ชื่อเรื่องของบันทึกฉบับนี้ ช่างชวนสงสัย และอยากรู้หรือไม่ หยิบดอกจำปาลาวที่หล่นร่วงมาทัดหู
ดอกจำปาลาว
ดอกจำปาลาว...เป็นดอกไม้ที่ครูอ้อย..ชื่นชอบมาตั้งแต่ยังเด็ก
ที่ชอบเพราะวาดง่าย ระบายสีก็ง่าย
เคยถามคุณพ่อว่า เธอชื่ออะไร คุณพ่อตอบว่า " จำปาลาว "
จากนั้น ครูอ้อยก็เปลี่ยนใจมาชอบ.....ดอกชบา เพราะดอกชบามีสีสันสวยงาม ตามสถานะอายุของครูอ้อยเริ่มเป็นสาว ใยเลยจะมาชอบ จำปาลาวที่ไม่มีสีสัน
เมื่อเติบโตจนมีครอบครัว ได้ย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัด อยู่กับจำปาลาว ที่ถูกเรียกว่า ลั่นทม
ถูกให้ความหมายว่า ทุกข์ระทม
ถูกบัญญัติว่า ไม่ควรนำมาปลูกในบ้าน
เพราะชื่อเป็นอัปมงคล ควรอยู่ในวัด หรือ ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้าน
|
อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา
ดอกลั่นทม กลับกลายเป็นที่นิยม นำมาปลูกในบ้านได้แล้ว
และมีหลากหลายสีสันสวยงาม
ครูอ้อยหยิบดอกจำปาลาวที่หล่นร่วงมาทัดหู หมายถึง ไม่สามารถจะเด็ดที่ต้นได้ เพราะมีราคาแพง และจะถูกปรับเมื่อเด็ดดอกไม้ จึงได้เชยชมจำปาลาว แต่ตอนที่หล่นร่วงเท่านั้น
ครูอ้อยนำดอกจำปาลาวมาทัดหู ในวันนี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของ...ผ้าป่าสามัคคี...เพื่อการศึกษา...
แต่ดอกจำปาลาวในวันนี้ ไม่มีอีกแล้ว เธอกลายเป็น.....ดอกลั่นทม และในที่สุด
ด้วยรูปโฉมคงเดิม แต่ชื่อของเธอกลายเป็น " ลีลาวดี " ที่มีราคาค่าสนนหลายพันบาทในแต่ละต้น ปลูกในบ้านก็ได้ ในโรงเรียนก็ดี
ทำไมครูอ้อยจึงนำดอกไม้ชนิดนี้มาเขียนเป็นบันทึก
เพราะครูอ้อยคิดถึงคุณย่า ที่เสียชีวิตไปแล้ว
คิดถึงมากเมื่อเห็นดอกจำปาลาวที่ท่านทัดหูเมื่อนอนอยูในโลงศพ
และคิดถึงมากเมื่อเหลนของท่านจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ท่านมาจากไปโดยที่ไม่ทันได้เห็นภาพของเหลนของท่านเลย
ย่าบุดดี.....เจ้าสาวจำปาลาวของ..หลาน
ขอบคุณค่ะ
ที่บ้านไม่มีค่ะ...แต่ก็ชอบนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ น้องออต
ครูอ้อยเพิ่งจะรู้ว่า ยางของจำปาลาวอันตรายมาก
ขอบคุณจริงๆค่ะ
น้องเกด นางสาว เกศนี วัณณกุล
ขอบคุณและคิดถึงค่ะ
ยังไง..ครูอ้อยก็ชอบจำปาลาวเสมอค่ะ…ลักษณะของดอก..สีสัน..และกลิ่นรัญจวนใจดีมากๆค่ะ