โดนรบเร้าจากน้องนิสิตให้เขียนบทความกึ่งเรื่องเล่าง่าย ๆ สบาย ๆ ตามสไตล์ที่ผมถนัดให้สักชิ้น เกี่ยวกับอะไรก็ได้...ถ้าจะให้ดีก็เป็นข้อสังเกตเล้ก ๆ น้อยด้านกิจกรรมก็ยิ่งดีใหญ่  ,  ดูเขาจะมีความสุขที่ร้องขอเช่นนั้น  แต่การเขียนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันก็หนักหนาสำหรับผม  เพราะผมต้องใช้ข้อมูลเยอะพอสมควรจึงจะเขียนได้

แต่ท้ายที่สุด  ผมก็หลับตาจินตนาการถึงเรื่องราวกิจกรรมที่ผ่านพ้นและผ่านเลยเข้ามาในชีวิตในช่วงสั้น ๆ  พอที่จะประมวลเป็นถ้อยคำได้ดังประการฉะนี้ 

สังเขป (1) :  กิจกรรมนิสิตรสชาติชีวิตนอกหลักสูตรของหนุ่มสาวชาวมหาลัย

คงเป็นการยากอยู่ไม่ใช่น้อยหากให้ชี้วัดว่า กิจกรรมนิสิตให้อะไรกับชีวิตนิสิตบ้าง ?”   แต่คำตอบที่พบถี่ครั้ง  และกลายมาเป็นคำตอบสากลไปแล้วก็น่าจะเป็นในทำนองที่ว่ากิจกรรมนิสิตให้ประสบการณ์ชีวิตที่ไม่อาจค้นพบได้จากห้องเรียนตามรายวิชาทั่วไป

  

ดังนั้น  จึงมีการเอ่ยทักกิจกรรมนิสิตในสถานะที่เป็น กิจกรรมนอกหลักสูตร  หรือ กิจกรรมเสริมหลักสูตรอันมีจุดมุ่งหมายสูงสุดเพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนิสิตให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ของสังคม

ถึงแม้กิจกรรมนิสิต  จะไม่ใช่กลไกอันสำคัญที่สุดของการเสริมสร้างและพัฒนาให้นิสิตเติบโตและงอกงามขึ้นเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของสังคม  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า  การเรียนการสอนตามหลักสูตรแต่เพียงอย่างเดียว  จะสามารถเติมเต็มในการพัฒนาศักยภาพนิสิตอย่างสมบูรณ์ได้เช่นกันหากแต่ต้องพึ่งพิงกระบวนการทั้งสองอย่างควบคู่กันไป  

 

กิจกรรมนิสิต จึงเป็นเสมือนความท้าทายของการเรียนรู้และสัมผัสรสชาติชีวิตปัญญาชนนอกตำราเรียนของคนหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย สู่การเรียนรู้คุณค่าความหมายของชีวิตและสังคม ฝึกฝนและปลูกสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ( integrity ) มีจิตสำนึกแห่งความซื่อสัตย์ ( honesty ) และตระหนักในเกียรติภูมิแห่งความเป็นมนุษย์ ( Dignity of Man )  โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรสชาติแห่งการเรียนรู้ชีวิตที่ท้าทายคนหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยเป็นยิ่งนัก  และถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนผันไปมากมายสักแค่ไหน  เราต่างก็ไม่เคยสิ้นหวังในกระบวนการแห่งการพัฒนาศักยภาพนิสิตผ่านกระบวนการแห่ง  กิจกรรมนิสิต   เลยแม้แต่น้อย

สังเขป (2) :  ปีแห่งการวางรากฐานโครงสร้างและการเชิดชูคนดีของสังคม

 

หากจะเรียกนักกิจกรรมว่าเป็น คนดีของสังคมก็คงไม่ผิดนัก เพราะกิจกรรมนิสิตนอกจากจะก่อเกิดประโยชน์ต่อนิสิตเองแล้ว  ยังก่อเกิดคุณประโยชน์ต่อสังคมด้วยเช่นกัน  ซึ่งสังคมในที่นี้ก็หมายรวมถึงสังคมมหาวิทยาลัยและสังคมทั่วไป 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนทำดี  ไม่หวังผลการตอบแทนใด ๆ จากสังคมเป็นแน่  แต่สังคมก็ควรต้องมีวัฒนธรรมที่ดีในการให้เกียรติและชื่นชมความดีงามของคนเหล่านั้นอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

 

ปีการศึกษา 2549  กองกิจการนิสิต  ได้ขับเคลื่อนให้มีการประกาศใช้แนวปฏิบัติด้านกิจกรรมนิสิตอย่างเป็นทางการ  และถือเป็นครั้งแรกที่นักกิจกรรมมี (เสมือน)  ระเบียบกิจกรรมใช้อย่างเป็นทางการด้วยการลงนามของอธิการบดี  และเตรียมความพร้อมสู่การตราเป็นข้อบังคับว่ากิจกรรมนิสิตในอนาคต

 

นอกจากนี้  ยังมีการประกาศใช้ สมุดบันทึกกิจกรรม  (Student Activity Passbook)  พร้อมวางระบบไปสู่การจัดทำใบระเบียนกิจกรรมนิสิต  หรือ ทรานสคริปกิจกรรม (Student Activity Transcript)  ซึ่งถึงในทางปฏิบัติจะยังไม่เป็นรูปธรรมนัก  แต่ก็ต้องถือว่าเป็น จุดเริ่มต้น  ที่ดีของการวางระบบอันสำคัญของการชี้ให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการใช้กิจกรรมเป็นกลไกแห่งการเสริมสร้างและพัฒนานิสิต

 

เช่นเดียวกัน  กองกิจการนิสิต  ยังได้ปัดฝุ่นกระบวนการแห่งการ เชิดชูเกียรตินักกิจกรรม  ในนาม ช่อราชพฤกษ์  อีกครั้ง  หลังจากเว้นวรรคไปร่วม 2 ปี  รวมถึงการจัดสรรทุนให้แก่นักกิจกรรมมากถึง  50 ทุน  ๆ ละ  3,000  บาท

  

สิ่งเหล่านี้  ถือเป็นการวางระบบโครงสร้างการทำงานกิจกรรมนิสิตและการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเชิดชูคนดีของสังคมอย่างน่าภาคภูมิใจ

 

สังเขป (3)  :  วิถีแห่งการเชิดชูและสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรภายนอก

 
  

ปรากฏการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย  เนื่องจากแทบไม่ปรากฏเลยในห้วงเวลาอันยาวนานของกิจกรรมนิสิต  กล่าวคือ  มีองค์กรนิสิต ได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติ  ตลอดจนการได้รับการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอยู่หลายองค์กร  เป็นต้นว่า  ชมรมอาสาพัฒนา   คว้างรางวัลขวัญใจกระทิงมาครอง  จากนั้นยังได้รับการประกาศเกียรติคุณในระดับชาติให้เป็นองค์กรเยาวชนดีเด่นด้านบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ  

ขณะที่ กลุ่มนิสิตพลังสังคม ,(ค่ายสายธารปัญญาชน) สโมสรนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ (ค่ายลูกฮักรักษ์สุขภาพ)  ก็ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภายนอกในการจัดกิจกรรม  รวมถึงชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง หรือที่รู้จักมักคุ้นในชื่อ วงแคน  ก็ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งศูนย์ฯ รวมถึงการออกค่ายสอนทักษะและสร้างแรงจูงใจให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักในความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะในด้านดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน   

   

และล่าสุด  ชมรมอาสาพัฒนา สโมสรนิสิตคณะเภสัชศาสตร์  และชมรมยุวชนประชาธิปไตย ก็ยังได้รับการพิจารณาสนับสนุนด้านงบประมาณจาก สสส . เพื่อจัดกิจกรรมในช่วงปิดภาคฤดูร้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ส่วนนายพัชรพงษ์  สมัครสมาน  หัวเรือใหญ่ของชมรมรักบี้ฟุตบอล  ก็ได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยด้วยการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย  เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งล่าสุด มาสด ๆ ร้อน ๆ

   

สังเขป (4)  :  มหกรรมคนอาสา ..กิจกรรมนอกระบบของคนดีที่หนีเรียนไปเกี่ยวข้าว

 
  

การรวมตัวของกลุ่มองค์กรนิสิตและกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า มหกรรมคนอาสา   ถือเป็นการผลิกประวัติศาสตร์การจัดกิจกรรมนอกระบบอย่างน่าสนใจ  โดยพวกเขาได้รวมตัวกันประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเพื่อสังคมจากภายนอกร่วมกันจัด มหกรรมอาสา  ขึ้นมา   ด้วยการเชิญชวนนิสิตไปร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวในพื้นที่ จ.มหาสารคาม  และร้อยเอ็ด  เพื่อแลกกับการรับบริจาคข้าวเปลือกจากเจ้าของนาไปมอบให้กับผู้ประสบภัย น้ำท่วม โคลนถล่ม  ในหมู่บ้านกิ่วเคียน, บ้านน้ำรี, บ้านทรายงาม ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

   

กิจกรรมที่จัดขึ้นไม่ได้ขออนุมัติการจัดกิจกรรมต่อมหาวิทยาลัย  แต่ก็ใช้เวทีของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนและรวมพลอย่างสง่าผ่าเผย  เป็นภาพสะท้อนเรื่องจิตสำนึกของนิสิตที่มีต่อสังคม  เป็นภาพสะท้อนของการจัดกิจกรรมที่สอดรับกับภาวะทางสังคมที่เด่นชัดและเป็นประโยชน์อย่างจริงแท้

  

การลงแขกเกี่ยวข้าวท่ามกลางเปลวแดดและลมร้อนอันเริงแรง  คือ การได้สัมผัสเรียนรู้ต่อวิถีของ ชาวนา  ที่ยากลำบากและสัมผัสกับพลวัตรที่เปลี่ยนแปลงของวิถีการทำนาของชาวนาอีสาน  .. เป็นกิจกรรมแห่งการเรียนรู้จริงที่น่าสนใจและควรค่าต่อการขยายผลอย่างต่อเนื่อง

  

จนท้ายที่สุด กองกิจการนิสิต ได้เข้าไปช่วยดูแลสนับสนุนด้านงบประมาณในการขนย้าย ข้าวเปลือก  ไปมอบให้กับพี่น้องชาวอุตรดิตถ์อย่างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สังเขป (สั่งลา)

   

ข้อสังเกตบางประการในบันทึกเฉพาะกิจฉบับนี้   เป็นข้อสังเกตอันน้อยนิดจากคนเฝ้ามองการดำเนินไปของกิจกรรมนิสิต  เป็นการเฝ้าสังเกตเพื่อ ทำความเข้าใจ เพื่อรอเวลาแห่งการ ต่อยอด  ไปสู่พันธกิจอันยิ่งใหญ่ในวิถีกิจกรรม  

บางเรื่องราวจากหลายองค์กรยังไม่ถูกบันทึกและนำเสนอไว้ ณ ที่ตรงนี้  แต่นั่นก็มิได้หมายถึงว่า  กิจกรรมขององค์กร หรือบุคคลที่เหลือนั้นปราศจากคุณค่าใด ๆ  หากแต่ผู้สังเกตการณ์อย่างข้าพเจ้าฯ  จะได้นำเสนอในวาระอื่นอีกครั้ง            

พนัส  ปรีวาสนา :  เขียน

เอกสารประกอบ วันขอบคุณนักกิจกรรม

24  ก.พ. 50