พักนี้ดิฉั้นเป็นโรคไร้อารมณ์ขึ้นมาดื้อๆ...แปลกใจตัวเองที่เคยสั่งสมทำอะไรที่ไม่เคยหมดกลับเหือดหายไป.....(เสียท่าหม๊ด...เคยโม้ท่านอาจารย์ประพนธ์ไว้ว่าแบตเตอร์รี่ชั้นดีไฟไม่หมด)
      ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น....มนุษย์อยู่ได้ด้วยเหตุผล...ที่ต้องมีมากกว่าอารมณ์....เหตผลของการอยู่ร่วมกันเหตผลของการพึ่งพา....เหตผลของการมีชีวิตอยู่....หรือเหตผลหลายต่อหลายอย่าง....การพบเจอปัญหาเป็นเรื่องปกติ....บางคราวก็มีแรงกระโดดข้ามพ้น....บางคราวก็หมดพลังยอมจ่อมจมกับมันให้พ่ายกันไปข้างหนึ่ง....มีคนกล่าวเสมอว่าดิฉั้นมักปล่อยวางอะไรไม่ได้เก็บมาเป็นห้วงคำนึง ดูจริงจังไปหมด 
            ดิฉั้นยังคงเขียนบันทึกทุกวันแต่กลับซ่อนมันไว้...มิให้ใครอ่านคงเขียนงานสม่ำเสมอ....รู้สึกว่าภาษาที่ใช้ไม่มีพลังงาน...หากปล่อยออกไป....รังแต่จะทำให้ผู้อื่นหมดพลังงานไปด้วย....ผ่านไป....ดิฉั้นก็อ่านงานตัวเองทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ไม่กี่วันดิฉันก็มีพลังงานคืนมาจากการทบทวน...ถามตัวเองกลับไปกลับมา....เสียงจากใจก้องผ่านโสตประสาทรับรู้ วิเคราะห์ ทบทวน ความสุขหายไปไหน?.....
ดอกไม้ไม่สวยดังเดิม มองดวงดาวไม่สุกสกาวเช่นเคย ผีเสื้อหายไปไหนหมดไม่มาบินวนให้หัวใจเริงร่าเช่นเคย....พบว่าความสุขที่เคยวนเวียนรอบๆตัว....แท้จริงยังคงอยู่....แต่เธอมัวจ่อมจมความสุขจึงมิกล้าเปิด โบกมือทักทาย