ปัจจุบัน การทำงานภาครัฐแนวใหม่ นักส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ จะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา ภายใต้สมรรถนะหลักและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการเป็นข้าราชการ ยุคใหม่ 5 ด้าน คือ
1) การปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ที่เกษตรและชุมชน 2) มีการให้บริการที่ดี 3) มีการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพทำงานอย่างมืออาชีพ 4) มีจริยธรรมในการปฏิบัติงาน และ 5) เป็นผู้มีความร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงาน นอกจานี้ยังควรเป็นผู้ที่พร้อมต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากต่อการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารการเกษตรแพร่กระจายไปสู่เกษตรกร โดยมี สื่อบุคคล (นักวิชาการส่งเสริม
การเกษตร ผู้ประกาศหอกระจาย) สื่อกิจกรรม (นิทรรศการ การสาธิต การประกวด นำชมผลงาน และ สื่อมวลชน (หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์) เป็นตัวเร่งให้เกิดการแพร่กระจายข่าวสารไปสู่เกษตรกรอย่างรวดเร็ว ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ส่งผลให้เกษตรกรเป้าหมายเกิดความเชื่อถือ ศรัทธา และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืนร่วมกัน
การประชาสัมพันธ์ จึงเป็นการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง Two Way communication คือ เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขความเข้าใจผิดต่าง ๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข การสื่อสาร….. เราสามารถตรวจสอบผลการตอบกลับ (Feedback) ความเข้าใจของข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ไปสู่เกษตรกรเป้าหมาย ว่าเขาได้รับข่าวสารแล้ว เขาเกิดความรู้ ความเข้าใจ ให้ความสนใจจนถึงระดับการนำความรู้ไปปฏิบัติมากน้อยเพียงใด ที่จริงเราทุกคนในองค์กรเป็นนักประชาสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัวตัวอยู่บ้างแล้ว เมื่อเวลามีคนมาติดต่อสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ขององค์กร เราให้ข้อมูลเท่าที่เราทราบ นั่นก็เป็นการทำประชาสัมพันธ์ให้องค์กรในระดับหนึ่งแล้ว การประชาสัมพันธ์เป็นงานละเอียดอ่อน สามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้ตลอด บางครั้งการวางแผนในแต่ละกิจกรรมอาจต้องปรับให้เหมาะสม ดังนั้น การกำหนดแผนงานด้านประชาสัมพันธ์ จึงควรมี 2 ลักษณะ
1. แผนงานหลัก มีการกำหนด เป้าหมาย หรือ Mission ที่จะสร้างให้องค์กรเป็นไปตามที่คาด สามารถวัดผลได้ เช่น เราจะประชาสัมพันธ์ให้องค์กรรับผิดชอบต่อสังคม ลูกค้า และผู้บริโภค
หรือจะประชาสัมพันธ์ให้องค์กรเป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา และให้บริการเป็นเลิศ
2. แผนงานกิจกรรม เป็นแผนในการกำหนดกลยุทธ์ และวิธีการดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นแผนปฏิบัติการตามสถานการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสม ความจริงแล้ว การประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่เพียงเพื่อเผยแพร่ข่าวสารให้เกษตรกเป้าหมายได้รู้จักและเข้าใจการทำงานขององค์กรเท่านั้น แต่มีขอบเขตตามโครงสร้างการประชาสัมพันธ์ คือ
- การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกิจกรรมและผลการดำเนินงานขององค์กรผ่านสื่อต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ วารสาร แผ่นปลิว โปสเตอร์ ป้ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงสื่ออิเลคทรอนิกส์
ซึ่งทุกคนต้องตระหนักสำหรับการทำงานภาครัฐแนวใหม่
- นอกจากข้อมูลเผยแพร่แล้ว เราต้องรู้จักใช้อุปกรณ์สื่อโสต ช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อดึงดูด กระตุ้นและสร้างความเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น เช่น กล้องถ่าย VDO ภาพนิ่ง
- นอกจากนี้เราควรมีการทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจอันดีระหว่างองค์กรกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง การนำเกษตรกรดูงานเกษตรที่ประสบผล แปลงเกษตรกร
ตัวอย่างสำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในงานส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลข่าวสารจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และการตัดสินใจต่อการพัฒนาการเกษตรของเกษตรกรนอกเหนือจากการถ่ายทอดความรู้โดยตรงผ่านการฝึกอบรม ทำแปลงสาธิต ทัศนศึกษาดูงานและเยี่ยมเยียนเกษตรกรแล้วยังต้องอาศัยการให้บริการข้อมูลข่าวสารและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับฤดูกาลและความต้องการของเกษตรกรผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความรู้ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ เป็นการขยายโอกาสในการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอีกทางหนึ่ง
สำหรับ กิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์งานส่งเสริมการเกษตร ที่น่าสนใจ คือ
1. การทำข่าวสารความเคลื่อนไหวทางการเกษตรที่จำเป็นและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล ผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
2. การทำจดหมายข่าวรายเดือน
3. การนำสื่อมวลชนดูงานผลงานส่งเสริมหรือแปลงเกษตรกรที่ประสบผล
4. การแถลงข่าว/ผลงาน
5. การจัดนิทรรศการผลงาน
6. การจัดงานวันเกษตรกร
7. การประกวดผลงาน/เกษตรกรดีเด่น เพื่อเป็นแบบอย่าง
8. การผลิตเอกสารคำแนะนำ/ตักเตือนทางวิชาการ
9. การผลิตรายการวิทยุ
10. การผลิตรายการโทรทัศน์
ในการทำทุกกิจกรรมที่กล่าวมาแล้ว จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการทำนักวิชาการส่งเสริมส่วนใหญ่ มักมีคำถามว่า ไม่รู้จะเอาข้อมูลอะไรมาเผยแพร่? คำถามนี้จะหมดไป ถ้าเรา
รู้จักบริหารจัดการข้อมูล คือ
1. เราต้องรู้จักสำรวจ/วิเคราะห์ปัญหาความต้องการของเกษตรกรและพื้นที่ รวมทั้งสถานการณ์การเกษตรที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้เป็นพื้นฐานในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เราก็สามารถมีคลังข้อมูล
ที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วว่า เราต้องการอะไรจะได้ถ่ายทอดความรู้ได้ตรงกับความต้องการ และนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ขยะข้อมูล
2. เราต้องจัดหมวดหมู่ ประเด็นข้อมูลข่าวสารที่จะให้บริการแก่เกษตรกร และนำข้อมูลเหล่านั้นมาเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน และสื่อท้องถิ่น เช่น
- ข้อมูลสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ
- ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- ราคาสินค้าเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
- แหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
- แหล่งความรู้สู่แปลงสาธิตที่ประสบผล
- สถิติสถานการณ์ภัยธรรมชาติตามฤดูกาล
เมื่อเราบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบแล้ว การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกลุ่มที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงข่าวสารการเกษตร เนื่องจากได้รับการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน ยากจน ขาดทุนในการประกอบอาชีพ จากการสำรวจ สถานการณ์รับสื่อของเจ้าหน้าที่ส่งเสริม (โดยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีการเผยแพร่ ปี 2547) พบว่า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรขาดข้อมูล ความรู้ สนับสนุนการบริการส่งเสริมการเกษตร เอกสารคำแนะนำทางการเกษตรมีเนื้อหากว้างไม่เฉพาะเจาะจงกับพื้นที่ สื่อที่ได้รับไม่ทันฤดูกาลและความต้องการของเกษตรกร การแก้ไขปัญหานี้ เราต้องเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา โดยใช้เครือข่ายหรือกลุ่มที่สนใจในปัญหาเดียวกันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเอาความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญาของแต่ละคนมาเล่าสู่กันฟัง มีโจทย์ในการเรียนรู้ร่วมกัน และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้งส่วนกลาง จังหวัด และตำบล ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก และหาองค์ความรู้ที่ชุมชนยังขาด เป็นที่ปรึกษา แนะนำ กระตุ้น ให้เกษตรกร วิเคราะห์ปัญหา ค้นหาสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง ตลอดจนเป็นนักจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ โดยต้องหมั่นฝึกฝนและเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ปรับกระบวนทัศน์การทำงาน อย่างมืออาชีพ ซึ่งทุกสิ่งที่พูดมานี้ กรมฯ ได้มีหนังสือ ที่ กษ 1006/ว 19 ลงวันที่ 6 มกราคม 2548 เรื่องการปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร มีประเด็นที่สำคัญ คือ
1. ให้ใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ เป็นกลไกหลักในการปฏิบัติงานในพื้นที่
2. ให้เจ้าหน้าที่มีบทบาทในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นที่ปรึกษา แนะนะกระตุ้นเป็นนักวิชาการ เป็นผู้ประสานงาน เป็นผู้บริการถ่ายทอดความรู้ และเป็นผู้ติดตามประเมินผล
3. เน้นให้ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรใต้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเกษตรกรได้รับรู้เพื่อการประสานงานแบบบูรณาการ และให้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์จังหวัด
บทสรุป
จะเห็นได้ว่ากรมฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการประชาสัมพันธ์ในการเป็นตัวนำการส่งเสริมการเกษตรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ส่งผลให้เกษตรกรเกิดความเชื่อถือ
ศรัทธา และให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืนร่วมกัน ดังนั้น นักส่งเสริมยุคใหม่ต้องตระหนักที่จะเป็นนักประชาสัมพันธ์ คือ พยายาม นำความรู้ในวิชาชีพอย่างมืออาชีพไปเผยแพร่ให้บริการ เอาใจใส่ลูกค้า สร้างจิตสำนึกที่ดีต่อเกษตรกรให้ได้ เพราะงานเกษตรกรที่เราทำอยู่จัดเป็นงานบุญ ช่วยเหลือคน ขอให้เราปรับวัฒนธรรม ในการทำงานของการเป็นข้าราชการยุคใหม่ที่ต้องมีวิญญาณของการให้บริการอย่างจริงใจ (Service mind) กับพี่น้องเกษตร แล้วเราจะได้ใจเขามาเป็นกระจกสะท้อนถึงผลงานที่เราทำ โดยเราไม่ต้องเป็นผู้บอก
****************************
เสาวนิตย์ ขุนฤทธิ์แก้ว " เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในงานส่งเสริมการเกษตร ใช้ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ระหว่างวันที่ 15 - 20 พฤษภาคม 2548 ณ ศูนย์บริหารศัตรูพืช จังหวัดสุพรรณบุรี"
ขอบคุณครับได้ประโยชน์มากเลยครับ สำหรับผม นวส.ใหม่