รมช.คลังเร่งแจงหน่วยงานรัฐ หลัง ครม.อนุมัติเพิ่มราคากลางสูงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 3 โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 21 มีนาคมนี้ ยอมรับอาจทำให้ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ระบุราคากลางดังกล่าวปรับขึ้น-ลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจ            นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างการเปิดอบรมเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ที่ปรับปรุงใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2550 เป็นต้นไป สำหรับโครงการงานก่อสร้างใด           ที่คำนวณราคากลางตามหลักเกณฑ์เดิม ได้มีการประกวดราคา สอบราคา ประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลแล้ว ให้ใช้ราคาเดิมต่อไปได้ โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้คำนวณราคากลางงานก่อสร้าง แยกเป็น 3 ประเภท คือ งานก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยมหรือท่อระบาย ราคากลางจะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ค่างานด้านต้นทุน คือ จะนำปริมาณงาน วัสดุ แรงงานที่ใช้ในการก่อสร้าง คูณด้วยราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าดำเนินการ และค่าเสื่อมราคา   และส่วนที่ 2 คือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง หรือ Factor F คือ ค่าอำนวยการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษี ซึ่งจะนำไปคูณกับค่างานต้นทุน เมื่อค่าแรงงานและราคาน้ำมันได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรม คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติให้ปรับเพิ่มราคากลางใหม่ สูงกว่าเดิมร้อยละ 3 ซึ่งจะทำให้ภาครัฐต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

            นายมนัส แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า งานประมูลต่าง ๆ ที่หน่วยงานได้ประกาศทีโออาร์สอบราคาหรือประกวดราคาไปแล้วในปีงบประมาณ มีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของโครงการก่อสร้าง โดยโครงการด้านคมนาคมมีงบประมาณก่อสร้างจำนวน 179,516 ล้านบาท เป็นเงินที่ใช้ลงทุนก่อสร้างอาคารและเส้นทางประมาณ 65,776 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ภาครัฐต้องจ่ายเงินเป็นราคากลางเพิ่มเติมประมาณ 1,300 ล้านบาท แต่ราคากลางดังกล่าวจะปรับขึ้น-ลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจ

                                   ผู้จัดการออนไลน์   มติชน  ไทยโพสต์ 17 ก.พ. 50