แอสไพรินเป็นยาลดไข้ บรรเทาปวดที่ท่านผู้อ่านคงจะรู้จักและแพทย์เองก็ใช้กันมานานนับร้อยปีแล้วค่ะ เมื่อครั้งที่วงการแพทย์พูดกันเล่นๆ ว่าหากจะทำสูตรยาอายุวัฒนะ  แอสไพรินจะเป็นตัวหนึ่งที่น่าคิดว่าจะเป็นยาในสูตรยาอายุวัฒนะด้วย   ข้อดีของแอสไพรินที่นำมาใช้ คือเพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด เช่นป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบค่ะ แต่จะดีจริงหรือเปล่าโปรดติดตามงานวิจัยนี้ค่ะ
          ในการวิจัยศึกษาเพื่อหาหลักฐานว่าแอสไพรินสามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริงหรือไม่นั้น มีปรากฏอยู่ในรายงานของวารสารทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือคือ
 Journal of American Medical Association (JAMA) ฉบับ มกราคม 2006 มีความว่า Dr. Brown  แพทย์จาก State University of  Newyork ได้ทำการศึกษา (แบบ meta-analysis) ของงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ระหว่างปี 1966 ถึง 2005 และมีการยกตัวอย่างงานวิจัย 6 งานวิจัย ที่เป็นการทดลองให้แอสไพรินแก่ผู้เข้าร่วมทดลองที่ยังมิได้ป็นโรคทางหัวใจและหลอดเลือด มีผู้เข้าร่วมทดลอง เป็นเพศหญิง 51,342 คน เพศชาย44,114  คนแต่ละงานวิจัยมีการติดตามผู้ร่วมทดลองเฉลี่ยยาวนาน 6.4 ปี และให้ผู้เข้าทดลองรับประทานยาแอสไพรินในขนาดแตกต่างกันตั้งแต่วันละ 100 มิลลิกรัม ถึง วันละ 500 มิลลิกรัม

ผลการศึกษาพบว่า
         
ในเพศหญิง  แอสไพริน  สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยรวม 12%  ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้  24% แต่ในการลดความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบและเลือดออกในสมองพบว่าไม่ได้ลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
          ในเพศชาย
 แอสไพริน สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดได้รวม 14% แต่กลับไม่ลดความเสี่ยงของเส้นเลือดตีบในสมอง
          
และทั้งเพศชายและเพศหญิงพบว่าแอสไพรินเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเลือดออกถึง  70%
          Dr. Brown เขาเห็นว่า  ผู้ที่ทดลองล้วนเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  จึงอาจไม่คุ้มค่า  และโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า  เขาจะจ่ายให้ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจเท่านั้นโดยใช้ยาในขนาดต่ำเป็น baby aspirin  วันละ  1  เม็ดเท่านั้น  สำหรับผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงในการเกิดเลือดออก
          สรุปว่า  ในผู้ชายแอสไพรินสามารถป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้ดีกว่าในผู้หญิง และในผู้หญิงแอสไพรินสามารถป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบได้ดีกว่าในผู้ชาย
  แอสไพรินจึงให้ด้วยความระมัดระวังไม่ควรให้กับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเกิดเลือดออกง่ายค่ะ เช่น ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมความดันไม่ดีพอ ผู้ที่ต้องทำงานเสี่ยงภัย เช่น ทหาร ตำรวจค่ะ