ตามที่ผมได้ตอบรับนัดกับแกนนำชมรมผู้สูงอายุ อ.ปากพะยูน ในวันที่ 26 พ.ย.2548 เวลา 15.00 น. จำนวน 8-10 คน ก็เพื่อดำเนินการสานต่อจากวันก่อนที่ได้เข้าไปพูดคุยไว้ตามแนวคิด "ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน" เช่นประเด็นเรื่องเล่าเพื่อสร้างแรงใจแก่ผู้สูงอายุ ตามที่เคยบันทึกไว้ที่ ผู้สูงอายุต้องการแรงใจ

     มาวันนี้ (23 พ.ย.2548) ก็ได้รับการติดต่อจากคุณลูกหมูอ้วนทางโทรศัพท์ เพื่อขอเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดิม และขอเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย คือ เปลี่ยนจากห้องประชุม รพ.ปากพะยูน เป็น อบต.คอนประดู่ (อันนี้ตามที่ผมเสนอและให้ข้อคิดไว้) ส่วนกลุ่มเป้าหมาย จะมีแกนนำผู้สูงอายุประมาณ 20 คน (ภาพรวมทั้งอำเภอ) แกนนำ อสม.ที่สนใจ 5 คน สจ. 1 คน และจนท.สาธารณสุขในพื้นที่ที่รู้เรื่องเข้าและสนใจ 5 คน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่สนใจเพิ่ม (ไม่แน่นอน) ที่อาจจะตามาสมทบอีก นี่แหละคือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

     แล้ว "ดี" อย่างไร "ดี" ที่ 1 คือการมีคนสนใจ และอยากเข้าร่วมจริง ๆ ย่อมดีกว่าการถูกเชิญให้มาเพระเกรงใจคนเชิญ "ดี" ที่ 2 คือ หากเขาไม่สนใจ หรือตั้งใจจริง วันที่ 26 พ.ย.2548 นี้เป็นวันหยุดราชการ เขาไม่น่าจะแสดงความจำนงค์ขอเข้าร่วม (มองเฉพาะตัว จนท.สาธารณสุข และอสม.บางส่วน) "ดี" ที่ 3 คือ กลุ่มผู้สนใจเหล่านี้ได้รับทราบแนวคิด "ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน" เบื้องต้นแล้ว จากแกนนำที่ผมได้พูดคุยไว้เมื่อวันก่อน นั่นหมายถึงการถ่ายทอดเล่าเรื่องต่อต้องดีมาก และอาจจะดี...ดีอีกมากที่ยังนึกไม่ออก แต่ที่แน่ ๆ ผมย่อมดีใจ เป็นอีกหนึ่ง "ดี"

     ความไม่แน่นอนก็เลยนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงดังนี้ ซึ่งผมได้แจ้งทางคุณลูกหมูอ้วนไป คือ การนั่งที่ห้องประชุม อบต.ดอนประดู่ ขอให้นั่งแบบตัว U หน้ากระดานแถวเดียว อย่าให้ซ้อนกัน ที่ผมพูดได้เพราะห้องประชุมแห่งนี้ ผมเคยไปใช้ทำเวทีการเสวนากับประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจในระบบหลักประกันสุขภาพมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องใช้เครื่องขยายเสียง เนื่องจากเป็นวันหยุดก็ขอให้คุณลูกหมูอ้วนประสานงานล่วงหน้าไว้ด้วย คุณลูกหมูอ้วนก็ได้บอกว่ามีกรรมการบริหารของ อบต.เข้าร่วมด้วย แต่จะประสานล่วงหน้าให้ และพรุ่งนี้ (24 พ.ย.2548) จะไปดูสถานที่ก่อน ส่วนการทำเวทีจะเดินเรื่องด้วย "เราจะช่วยกันทำชมรมผู้สูงอายุให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนได้อย่างไร" ผมจะนำพูดคุยเอง จากนั้นค่อย ๆ จับประเด็นใหม่ในเวทีอีกครั้ง โดยจะนำประเด็นเดิมมาสานต่อด้วยคือ "การเล่าเรื่องเพื่อสร้างแรงใจของผู้สูงอายุ"

     ส่วนประเด็น "การเล่าเรื่องเพื่อสร้างแรงใจของผู้สูงอายุ" นั้นผมจะพูดกับแกนนำชมรมผู้สูงอายุ คนที่เคยร่วมกันถอดบทเรียนครั้งที่แล้วให้ท่านเข้าใจก่อนเริ่มเวทีเองว่า ยังไม่ลืม แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนโจทย์นิดนึงเพราะอะไร ส่วนโจทย์เดิมของท่าน (กลุ่มผูสูงอายุ รพ.ปากพะยูน) จะสานต่อในโอกาสถัดไปแล้วค่อยนัดกันอีกครั้งหนึ่ง