เมื่อ 7 ม.ค. ๒๕๕๐ นายบอนได้เขียนบันทึก การจัดการความรู้จากการจับความคิดใน 16 นาที 16 ประเด็น กับ น.เมืองสรวง ข้อความที่ส่งผ่านสัญญาณมือถือ ี้ ขึ้น



และช่วงเที่ยงของวันนี้ 24 ก.พ.2550 คุณ น.เมืองสรวง หรือ อำนาจ แสงสุข ได้โทรมาทักทายพูดคุยกับนายบอน เป็นเวลาถึง 10 นาที
สำหรับ ท่านที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ น.เมืองสรวงอยู่   10 นาทีที่สนทนากัน สามารถที่จะทำให้รับรู้ความเคลื่อนไหว และแนวคิดหลายอย่าง ณ เวลาปัจจุบันของ น.เมืองสรวงได้ ดังนี้

1. คุณ น.เมืองสรวง หรือ อำนาจ แสงสุข ในเวลานี้ จะเปิดดู Blog gotoknow ในแบบวันเว้นวันครับ ต้องตามกลับไปอ่านย้อนหลัง ด้วยภาระหน้าที่การงานที่หนักพอสมควร ทำให้มีเวลาในการเขียนข้อคิดเห็น และเขียนบันทึกได้เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย

2. นายบอนได้กล่าวถึงจากก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวง ถึง ตาเหรียญ หมอดินที่บุรีรัมย์ : การต่อยอดความคิดสู่สาธารณะ คุณอำนาจจึงสอบถามว่า แล้วอีกคนหนึ่ง (คุณวิรัตน์ คนบ้านโจด)ที่ตั้งคำถามมานั้น เข้ามาสร้าง blog ใน gotoknow หรือยัง เพราะเขาอยากจะเชื่อมโยง เขียนข้อคิดความเห็นมอบให้ ซึ่งคุณวิรัตน์ ยังไม่กล้าที่จะเข้ามา คุณอำนาจ จึงให้ความเห็นว่า ใน gotoknow มีบรรดาครู อาจารย์ นักวิชาการที่พร้อมจะลงสู่ชุมชน แต่ระดับชาวบ้าน อาจจะมองข้ามความสำคัญของการเข้ามาเขียน blog ใน gotoknow เพราะปัญหาหลัก เรื่องปากท้อง จึงได้แต่ติดตามอ่านเท่านั้น




3. คุณอำนาจ ได้ให้ข้อคิดเรื่องการทำโครงการเกษตรพอเพียงที่เขาได้บันทึกเรื่องราวไว้ในหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝัน ที่หนองสรวง  แม้เพียงการเลี้ยงไก่เป็ด ในแบบพอเพียงเพื่อให้พอกินในครัวเรือน แต่ยังมีผู้ที่ตีความไปต่างๆนานา จากความไม่เข้าใจ คิดว่าสิ่งที่คุณอำนาจกำลังทำนั้นเพื่อผลประโยชน์อื่นแอบแฝง หรือ อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางการเมือง , การสร้างฐานเสียง ฯลฯ แต่คุณอำนาจ พยายามชี้แจง และมั่นคงในจุดยืนของตัวเองมาตลอด  ดังนั้น การทำโครงการดีๆ  เพื่อสังคมในแบบเกษตรพอเพียง ยังถูกตีความในแง่อื่นได้ คุณอำนาจจึงฝากคติเตือนใจไว้ ทำดี แต่อย่าเด่นจะเป็นภัยต่อตนเอง

4. คุณอำนาจกล่าวถึงการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงที่กำลังดำเนินการอยู่ คือ สร้างเครือข่าย อยุธยา+กาฬสินธุ์+โคราช ในการร่วมกันทำงานเพื่อสังคมตามแนวทางที่คิดไว้ เขาได้กล่าวถึงชมรมลูกน้ำเค็มที่ชลบุรี ที่เป็นตัวอย่างของพลังขับเคลื่อนชุมชนที่เหนียวแน่น เขาคาดหวังว่า เขาจะสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นในรูปแบบนั้นได้บ้าง

5. เขากล่าวถึงโครงการจักรยานเพื่อน้อง ซึ่งได้ตั้งเป้ามอบจักรยานเพื่อน้องจำนวน 20 คัน แต่ส่งมอบไปแล้ว 7 คัน เหลืออีก 13 คัน เมื่อดำเนินโครงการได้ครบ 20 คันแล้ว จะทำการประเมินผลโครงการ และจะโอนถ่ายโครงการดีๆเพื่อชุมชนนี้ ให้คนในท้องถิ่นดำเนินการต่อไป รวมทั้งเรื่องของ สคถ. – สำนักงานสนับสนุนเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเอกสารต่างๆ เก็บรวบรวมไว้ที่ อบต.หนองสรวงหมดแล้ว คนในท้องถิ่นสามารถที่จะสานต่อได้เลย

6. คุณอำนาจมองว่า หากชุมชนท้องถิ่น 7,600 ตำบล ในทุกตำบลมีองค์พัฒนาเอกชนที่ดำเนินงานเป็นรูปธรรม ช่วยงาน อบต. แค่เพียงตำบลละ 1 องค์กร ย่อมจะทำให้การพัฒนาตำบลเจริญรุดหน้าได้ไม่ยากนัก (ซึ่งตัวอย่างขององค์พัฒนาเอกชนที่ดำเนินงานเป็นรูปธรรมที่คุณอำนาจยกตัวอย่างมา อาทิ เครือข่ายอินแปง , มูลนิธิพัฒนาชนบท)

7. คุณอำนาจ กล่าวถึงหนูนิด แห่งบุรีรัมย์ ซึ่งกำลังทำตามความฝันที่วางไว้ เปรียบเหมือนไฟแห่งความฝันกำลังลุกโชน ควรจะเติมไม้ฟืนแห่งความพยายามเข้าไปให้ไฟกองนั้นลุกโชนสว่างไสว สร้างฝันที่เป็นจริงขึ้นมา ซึ่งนายบอนเพิ่มเติมว่า น่าจะโยนถังแก๊สเข้าไปดีกว่า ให้เกิดระเบิดตูม เกิดไฟแห่งความพยายามกองใหญ่ ผลักดันโครงการต่างๆให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายให้ดียิ่งๆขึ้น

8. คุณอำนาจ ให้ทัศนะต่อไปว่า ควรจะมองถึงการต่อยอดผลงานอย่างเป็นรูปธรรมด้วยทุนทางสังคม โดยหนูนิดและเครือข่ายควรเชื่อมโยงทุนทางสังคมในท้องถิ่น จนกลายเป็นวิสาหกิจสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน แต่จุดด้อยที่สำคัญของชุมชน คือ ยังไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงในสิ่งที่กล่าวมานั้นได้ดีพอ เพราะขาดทักษะแนวทางเรื่องการประชาสัมพันธ์ เรื่องสื่อ, การตลาด ซึ่งทางราชการและส่วนอื่นๆจะต้องให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ โดยการถ่ายทอดทักษะเหล่านี้ให้กับกลุ่มที่ 1 ตามด้วยกลุ่มที่ 2 และ 3 ตามลำดับ แล้วย้อนกลับมาประเมินผลงานของกลุ่มที่ 1 – 2 – 3

9. ในการที่หนูนิดมาพบกับคุณอำนาจในครั้งแรกนั้น คุณอำนาจมองว่า หนูนิดมีอาการตื่นเต้น ประหม่า คงจะคิดว่า คุณอำนาจจะเป็นผู้สูงอายุ แต่นายบอนได้แย้งว่า หนูนิด เห็นรูปคุณอำนาจในหนังสือก่อร่าง สร้างฝันแล้ว ทั้งรูปถ่ายที่ปกหน้า ปกหลัง และชี้ได้ถูกต้องว่า คนไหนในกลุ่มคือคุณอำนาจ คุณอำนาจสังเกตได้ถึงความทึ่งของหนูนิดที่รู้สึกทึ่งไม่คิดว่าเขาจะคิด และทำอะไรได้ถึงเพียงนี้

</embed>

10.คุณอำนาจ ตั้งใจที่จะให้แนวคิดต่อไป เพื่อจุดไฟแห่งความฝัน และความพยายาม สร้างผลงานเพื่อสังคมต่อไป และให้ปรัชญา โดยกล่าวถึงวัฏจักรชีวิต ให้ทำความเข้าใจถึงกงล้อชีวิต  เพราทุกอย่างจะหมุนกลับไปสู่ต้นกำเนิด ดังนั้น คนรุ่นใหม่ไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิต เช่น ไปดื่มเหล้า ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว หน้าที่การงาน ฯลฯ เพราะทุกอย่างไม่เที่ยงแท้ แน่นอน