Hiker

ผู้เขียนเพิ่งกลับจากการไปทำบุญที่ศรีลังกาในระหว่างวันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2550

ขอถือโอกาสกล่าวคำ "อายุบวร (= ขอท่านพึงมีอายุยืน)" และ "อิสตูติ้ (= ขอขอบคุณ)" สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติอ่านบันทึก และแวะไปเยี่ยมเยียนบล็อก "บ้านสุขภาพ" และ "บ้านสาระ"

เช้าวันทำงานวันแรกก็ได้รับจดหมายด่วน (EMS) จากท่านผู้อ่านท่านหนึ่ง ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 ลงชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และติดรูปถ่ายพร้อม

ผู้เขียนตั้งใจว่า จะไม่ตอบจดหมาย และจะไม่ตอบโทรศัพท์ปัญหาสุขภาพเป็นส่วนตัว(รายบุคคล) เนื่องจากมีภารกิจการงานมาก

การตอบผ่านบล็อกยังเป็นการให้ข้อมูลกับคนหมู่มาก เป็นฐานข้อมูล และเป็นแหล่งให้คนหมู่มากเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิด และความเห็นกัน จึงขอตอบผ่านบล็อก "บ้านสุขภาพ" แทน

ท่านผู้อ่านเขียนมาอย่างนี้ครับ…

"ดิฉันเขียนจดหมายมาหาคุณหมอเพราะ ต้องการไตด่วนคะ เลือดกรุ๊ป บี คะ คุณอาของดิฉันท่านรอมา 2 ปีแล้วคะ ทราบอยู่ว่าหาไม่ง่ายนัก แต่ถ้าซื้อ สามารถซื้อได้ที่ใดคะ ถ้าหาไม่ได้ดิฉันต้องบริจาคเอง ถ้าเตรียมมีลูกจะทำอย่างไร และมีผลต่อชีวิตของลูก ดูแลรักษาตัวเองอย่างไร…"

ถึงตรงนี้… ขอกล่าวถึงธรรมชาติของไตคนเราก่อน

อวัยวะสำคัญของคนเรามีอะไหล่สำรองไว้มากกว่าที่เราคิด ตัวอย่าง เช่น ไตคนเรามีกำลังสำรองเผื่อไว้ประมาณ 4 เท่า ฯลฯ

นั่นคือ คนเรามีต้องมีไตอย่างน้อย 1/2 (ครึ่ง) ข้างจึงจะมีชีวิตอยู่ได้ ถ้ามีไต 1 ข้างจะมีชีวิตได้เป็นปกติ ฯลฯ

คนส่วนใหญ่มีไตคนละ 2 ข้าง คนส่วนน้อยมีไต 1 ข้าง บางคนก็มีไตอยู่ผิดที่ เช่น ไตไปอยู่ในส่วนท้องน้อย หรือทรวงอก ฯลฯ

พัฒนาการของไตตอนอยู่ในท้องแม่นั้น… ไตเริ่มพัฒนาเป็นตุ่มเล็กๆ (renal buds) เปรียบคล้ายตุ่มถั่วงอกอยู่ในส่วนท้องน้อย ต่อมาจะเคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ในช่องท้องด้านหลังส่วนบน เปรียบคล้ายต้นถั่วเขียวที่งอกสูงขึ้นไปทางด้านบน

เจ้าตุ่มไตนี่... เวลามันเคลื่อนขึ้นไปด้านบน และเฉออกไปทางด้านข้างเล็กน้อยไม่ได้เคลื่อนไปเปล่าๆ ทว่า... จะเติบโตไปพร้อมกันด้วย เปรียบคล้ายการเติบโตของถั่วงอกทีเดียว

กระบวนการเคลื่อนของไตนี้… ถ้าไตเคลื่อนขึ้นไปน้อยเกินหรือมากเกินจะพบไตอยู่ผิดที่ เช่น ถ้าเคลื่อนขึ้นน้อยเกินอาจพบไตอยู่ในท้องน้อย ฯลฯ

ถ้าตุ่มถั่วงอก หรือตุ่ม "ไต" ข้างใดข้างหนึ่งไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วพัฒนา (เติบโต) ต่อไปไม่สมบูรณ์อาจทำให้มีไต 1 ข้าง หรือมีไต 2 ข้าง ทว่า… ข้างหนึ่งเล็กลีบ หรือฝ่อไปได้

ถ้าเปรียบไตเป็นถั่วงอก… จะเห็นได้ว่า ถั่วเขียวบางเม็ดไม่งอก บางเมล็ดแตกตุ่มแล้วไม่โตต่อ บางเมล็ดโตแต่ลีบหรือฝ่อไป ไตของคนบางคนก็เป็นอย่างนั้น

ถึงตรงนี้… ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อ่านที่มีไตสมบูรณ์ ไม่ว่าจะมีไต 1 ข้างหรือ 2 ข้าง เพราะนับว่า ท่านมีบุญเก่าอุปถัมภ์ ค้ำชู ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง และเป็นไปได้ด้วยดี

ข่าวดีสำหรับท่านที่มีไต 2 ข้างคือ ท่านบริจาคไตทั้งที่มีชีวิตอยู่ได้ 1 ข้าง...

ข่าวดีสำหรับท่านที่มีไต 1 ข้างคือ ท่านจะมีสุขภาพ และอายุขัยยืนยาวเท่าๆ กับคนที่มีไต 2 ข้าง

ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ สหรัฐฯ มีเว็บไซต์ที่ให้คำตอบสำหรับผู้บริจาคไตทั้งที่มีชีวิตอยู่ (living kidney donor)

  •     เมื่อไหร่จึงต้องฟอกไตหรือเปลี่ยนไต:
    ส่วนใหญ่แพทย์และทีมสุขภาพ เช่น พยาบาล ฯลฯ จะปรึกษาหารือกัน เพื่อให้คำแนะนำคนไข้โรคไตว่า ควรพิจารณาฟอกไต หรือเปลี่ยนไต เมื่อไตเสื่อมสภาพลงไปประมาณ 90-95%
  •     เสี่ยงแค่ไหน:
    การบริจาคไตทั้งที่มีชีวิตอยู่เสี่ยงน้อยมาก โอกาสตายของผู้บริจาคไต (living kidney donor) จากการผ่าตัดมี 3:10,000 นั่นคือ ถ้ามีผู้บริจาคไต 10,000 คน ผู้บริจาคจะเสียชีวิต 3 คน การข้ามถนนในอเมริกา 1 ครั้งมีอัตราตาย 1 ในล้าน ความเสี่ยงนี้จึงเทียบเท่าการข้ามถนน 300 ครั้ง
  •     ใครบริจาคไตได้:
    คนที่บริจาคไตได้ในประเทศต่างๆ มีกฏเกณฑ์ต่างกัน กฏเกณฑ์ทั่วไปในสหรัฐฯ คือ ต้องทำด้วยความเต็มใจ (willing) และมีสุขภาพดี (healthy) พอ
  •     สุขภาพผู้บริจาค:
    ผู้บริจาคไตทั้งที่มีชีวิตอยู่(ในสหรัฐฯ) ต้องมีอายุอยู่ในช่วง 18-79 ปี มีไต 2 ข้าง ไม่เป็นโรคความดันเลือดสูง มะเร็ง เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ และไม่มีโรคติดเชื้อที่ติดผ่านกระแสเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เอดส์ ฯลฯ (กฏเกณฑ์แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน)
  •     ตั้งครรภ์:
    ข้อมูลผู้บริจาคไตสหรัฐฯ พบว่า ผู้บริจาค 87% ไม่ต้องการมีลูกอีก (เช่น มีลูกพอแล้ว ฯลฯ) ผู้บริจาค 12% พยายามมีลูก และประสบความสำเร็จ สรุปคือ การบริจาคไต 1 ข้างไม่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ (ท้อง)
  •     สุขภาพหลังบริจาค:
    ข้อมูลปัจจุบันพบว่า ผู้บริจาคไตจะมีสุขภาพดีเท่ากับคนทั่วไป และมีความรู้สึกยินดี ปีติ โสมนัสที่ได้บริจาคไต
    การสำรวจสุขภาพจิตผู้บริจาคสหรัฐฯ พบว่า แม้แต่ผู้บริจาคที่พบปัญหาการผ่าตัดล้มเหลว ซึ่งพบได้น้อย ท่านเหล่านี้ก็ยังกล่าวว่า ดีใจที่ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ผู้บริจาคที่ออกอาการลังเล หรือไม่แน่ใจว่า จะดีใจหรือเสียใจที่บริจาคไต 1 ข้างพบได้น้อยมาก
  •     ออกกำลัง:
    ผู้บริจาคไตเล่นกีฬา หรือออกกำลังได้คล้ายกับคนทั่วไป ยกเว้นใน 6 สัปดาห์แรกไม่ควรยกของหนักเกิน 9 กิโลกรัม (20 ปอนด์) และควรออกกำลังด้วยการเดิน
    ผู้บริจาคไตไม่ควรเล่นกีฬาที่มีการกระทบกระแทกกันแรงๆ เช่น มวย รักบี้ ฯลฯ (ตรงนี้ผู้เขียนขอเพิ่มเข้าไป)
  • ปี 2549 คุณแม่ผู้เขียนป่วยด้วยโรคไตวายระยะสุดท้าย(เสียชีวิตไปแล้ว)… ผู้เขียนตั้งใจไว้ว่า ถ้าหมอเจ้าของไข้ขอไตผู้เขียน จะตอบตกลงทันที

    เสียดายที่อาจารย์หมอท่านบอกว่า คุณแม่อายุมากเกิน (81 ปี) และสุขภาพพื้นฐานไม่ดีพอที่จะรับการผ่าตัด เนื่องจากมีโรคหัวใจเสื่อมสภาพจากความดันเลือดสูง

    ถึงตรงนี้ขอระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์หมอ พยาบาล คลังเลือด ห้องปฏิบัติการ เอกซเรย์ ประชาสัมพันธ์ และงานเปลโรงพยาบาลนครพิงค์ที่กรุณาดูแลคุณแม่อย่างดี เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ…

    ขอกราบขอบพระคุณ ขอบพระคุณ ขอบคุณ และขอบใจทีมงานโรงพยาบาลนครพิงค์... สาธุ สาธุ สาธุ

    ไม่ว่าเราจะบริจาคไตหรือไม่… เราก็ควรใส่ใจ ดูแลสุขภาพไตของเราดังต่อไปนี้…

    •     ดื่มน้ำให้พอ…
      สังเกตให้ปัสสาวะสีเหลืองจาง หรือมองไม่เห็นสี การดื่มน้ำให้มากพอทุกวัน โดยเฉพาะตอนตื่นนอน มีส่วนช่วยป้องกันนิ่วทางเดินปัสสาวะ
    •     ไม่กลั้นปัสสาวะ…
      การกลั้นปัสสาวะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้หญิง
    •     ล้างมือ...
      ล้างมือก่อนกินอาหารและดื่มน้ำ… การหยิบจับหนังสือ(มีโลหะหนัก) หรือสารเคมี เช่น ยาย้อมผม(บางชนิดมีตะกั่ว) ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับโลหะหนัก ซึ่งอาจมีพิษต่อไต
    •     ตรวจเช็ค...
      ตรวจเช็คความดันเลือดและเบาหวาน(โรคมหาอำนาจ)เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคไตเสื่อมสภาพ และไตวาย จะได้รีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ
    •     ควบคุมน้ำหนัก…
      คนที่อ้วนเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันเลือดสูงเพิ่มขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อโรคไตเสื่อมสภาพ และไตวายมากขึ้นในระยะยาว
    •     ออกกำลัง…
      ออกกำลังเป็นประจำ โดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิค เช่น เดินเร็ว วิ่ง จักรยาน ฯลฯ เพื่อป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และความดันเลือดสูง
    •     ไม่เมา…
      แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์…) เพิ่มความเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุ ซึ่งอาจมีอันตรายต่อไต
    •     ไม่เล่นการพนัน…
      การพนันมักจะนำไปสู่หนี้สิน ทำให้เสี่ยงต่อความเครียดเรื้อรัง และความดันเลือดสูง
    •     ไม่สูบบุหรี่...
      บุหรี่ทำให้เส้นเลือดเสื่อมทั่วร่างกาย รวมทั้งเส้นเลือดไต และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตันได้
    •     ป้องกันอุบัติเหตุ...
      อุบัติเหตุ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจราจร มีส่วนทำอันตรายต่อไต การขับรถถูกกฏจราจร ขับไม่เร็วเกิน ไม่เมาก่อนขับ(หรือขณะขับ) การคาดเข็มขัดนิรภัย(กรณีโดยสารรถ) มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้

    ก่อนจบขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อ่านทุกท่านที่มีไตดี ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านผู้บริจาคอวัยวะ เช่น ไต เลือด แก้วตา ฯลฯ...

    ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีไตดีไปนานๆ จะได้มีแรง มีกำลังไว้ทำอะไรดีๆ…

        แหล่งที่มา:

    • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Living kidney donor frequently asked questions. > Transplant center. > University of Maryland Medical Center. > [ Click - Click ] > http://www.umm.edu/transplant/kidney/qanda.html#6 > February 28, 2007.
    • ขอขอบพระคุณ > การบริจาคดวงตา, อวัยวะ, ร่างกายให้สภากาชาดไทย. > [ Click - Click ] > http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=32274 > ๑ มีนาคม ๒๕๕๐.
    • ขอขอบพระคุณ > ศาสตราจารย์สมชาย เอี่ยมอ่อง. > การผ่าตัดเปลี่ยนไต. > [ Click - click ] > ๑ มีนาคม ๒๕๕๐.
    • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ > แก้ไข 10 พฤษภาคม 2550.