ข้อคิดดีๆ ที่อยากบันทึกไว้         

          จากหนังสือ ขุมข้อคิด(พิมพ์ครั้งที่ 3) ประพันธ์โดย อาจารย์ ดร.ระเด่น   ทักษณา จัดพิมพ์โดย บริษัท รำไทยเพรส จำกัด  

          ผู้ประพันธ์ได้กล่าวเริ่มเรื่องว่า ท่านได้แรงบันดาลใจมาจาก พระเทพโสภณ อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย โดยพระคุณเจ้าได้สอนว่า คนเราจะเป็นใหญ่เป็นโตต้องรู้จักแกล้งโง่ เพื่อหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น คนเราจะต้องรู้จัก         

          นิ่งเป็น

          โง่เป็น

          แพ้เป็น

          ให้เป็น  

          ถ้าเรา นิ่งเป็น, โง่เป็น, แพ้เป็น และให้เป็น นั่นแหละเรากำลังจะชนะและมีความสุขขึ้น  

นิ่งเป็น          

          คือทำตัวให้เป็นคนสงบนิ่ง สามารถรับฟังคำติติง หรือคำแนะนำ จากผู้อื่นได้โดยดุษณีภาพไม่แสดงความโกรธ ถือว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุด คำยกย่องชมเชย ทำให้ผู้ถูกชมหลงตัว สำคัญตัวผิด ในที่สุดก็ขาดการพัฒนา ดังนั้น เราจึงมิได้อะไรจากคำชมเลย ฟังคำติติงบ้างจะไปสู่ความเจริญ ถ้าฟังแต่คำยกย่องสรรเสริญจะไปสู่ความเสื่อม          

          คำตำหนิติเตียนเปรียบเหมือนกระจกที่คอยตรวจสอบตัวเราว่า มีข้อบกพร่องหรือมีสิ่งไม่ถูกต้องตรงไหนบ้าง เพื่อจะนำมาแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์หรือดีขึ้น ฉะนั้น เมื่อใครเขามาตำหนิติติงหรือให้ข้อแนะนำ อย่าเพิ่งไปโกรธเคืองเขา จงฟังเขาให้จบก่อน ในคำพูดเหล่านั้น อาจจะมีคำพูดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ซ่อนเร้นอยู่ก็ได้ ถ้าเราไปแสดงอาการหุนหันพลันแล่นเสียก่อน ก็เลยอดฟังเรื่องที่ดีมีประโยชน์ 

          คำชมน่าฟัง

                    แต่ไม่ยังประโ ยชน์          

                              คำติน่าโกรธ                   

                                        มีประโยชน์แต่ไม่น่าฟัง 

 

          เราๆ ท่านๆ ก็ได้เห็นบทเรียนที่คนนิ่งไม่เป็นได้รับ จนถึงต้องเสื่อมลาภ เสื่อมยศ เสื่อมอำนาจกันมาบ้างแล้ว