ประเด็นที่มีผู้สอบถามนายบอนมาว่า ในหลาย blog มีทั้งผู้ที่ใส่รูปโฉมหน้าของตัวเอง ทั้งชัดเจนบ้าง ไม่ชัดบ้าง บางท่านใส่รูปอื่นๆแทนตัวเองก็มี

<h2>การแสดงออกที่แตกต่างกันเช่นนี้ มีผลต่อความรู้สึกของผู้เยี่ยมชม blog หรือไม่?? </h2>
เวลาที่คนเขียน blog หลายคน ใส่รายละเอียด ประวัติ ข้อมูลส่วนตัวใน blog ส่วนใหญ่แล้วมักจะยึดถึงตนเองเป็นหลัก ไม่ได้นึกถึงคนอื่นเลยด้วยซ้ำ

จริงไหมครับ….

ประเด็นคำถามที่หยิบยกมา  “….. มีผลต่อความรู้สึกของผู้เยี่ยมชม blog หรือไม่?”  ทำให้หวนคิดได้ว่า คนเขียนบล็อกหลายคน ได้คิดถึงคนอื่นบ้างหรือไม่ หรือคิดถึงแต่ตัวเอง

ความจริงแล้ว การเปิดเผยข้อมูล หรือรูปภาพนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละท่าน…

… ในสภาพความเป็นไปในสังคมเมืองปัจจุบัน โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ทำไมคนบ้านใกล้เรือนเคียง คนที่มีรั้วบ้านติดกัน ใกล้กัน ถึงไม่ค่อยรู้จักกันเลย ต่างจากสังคมชนบทที่รู้จักกันทั้งหมู่บ้าน และนับถือเป็นญาติกันทั้งหมู่บ้าน เข้าไปถามข้อมูลใครสักคนที่พบในหมู่บ้าน เขาสามารถให้คำตอบได้ว่า คนที่ถามหานั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร อยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร บ้านอยู่ตรงไหน ทำงานอะไร เป็นหลานของใคร

แต่ในสังคมเมืองกับตรงกันข้าม เช่นเดียวกับสังคมในโลกออนไลน์  โลกเสมือน  โลกแห่งการคลิก และโลกแห่งการสร้างจินตนาการ

หลายคนไม่ไว้ใจสังคมในโลกออนไลน์ ไม่ไว้ใจต่อพฤติกรรมด้านลบที่อาจจะได้พบเจอด้วยตัวเองสักวันหนึ่ง ตกใจต่อข่าวสารด้านลบที่ได้ยินเกี่ยวกับโลกออนไลน์อยู่บ่อยๆ

แต่สังคมมีหลากหลาย มีให้ค้นหา ค้นคว้า และค้นพบ ทั้งสังคมที่มีความจริงใจ และตรงกันข้าม แต่หลายคนไม่ยอมที่จะค้นคว้า ค้นหาให้พบกับสังคมที่มีความจริงใจ

การปกปิดข้อมูลส่วนตัว อย่างน้อยถือว่า ปลอดภัยในระดับหนึ่ง ปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆใน internet

แต่สิ่งที่สำคัญ หากคุณอยู่ในสังคมออนไลน์ที่มีความจริงใจสูง ย่อมปลอดภัยมากกว่า ในสังคมออนไลน์ที่มีพฤติกรรมตรงกันข้าม เพราะคนในสังคมจะช่วยกันเป็นเกราะคุ้มกัน สอดส่อง ทักท้วงต่อสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ด้วยความจริงใจของแต่ละคนในสังคมออนไลน์นั้นเอง

ในสังคมออนไลน์อย่าง gotoknow นั้น มีความชัดเจนอยู่แล้ว สำหรับความจริงใจ….ที่สามารถเสาะแสวงหาและสัมผัสได้ทันที

<h2>ในสังคมแห่งนี้ ที่มีความแตกต่างเกิดขึ้น ในส่วนของคนเขียน blog ที่ใส่รูปภาพของตัวเอง และที่ไม่ใส่รูปภาพของตัวเอง กับประเด็นคำถาม “..... มีผลต่อความรู้สึกของผู้เยี่ยมชม blog หรือไม่?” </h2>
คำถามนี้สำคัญมากครับ เพราะคนเขียน blog มีมากมาย บางคนไม่มีใครสนใจมากนัก แต่ถ้ามีใครอยากรู้จัก อยากเห็นหน้าตา ย่อมแสดงว่า คนอ่านเกิดความสนใจในมุมมอง แนวคิดของคุณแล้ว โดยเฉพาะหากคุณเขียนบันทึกในเรื่องที่คนอ่านสนใจ และติดตามอ่านเนื้อหาในประเด็นนั้น

การใส่รูปถ่ายนั้น บางคนไม่ชอบถ่ายภาพ บางคนหน้าตาดูไม่ดี จึงไม่อยากที่จะใส่รูปภาพมากนัก

ในความหลากหลายนั้น แต่ละวันมีบันทึกที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย มีคนเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ
การที่ใครคนหนึ่งจะเป็นที่จดจำ และเข้าไปอยู่ในใจของคนอ่านได้ ย่อมจะต้องใช้ความพยายามกันพอสมควร ต้องมีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ และจดจำได้บ้าง

คนที่เขียนบันทึกบ่อยๆ ในประเด็นที่น่าสนใจนั้น ได้เปรียบ เพราะจะทำให้ผู้อ่านคุ้นเคย และจดจำได้ง่าย แต่สำหรับคนที่นานๆเขียนครั้งนั้น จะต้องเขียนบันทึกในประเด็นที่โดนใจ และหมั่นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งในบันทึกของตัวเอง และบันทึกของผู้อื่น เพื่อสร้างสายใยมิตรภาพให้เกิดขึ้น ถ้าอยู่เงียบๆก็จำไม่ได้

บางท่านเขินอายที่จะใส่รูปภาพของตัวเองลงไป แต่ไม่อยากรู้หรือครับว่า หากใส่รูปภาพใบหน้าของตัวเองที่ชัดเจนลงไปแล้ว รูปภาพที่คุณเขินอาย ที่จะนำเสนอ และคิดว่า ไม่เหมาะสมนั้น..

คนอื่นเค้าคิดเหมือนคุณหรือเปล่า  เค้าเห็นรูปใบหน้าของคุณแล้ว เค้าตะโกนบอกคุณหรือว่า ให้ไปผ่าตัดทำใบหน้าใหม่เสียเถอะ .….
….. บางคนกลัวว่า  คนอ่านบันทึก จะไม่ชอบ เห็นหน้าแล้วจะกลัว ….
....ถามจริง คุณอยากให้คนอื่นเห็นหน้าแล้วชื่นชอบคุณ ให้มาตกหลุมรักคุณ จนกลายเป็นแฟนเป็นคู่รักอย่างนั้นหรือ

การที่เขียนบันทึกออกมาแล้ว คนอ่านยอมรับในมุมอง เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา  ผู้อ่านย่อมยอมรับในความคิดอ่านของคุณ  เพราะคุณใช้มันสมองของคุณกลั่นกรองข้อความนั้นๆออกมาจากใจ ไม่ได้ใช้หน้าตาเขียนบันทึกเหล่านั้นออกมานะครับ คุณใช้สมองต่างหาก ที่ทำให้คนอ่านยอมรับความคิด

การเปิดเผยรูปภาพในหน้าของคุณใน blog  มีประโยชน์ในระยะยาว เมื่อถึงช่วงเวลาที่คุณไม่มีเวลาเขียนบันทึกได้เหมือนวันวาน แต่ผู้สนใจสามารถที่จะค้นหา และอ่านบันทึกของคุณได้ตลอด  การได้เห็นหน้าตา ทำให้เกิดการจดจำ ประทับใจ ชื่นชมต่อเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดขึ้นมา

น่าเสียดายที่บันทึกดีๆหลายเรื่อง ที่น่าประทับใจ แต่ผู้อ่านต้องจินตนาการหน้าตาของคนเขียน โดยเอาหน้าตาของคนอื่นมาแทนหน้าตาของคนเขียนตัวจริง

การเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน รูปภาพที่เห็นชัด เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดมิตรภาพเข้ามาสู่ชีวิตอย่างมากมาย เช่นกรณีของครูอ้อย สิริพร กุ่ยกระโทก ที่มีมิตรสหายที่อ่านบันทึกของท่านแวะไปเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ หลายาคนที่ค้นหาข้อมูลจนมาพบกับบันทึกของครูอ้อย ได้เข้ามาติดตามอ่านบันทึก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือ โทรมาติดต่อให้ไปบรรยาย หรือไปสอนที่อุบลราชธานีก็ยังมี



เมื่อพูดถึงประเด็นการใส่รูปภาพของตัวเองใน blog  นี้แล้ว หลายท่านคงจะเหลือบไปมองรูปของนายบอน ที่มองไม่ชัดเจน แหม เขียนมาตั้งนาน แล้วตัวเองล่ะ จะว่าอย่างไร



การใส่รูปในลักษณะนี้ เป็นเหตุผลส่วนตัวครับ….
…. เพราะนายบอนเขียนบันทึกที่หลากหลาย ทั้งในแนวที่ขัดแย้ง ดุดันบ้าง ทักท้วง โต้แย้ง ให้แนวคิดที่ต่างออกไป ในช่วงแรก หลายคนไม่ค่อยจะชอบหลายประเด็นที่นายบอนเขียนออกมามากนัก ไม่กล้าที่จะอ่านก็บ่อย รวมทั้งไม่กล้าที่จะเขียนความเห็น จนกระทั่ง ไม่รู้ว่าจะเขียนความเห็นอะไรลงไป….

ด้วยความที่เขียนบันทึกบ่อย เขียนได้เยอะ ได้หลายร้อยบันทึก สามารถค้นพบได้ง่าย เพราะมีเนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็น จึงได้รับการติดต่อตามช่องทางต่างๆ จากทาง blog อีเมล์ จนถึงโทรศัพท์มากมายหลายเรื่อง นี่ขนาดที่ไม่รู้จักหน้าตานะครับ  ถ้ารู้จักแล้วจะขนาดไหน

มีบางบันทึกเขียนในประเด็นที่รุนแรงทางความรู้สึกพอสมควร

แต่ที่จริงแล้ว นายบอนไม่ได้ปกปิด ซ่อนอำพรางถึงเพียงนั้น สามารถพบปะกันแบบตัวเป็นๆได้ เหมือนคนปกติทั่วๆไป

การใส่รูปภาพ และการใส่รายละเอียดของตัวเองลงไปนั้น ส่วนหนึ่งจะช่วยให้ผู้เขียนบันทึกเกิดความรับผิดชอบในเนื้อหาที่ถ่ายทอดออกมา ต่างจากคนที่ปกปิดรายละเอียดข้อมูลของตัวเอง จะเขียนอย่างไรก็ได้

แต่คนที่เปิดเผย ย่อมจะมีจุดที่จดจำได้มากกว่า ในระยะเวลาที่ยาวนาน 3 ปี 5 ปี 10 ปี คนที่ปกปิดย่อมจะถูกกลืนหายไปกับความหลากหลายของข้อมูล  เหมือนกับไม่มีตัวตนในโลกนี้…..
……

ในความรู้สึกของผู้อ่าน เมื่อนั่งอ่านบันทึกแล้ว ประทับใจ อยากรู้จักกับผู้เขียนมากขึ้น การที่ใส่รูปภาพและข้อมูลที่ชัดเจน เป็นการเติมความประทับใจ และแสดงความจริงใจที่เพิ่มขึ้นไปอีก  

ในกรณีของนายบอน แม้จะใส่รูปภาพของตัวเองที่ไม่ชัดเจนก็ตาม แต่มีความชัดเจนในมุมมอง เนื้อหาของบันทึกที่ถ่ายทอดออกมา ทั้งแนวที่ให้แง่คิด และเนื้อหาระดับชาวบ้าน อย่างเพลงลูกทุ่ง  และใส่รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูล ที่สามารถติดต่อได

ด้วยความชัดเจนเช่นนี้ ทำให้ได้รับการติดต่อ ทั้งทางโทรศัพท์ อีเมล์ มาแนะนำตัว ให้เบอร์โทรศัพท์มาด้วย เปิดช่องให้ติดต่อพูดคุยกันได้ตามใจปรารถนา…

<h2>เมื่อแสดงความจริงใจออกไป ก็ย่อมที่จะได้รับความจริงใจกลับคืนมา…..</h2>