ปราศรัย สิริรัณกิจ
โรงพยาบาลกำแพงเพชร

ปัญหาของผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมชนิดตัดเต้านมออกหมดเต้า คือ การสูญเสียภาพลักษณ์ จากการใช้แบบประเมินวัดความเครียดของโรงพยาบาลสวนปรุงกับผู้ป่วย 30 ราย (เม.ย. 48- พ.ค.49) พบภาวะความเครียดสูงทั้งก่อนและหลังผ่าตัด จากข้อมูลในปี 2548 พบผู้ป่วย 32 ราย ที่ใช้พลาสเตอร์ผ้ายึดเหนียวปิดแผลหลังผ่าตัดเกิด Seroma 12 ราย และจากการให้ความรู้เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเองและตรวจให้ผู้อื่น พบปัญหาการขาดแคลนหุ่นเต้านมจำลอง (Breast Model) จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงได้ประดิษฐ์ 1. เสื้อรัดทรวงอก  2. เต้านมเทียม  3.หุ่นเต้านมจำลอง (Breast Model)

วัตถุประสงค์
1. เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน  Seroma หลังการผ่าตัดเต้านม
2. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในภาพลักษณ์ของตนหลังจากถูกตัดเต้านม
3. เพื่อให้มีอุปกรณ์ในการสอนการตรวจเต้านมเพียงพอและต้นทุนต่ำ

วิธีการศึกษา
- เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยริเริ่มทำนวัตกรรมดังนี้
1. เสื้อรัดทรวงอกใช้กับผู้ป่วยหลังผ่าตัดระยะ 5 เดือน (กพ.-มิ.ย.49) ประเมินผลโดยการติดตามภาวะแทรกซ้อน Seroma หลังการใช้
2. เต้านมเทียมใช้กับผู้ป่วยจำนวน 30 ราย แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าความพึงพอใจ
3. หุ่นเต้านมจำลอง (Breast Model) นำมาเป็นสื่อในการสอนผู้ป่วย ญาติ บุคลากรของโรงพยาบาลจำนวน 130 ราย ประเมินโดยให้คะแนนความถูกต้อง ในการตรวจเต้านม

ผลการศึกษา
1. เสื้อรัดทรวงอก ทดลองใช้ผู้ป่วย 10 ราย พบภาวะแทรกซ้อน Seroma จำนวน 1 ราย
2. เต้านมเทียม จากการประเมินผลพบว่า ผู้ป่วยที่สูญเสียเต้านมที่ควรพึงพอใจในการใช้เต้มนมเทียมเสริมทรวงอก ร้อยละ 90
3. หุ่นเต้านมจำลอง (Breast Model) คะแนนความถูกต้องของการตรวจเต้านมด้วยตนเองจากร้อยละ 76 เพิ่มเป็นร้อยละ 84 การตรวจเต้านมให้ผู้อื่น จากร้อยละ 70 เพิ่มเป็นร้อยละ 80

สรุป
-การใช้เสื้อรัดทรวงอก สามารถลดภาวะแทรกซ้อน Seroma ได้ เนื่องจากมีแรงกออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ผู้สวมใส่มีความสะดวกสบายไม่เลื่อนหลุดและไม่เกิดอาการแพ้ผื่นคันเหมือนพลาสเตอร์ผ้ายืดเหนียว เต้มนมเทียมทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในภาพลักษณ์ตนเองมากขึ้น หุ่นเต้านม (Breast Model) สามารถใช้เป็นสื่อในการสอนได้อย่างดี

จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร