"การคิด" อีกประเภทหนึ่งที่นักการศึกษาได้เสนอไว้เพื่อให้ครูช่วยกันพัฒนานักเรียน นอกจากการคิดเข้าใจดังที่ได้บันทึกไว้แล้ว  ก็คือ "การคิดนำไปใช้" หรือ Application  ซึ่งหมายถึง "ความสามารถที่จะนำ กฎ(Rules, Descriptive Laws, Prescriptive Laws, )  หลัก (Principles), ทฤษฎี, ไปใช้แก้ปัญหาต่างๆที่เผชิญอยู่ได้"

กฎ ในทางภาษาศาสตร์  และทางมนุษยศาสตร์ มักจะเรียกว่า Rule  เช่น กฎ ว่า  "ประโยคสองส่วนประกอบค้วย ประธาน + กริยา" , "คำที่อยู่หน้าประโยคในภาษาอังกฤษต้องเขียนตัวใหญ่" ฯลฯ  กฎ(Rule) ในสาขาคณิตศาสตรก็เช่น  " ๑ + ๓ = ๓ + ๑ " ฯลฯ   กฎ(Laws). ในสาขาฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา ซึ่งเป็นกฎประเภท Empirical Laws, or Descriptive Laws นั้น  ก็มีมากมาย

สำหรับ"หลัก"นั้น  เรานิยามว่า  คือ"ข้อความที่ประกอบด้วยมโนทัศน์ " เช่น "ต้นขนุนนั้นดูดอาหารทางราก"  เป็น "ข้อเท็จริงเฉพาะอย่าง"  แต่ "ต้นไม้กินอาหารทางราก"  เป็น "หลัก"  เพราะว่า "ต้นไม้, กิน, อาหาร, ราก," เป็น "มโนทัศน์"  มโนทัศน์เหล่านั้นมาเรียงกันเป็นข้อความหรือประโยค  ก็เป็น "หลัก"  

กฎทุกกฎ เป็นหลัก  แต่หลักบางหลักเท่านั้นที่เป็นกฎ

ทุกวิชาจะมีหลัก  กฎ  และทฤษฎี

ดังนั้น  ทุกวิชาจึงสอนให้เด็กพัฒนาการนำไปใช้ได้

โดยเฉพาะวิชาที่มีการคำนวณ  เช่น วิชาคณิศาสตร์  วิชาฟิสิกส์  เป็นต้น  จะเป็นวิชาหลักที่จะใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาความสามารถด้านการคิดนำไปใช้ครับ

การให้แก้ปัญหาโจทย์เลขทั้งหลายนั่นแหละครับ  คือเครื่องมือในการพัฒนา "การคิดนำไปใช้" ได้อย่างยอดเยี่ยม ครับ

แต่มีข้อแม้ว่า  "จะต้องไม่ให้จำ" !!  

กล่าวคือ "ถ้าครูสอนโจทย์เลขข้อใด  แล้ว นำขอ้นั้นไปออกข้อสอบ หรือ ออกเลียนแบบข้อที่เคยสอน ไปสอบเด็ก "  การคิดเลขข้อนั้น "ก็ไม่ใช่คิดนำไปใช้"ครับ !  แต่เป็นการจำไปใช้" ครับ !!

นั่นแหละครับที่เรากลัวกันนักหนา !!!

โรงเรียนกวดวิชานั่นแหลครับ !!!

"ความสามารถด้านการคิดนำไปใช้" นี้เป็น "ความสามารถด้านปัญญา"

เป็นความสามารถที่สูงกว่า "การคิดเข้าใจ" ครับ  เพราะว่า  ถ้าไม่เข้าใจแล้ว จะนำไปใช้ไม่ได้ลย !!