23 พ.ย. 2548

สวัสดีค่ะ...วันนี้มาถึงที่ทำงานก็ตรงเข้าไปที่ห้องตัดต่อเลย พอเข้าไปก็เจอนากับเอ้นั่งตัดต่ออยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้วค่ะ หนูเลยต้องรอให้เอ้กับนาตัดเสร็จก่อนค่ะ ช่วงเวลาที่รอเพื่อนหนูก็เลยลองเข้าไปในห้องอัดเสียงรายการวิทยุ ก็จะมีพี่กุ้งกำลังปฏิบัติงานอยู่ในห้องซึ่งมีอาจารย์พรชัยกำลังทำการอัดเสียงอยู่ และอุปกรณ์ที่อยู่ภายในห้องอัดเสียงนั้นก็จะมี เครื่องมิกเซอร์   หูฟัง   ไมโครโฟน เครื่องเล่นแผ่น CD ( สำหรับเปิดเพลงเข้ารายการ ) ป้ายสำหรับบอกเวลา เครื่องตัดต่อ หนูก็ยืนดูวิธีการทำของพี่เค้าอยู่สักพักหนึง ก็ได้รู้ว่าโปรแกรมที่พี่ใช้ตัดต่อนั้นเป็นโปรแกรมเดียวกันกับที่พวกหนูนั้นใช้ตัดต่องานที่ถ่ายวีดีโอมา นั่นก็คือโปรแกรม DPS Velocit ขั้นตอนการทำงานก็จะใช้คล้ายๆกันกับที่ใช้ตัดต่องานวีดีโอ ซึ่งตอนที่หนูเข้าไปนั้นพี่เค้ากำลังปฏิบัติงานอยู่เลยไม่อยากถามกลัวจะรบกวนพี่เค้า เอาไว้ถามตอนบ่ายเพราะพี่เค้าจะว่างค่ะ หนูก็เลยยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ทำได้คือเปิดเพลงจากเครื่องเล่น CD และก็โชว์ป้ายบอกเวลาอาจารย์พรชัยว่าเหลือเวลาเท่าไหร่ ในการอัดรายการนี้จะทำการอัดเรื่องละ 15 นาที ระยะเวลาที่จะต้องโชว์ก็คือ

  • นาทีที่ 10 โชว์ป้ายเหลือเวลาอีก 5 นาที
  • นาทีที่ 12 โชว์ป้ายเหลือเวลาอีก 3 นาที
  • นาทีที่ 13 โชว์ป้ายเหลือเวลาอีก 2 นาที
  • นาทีที่14  โชว์ป้ายเหลือเวลาอีก 1 นาที ( เพื่อที่จะบอกให้อาจารย์เร่งสรุปเนื้อหา ) 

                

                      โปรแกรมที่ใช้ในการตัดเสียง

                  

                        @@@...พักกลางวัน...@@@

พอรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ไหมก็พา มีหนู เตย ปุ้ยและแนน ไปห้องสมุดค่ะ พอเข้าไปก็ตะลึงเลยค่ะอาจารย์มีไดโนเสาร์ตัวใหญ่มากเลยค่ะ ( ตัวปลอมนะคะ ) หนูก็เลยถ่ายรูปมาให้อาจารย์และเพื่อนๆดูด้วยค่ะ ว่าตัวใหญ่ขนาดไหน แล้วก็พากันเข้าไปอ่านหนังสือค่ะ เมื่อถึงเวลางานพี่ไหมและพวกหนูก็พากันกลับมาที่ทำงานค่ะ

 

                       

ช่วงบ่าย

เข้ามาถึงที่ทำงานก็ถึงคิวหนูตัดต่อคนแรกเลยค่ะ ซึ่งขั้นตอนการเข้าโปรแกรมหนูได้กล่าวไปแล้วของวันที่ 22 พ.ย ค่ะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนลืมก็ไปเปิดดูได้เลยค่ะ เอาเป็นว่าหนูจะกล่าวถึงวิธีการตัดต่องานของหนูเลยดีกว่านะคะ งานของหนูจะมีอยู่ในเครื่องอยู่แล้วและก็ของเพื่อนๆทุกคนด้วยค่ะก็เลยทำการตัดต่อได้เลยแต่แค่เว้นไว้นิดหนึงเพื่อให้รู้ว่าเป็นของใครก็พอ อันดับแรกหนูก็ทำการตัดเป็นท่อนๆก่อนในของแต่ละ Shot จากนั้นก็ใส่ Effect ให้แต่ละภาพ โดยการใส่ fade ให้กับภาพต่อจากนั้นก็ใส่เสียง โดยวิธีการก็จะคล้ายกับการใส่ภาพ จะต่างกันตรงที่ไฟล์เสียงจะต้องนำมาวาง  Time line  ที่ A1 (Audio)  ส่วนไฟล์ภาพจะนำมาวางบนเส้น V1 ( Video)  จากนั้นเมื่อใส่เสียงแล้วก็เสร็จเรียบร้อย แล้วก็มีปุ้ยมาตัดต่อจากหนู 

 

                     

                          ตัดต่องานค่ะ

 แล้วหนูก็ได้แว๊บเข้าไปในห้องอัดเสียงอีกครั้งทีนี้ได้ทำเองหมดเลยค่ะ เพราะบอกพี่เค้าว่าหนูอยากลองทำบ้างค่ะ พี่เค้าก็ไม่ว่าอะไร แต่จะคอยยืนดูอยู่ข้างๆ งานแรกของหนูก็คือทำการอัดบันทึกเสียงของสุพัชชาซึ่งอาจารย์วิจิตรจะให้นักศึกษาฝึกงานทุกคน Test เสียงดูค่ะ ส่วนในการติดตั้งอุปกรณ์พี่เค้าทำการติดตั้งไว้หมดแล้วค่ะ สิ่งที่ต้องทำก็คือทำการบันทึกเสียงเท่านั้น อันดับแรกหนูก็จะใส่หูฟังเพื่อที่จะสื่อสารกับสุพัชชาค่ะ  ส่วนโปรแกรมบันทึกพี่เค้าเปิดไว้ให้หมดแล้ว แล้วต่อมาหนูก็ให้สัญญาณกับสุพัชชาโดยที่จะมีไมค์เป็นตัวสื่อสารระหว่างหนูกับสุพัชชา เริ่มแรกหนูก็ถามว่า พร้อมยังคะสุพัชชา สุพัชชาก็ตอบว่าพร้อมค่ะ จากนั้นหนูก็ให้สัญญาณโดยการนับ 5..4..3..2   กด Record เมื่อถึงเวลากำหนดที่จะต้องบอกสุพัชชาว่าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่หนูก็จะชูป้ายให้เค้าดู ซึ่งป้ายเวลาหนูจะเขียนบอกไว้ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้แล้วค่ะ ระหว่างห้องอัดกับห้องบันทึกเสียงก็จะมีกระจกใสกั้นอยู่ค่ะ เมื่อหมดเวลาแล้ว หนูก็กดปุ่ม stop จากนั้นก็กดปุ่ม save ซึ่งพี่เค้าจะตั้งชื่อไฟล์อัติโนมัติไว้อยู่แล้ว ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับการอัดเสียงพี่กุ้งจะอธิบายให้ฟังวันหน้าค่ะ

                                         

                                 

                       ปฏิบัติงานชิ้นแรก     

พอได้ทำแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ (เสียงสุพัชชาก็เพราะอีกด้วยค่ะ)