่ะ

ฮา.....ล้อเล่น

Jinny
เขียนเมื่อ 

เรื่องจริงหรือคะน่าสงสารจังเลยนะคะถ้าอยู่ในที่ทำงานของดิฉันคงจะไม่เกิดเหตุการณอย่างนี้ขึ้นแน่เพราะเรามักจะถามสารทุกข์สุขดิบกันเป้นประจำ ไม่ปล่อยให้เพื่อนเป็นศพอยู่ตั้ง 5 วัน

bunpot
เขียนเมื่อ 

เศร้าจัง ตายแล้ว เพื่อยังไม่รู้ว่าตาย

 

-_-' 

TuRun
เขียนเมื่อ 
อิอิ เมืองมะกัน ขนาดข้างบ้านยังไม่รู้จักกันเลย เหมือนในกรุงเทพฯ ไปทุกทีเลย... น่าเศร้า..