วันนี้ในช่วงเช้าผมได้ลงไปช่วยพี่โอ้ต จัด Studio เพื่อที่จะใช้ถ่ายงานซ่อมในวันศุกร์ โดยเราจะทำการติดตั้งฉากที่ใช้ถ่ายในวันพรุ่งนี้ครับและจัดการติดตั้งโต๊ะสำหรับพิธีกร...โต๊ะหนักมากครับ

       จากนั้นผมจึงได้ไปทำการเทสเสียงไมโครโฟนด้วย ซึ่งไมที่ใช้จะเป็นแบบไวเล็ตครับ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 ตัว โดยก่อนอื่นเราจะทำการเปิดเครื่อง Mixer ก่อน จากนั้นจึงเปิดกล่องสัญญาณของไม ที่มีทั้งหมด 5 กล่องสัญญาณครับ จากนั้นก็จะทำการปรับไฟ สตูดิโอ โดยผมจะแค่หมุนปรับไปในทิศทางที่พี่โอ้ตบอกครับ...

       แล้วต่อมาผมจึงได้ช่วย อาจารย์ยุทธนัน ถ่าย Stock งานประมาณ 3 นาที เกี่ยวกับเรื่องกล้องดูดาวครับ ซึ่งการ Stock งานนั้นจะเป็นการถ่ายบันทึกงานที่เราต้องการเก็บไว้ในม้วนเทป เพื่อที่จะนำมาใช้ภายหลังได้ครับ

        จากนั้นผมจึงเดินตามไปเรียนแต่งหน้ากับพี่ด๊องต่อที่ห้องแต่งตัว ซึ่งพวกผู้หญิงนั่งเรียนกันอยู่ครับ โดยวันนี้พี่ด๊องสาธิตการแต่งหน้าให้ดูโดยมี เอ้ เป็นแบบ ตอนแรกพี่ด๊องก็จะทำการลงลองพื้นให้ดูกันครับโดยพี่เค้าจะทำการเลือกสีของลองพื้นให้ใกล้เคียงกับสีผิวจริงของแบบโดยดูว่าจะใช้กับงานอะไร จากนั้นจึงดูลักษณะโครงหน้าว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหน้าของเอ้จะไม่เท่ากันโดยด้านซ้ายจะมีกรามที่ใหญ่กว่า พี่ด๊องจึงลง เชดดิ้ง เพื่อทำให้แก้มที่ดูไม่เท่ากัน มีลักษณะที่เท่ากัน แล้วจึงใช้ เชดดิ้ง ทาตรงสันจมูกเพื่อให้ดูมีดั้งขึ้นมา โดย พี่ด๊องจะทาตามสันเป็นแนวเลยครับ แล้วต่อมาพี่ด๊องก็ใช้เชดดิ้งสำหรับแก้มต่อครับเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีเลือดสาดครับ จากนั้นพี่ด๊องจึงลงแป้งฝุ่นด้วยแปรงสำหรับลงแป้งฝุ่นครับ เมื่อลงแป้งเสร็จ จึงได้ทำการทาตาต่อครับ โดยการทาตานั้นพี่ด๊องจาทำการไล่สีโดยใช้สีสามสี ตั้งแต่สีอ่อนไปสีเข้ม แต่สีควรจะเป็นโทนเดียวกัน โดยสีอ่อนจะทาเป็นวงกว้างโดยจะทาทั้งเปลือกตาครับ จากนั้นสีกลางลงมาจะทาที่ตรงเบ้าตา แล้วมาทาสีที่เข้มสุดโดยจะทาตรงขอบตาเพื่อตัดขอบครับ แล้วต่อมาจึงทำการทาลิปสติก โดยพี่ด๊องจาทำการผสมสีที่จะใช้เป็นลิป โดยพี่ด๊องสอนว่าต้องดูลักษณะปากของแบบก่อนถ้าปากล่างหนาไปก็ให้ใช้ลองพื้นลบปกส่วนล่างให้ดูได้สัดส่วนกับปากด้านบนก่อนจึงค่อยทา และไม่ควรจะเติมปากด้านบนให้เท่ากับด้านล่างครับ เป็นอันเสร็จการสอนแต่งหน้าวันนี้ จากนั้นจึงพักกินข้าวครับ......

        หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมจึงได้ไปทำการทำฉากใหม่ตามที่ อาจารย์วิจิตร สั่งเพื่อที่จะใช้ในการถ่ายงานวันจันทร์ครับ โดยเราจะทำการเลื่อยไม้มาทำเป็นฐานห่างจากผนังประมาณ 10 นิ้ว โดยผมจะช่วยกันทำกับ นที และ พี่โอ้ต ครับ

         จากนั้นเวลาใกล้ๆเลิกงาน อาจารย์วิจิตรจึงเรียกให้ไปลองตัดต่องานจริงที่จะใช้ทำการส่งไปออกอากาศที่ ETV โดยอาจารย์วิจิตรจะลองให้ตัดไตเติ้ลขึ้นเรื่อง โดยเราต้องดูว่าควรใช้เวลาเท่าไหร่สำหรับไตเติ้ล โดยคลิกเม้าค้างไว้ที่ตัวไตเติ้ลเอ้าพุตแล้วลากว่าเราจะใช้เวลากี่วินาทีสำหรับไตเติ้ลนึง เมื่อเสร็จแล้ว....อาจารย์วิตร ก็ได้อัดลงเทปซึ่งก่อนอื่นเราจะเริ่มต้นอัด Color Bar ก่อนประมาณ 30-40 วินาที เพื่อกันหัวเทปเสียจากนั้นจึงจะอัดเนื้องานตามลงไปครับ

          ต่อมาอาจารย์วิจิตรจึงได้สอนการ Make Movie ด้วยโปรแกรม DPS Velocity ซึ่งการ Make Movie นั้นก็คือการรวมไฟล์งานให้เป็นงานชิ้นเดียวเพื่อกันการผิดพลาดเมื่อเราใส่ Effect ลงไปในงานส่วนหนึ่งแล้ว หรือก็คือการ Converse ไฟล์งานที่ผมเคยเขียนไปแล้วนั้นเองครับ จากนั้นจึงแยกย้ายกลับบ้านกันประมาณ 17.00 น. ครับ