ต่อตอนที่ 3 แล้วนะคะ 

แพ้เป็น 

 

          คนเราเกิดมาไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ ตามวิสัยของมนุษย์และสัตว์เมื่อมีการต่อสู้จะพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะเป็นผู้ชนะ ถึงแม้จะสู้ไม่ได้ก็พยายามสู้ให้ถึงที่สุด อย่างที่โบราณเรียกว่า สู้จนตรอก บางคนสู้จนตัวตาย

 

          นักพนันบางคนสู้จนหมดเนื้อหมดตัว หมดบ้าน หมดเงิน หมดทุกอย่างแม้กระทั่งครอบครัวก็แตกสลาย เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็น ผู้แพ้

          ถ้าจะมีคำถามว่า

           ผู้ชนะเก่งจริงหรือ ?”  

          การเป็นผู้ชนะเป็นอมตะจีรังยั่งยืนจริงหรือ ?”  

           ผู้แพ้ กลายเป็นคนน่าตำหนิ หรือเป็นคนที่ไร้ค่าจริงหรือ ?”

          ผู้แพ้ จะต้องเป็นผู้แพ้ตลอดไป โดยไม่มีโอกาสชนะจริงหรือ ?”

 

          ผู้ชนะในการแข่งขัน เขาเรียกว่า ผู้ชนะในเกมส์ หรือในทางพุทธศาสนาเรียกว่า การชนะภายนอก เช่น ชนะการเลือกตั้ง ชนะการประกวดต่างๆ ชนะในการแข่งขันกีฬา ชนะการแข่งขันในทางการค้า

 

          ชัยชนะเหล่านี้เป็นสิ่งสมมติขึ้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ชัยชนะแท้จริงนั้น คือ การชนะใจตนเอง

 

          บ่อยครั้งที่การแข่งขันสมมติขึ้นมานั้น ตกเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ เป็นการก่อจลาจลวุ่นวายเพราะอ้างว่า ตัดสินไม่เป็นธรรม ผู้คนวิวาทกัน ฆ่ากัน เหยียบกันตาย เพราะการแข่งขันที่มุ่งเอาชนะกันอย่างเดียว

 

          อย่างนี้แล้วถามว่า ใครชนะ ใครแพ้กันแน่?” ฉะนั้นแล้วจึงต้องหัด แพ้ให้เป็น เสียบ้าง

 

          คนเราทุกคนมิได้เกิดมาเพื่อชัยชนะดอกท่านเอ๋ย เราต่างเกิดมาเพื่อจัดเป็นผู้แพ้ทั้งสิ้น..... แพ้แม้กระทั่งสังขารของตัวเราเอง ทุกคนเกิดมาจะต้องตาย ไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้าได้ดอกนะท่าน  

         รู้ดังนี้แล้ว ถ้า "ปลงได้" ทำใจยอมรับว่า "แพ้ได้" จะสงบ เย็น และมีความสุขขึ้นนะคะ