GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิพากษ์โลกานุวัตรกับ FTA ไทยจีน ครั้งที่ 1( บทนำ )

บทนำโลกานุวัตร

           

 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน

              ครั้งนี้ sundayweekly ขอวิพากษ์ถึงแนวคิดของการค้าเสรี ระหว่างไทยกับจีน ในมุมแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับโลกาภิวัตร ซึ่งในการวิพากษ์ครั้งนี้จะมีด้วยกันสามบริบทด้วยกัน


            4 ล้านปีมาแล้ว (Australopithecus) เกิดวิวัฒนาการทางกายภาพ 50,000 ปี เกิดภาษาและสัญลักษณ์ เกิดวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม เพราะมนุษย์เกิดการพัฒนาการความสามารถทางภาษาที่เต็มที่ 200 ปีก่อนคริสตกาล เกิดการเชื่อมโลกครั้งที่ 1 ด้วยเส้นทางสายไหมและเส้นทางทะเลจนเกิดการค้าย่อย ๆ ขึ้น ค . .1750 เกิดโลกสมัยใหม่ ( Modern ) จนนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ( Industrial revolution ) ประมาณ ค . .20 เกิดการปฏิวัติประชาชาติต่าง ๆ เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมเชื้อชาติ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกที่บรรจุสรรพสิ่งเอาไว้ ฉะนั้นโลกที่เราอยู่มิได้หยุดอยู่นิ่งหากแต่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำพาโลกไปสู่สิ่งที่เรียกว่าโลกาภิวัตร โลกาภิวัตรคืออะไรนั้นมีการถกเถียงทางวิชาการกันอย่างมากหลาย อาจกล่าวได้ว่า โลกาภิวัตน์ คือ กระแสของการเปลี่ยนแปลงที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมของประเทศโลกที่สาม หรือกล่าวได้ว่า โลกาภิวัตร คือ ความรู้ในการใช้ข้อมูลคืออำนาจ  และอาจกล่าวได้ว่าโลกาภิวัตร คือ กระบวนการที่ก้าวข้ามอำนาจความเป็นรัฐและพรหมแดนของรัฐไปสู่ความผูกพันในขอบเขตทั่วโลก โลกาภิวัตรมิได้มีเพียงมิติทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแต่แทรกซึมทุกมิติ

             เมื่อโลกาภิวัตร เป็นคำที่สร้างความหมายอย่างหลากหลายแล้ว คำว่าโลกาภิวัตรยังมี อนุภาพอีกมากมายจนอาจกล่าวได้ว่าโลกาภิวัตร คือ วาทกรรม  ซึ่งคำว่าวาทกรรม นั้นไม่ได้มีความหมายเพียงแค่คำพูดหรือประโยคใดประโยคหนึ่งเท่านั้น แต่หมายความถึงข้อความซึ่งเป็นองค์ประกอบของชุดความรู้ซึ่งมีผลในการกำหนดความคิดความเชื่อของคนซึ่งเป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน  เมื่อโลกาภิวัตรคือวาทกรรม ย่อมส่งผลต่อการจัดระเบียบ โลกใหม่ ( New World Order ) การจัดระเบียบโลกใหม่นั้นเกิดมาอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดระเบียบของโลกในช่วงสมัยใหม่ ( Modern ) คือ การจัดโลกให้เป็นอุตสาหกรรม ส่วนการจัดระเบียบโลกในยุคโลกาภิวัตร คือ การจัดระเบียบความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ที่ก้าวข้ามรัฐ และก้าวข้ามเทคโนโลยีสื่อสารต่าง ๆ ( Bypassing Communication )

             การอุบัติขึ้นของโลกาภิวัตร ( Globalization ) นั้นส่งผลสะท้านต่อโลกอย่างหลากหลาย แต่ในประเด็นที่จะกล่าวถึงในรายงานนี้คงกล่าวถึงโลกาภิวัตร ในแง่มุมความเกี่ยวเนื่องของโลกาภิวัตรกับการก้าวข้ามรัฐ ( Bypassing state ) การก้าวข้ามรัฐ คือ การที่กระแสโลกาภิวัตรก้าวข้ามพรหมแดน ก้าวเศรษฐกิจแบบเก่า ๆ ไปสู่รัฐที่มิได้มีกฎเกณฑ์ด้านอาณาเขตอย่างตายตัว หรือ เศรษฐกิจที่มิได้เป็นเศรษฐกิจแบบศูนย์กลางเหมือนเฉกเช่นอดีต แต่เป็นเศรษฐกิจที่เป็นแบบเดียวกันทั้งโลก

                การก้าวข้ามรัฐ ( Bypassing state ) นั้นเป็นเรื่องราวที่ ส่งผลกระทบในมิติและแง่มุมของเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพราะการก้าวข้ามรัฐได้ทำให้กำแพงทางเศรษฐกิจล่มสลายลง ทุกรัฐสามารถติดต่อทางธุรกิจกันอย่างง่ายดาย และ ในที่นี้การก้าวข้ามรัฐยังก่อให้เกิดสิ่งที่ทุกรัฐในโลกาภิวัตร พยายามส่งเสริมหรือผลักดันก็คือ เรื่องของการค้าเสรี หรือ FTA นั่นเอง

                FTA เกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขของการก้าวข้ามรัฐ ( Bypassing state ) และการก้าวข้ามรัฐนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่สัมพันธ์กันอย่างยุ้งเหยิง หากจะกล่าวว่าโลกาภิวัตร คือ ความซับซ้อน ( Complex ) ก็กล่าวได้ แต่ที่สำคัญประการหนึ่ง โลกาภิวัตรนั้นมิได้ยังผลแค่ ตะวันตกเท่านั้น หากแต่ยังมีผลต่อ ตะวันออกอีกด้วย โลกาภิวัตรได้แทรกซึมเข้าไปในทุกรัฐทุกทวีปบนโลกใบนี้ การแทรกซึมของโลกาภิวัตร ก็ได้ประทะกับความเป็น ชาตินิยม ( Nationalism ) จนเกิดเป็นพหุสังคม ความเป็นพหุสังคมได้รวมเอาความเป็นโลกาภิวัตรกับ ท้องถิ่นนิยม ( localism ) เข้าด้วย

                   การประทะกันระหว่าง โลกาภิวัตร ( Globalization ) กับ ชาตินิยม ( Nationalism ) และ ท้องถิ่นนิยม ( localism ) นำมาสู่สิ่งที่เราเรียกว่าประชาสังคม ความเป็นประชาสังคมนี้เกิดขึ้นจากการปะทะกันของการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยของ โลกาภิวัตร ( Globalization )

                   เรื่องราวในรายงานนี้เป็นการกล่าวถึงมุมมองทัศนะในการคิดต่อประเด็นที่ว่า โลกาภิวัตร ( Globalization ) กับ FTA และ ประชาสังคม อย่างละเอียดลออ มองด้วยการกระแทกแนวคิดเพื่อให้ถึงแก่แกนของสารัตถะสำคัญในประเด็นต่าง ๆเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ประเด็นแรก จะกล่าวถึงเรื่องโลกาภิวัตร กับความสัมพันธ์ในมุมมองการก้าวข้ามรัฐ ( Globalization ) เพื่อเป็นฐานของความคิดก่อนไปสู่บริบทต่อไป ประการที่สอง จะกล่าวถึงเรื่อง FTA กับ โลกาภิวัตร ( Globalization ) ในประเด็นนี้จะพยายามชี้ให้เห็นว่าความเป็นดลกาภิวัตรได้ทำให้ FTA หรือการค้าเสรีอุบัติขึ้นมาได้อย่างไร และ ประเด็นสุดท้ายกล่าวถึง ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับโลกาภิวัตรและ FTA

เอกสารอ้างอิง 
1 ธีรยุทธ บุญมี "โลก Modern and Post Modern" หน้า 16 บทนำ , กรุงเทพฯ : สายธาร , 2546 
2 ชัยอนันต์ สมุทวณิช "โลกานุวัตร กับ อนาคตของประเทศไทย" หน้า 21 ปีใหม่: รุกเพื่อรับ อย่า รับเพื่อจะรุก ,กรุงเทพฯ : ผู้จัดการ, 2538 
3 สนธิ ลิ้มทองกุล "ต้องแพ้เสียก่อนจึงจะชนะได้" หน้า 129 ภาค 2 โลกานุวัตร ,กรุงเทพฯ : ผู้จัดการ ,2547
4 ธีรยุทธ บุญมี "Nationalism and Post Nationalism" หน้า123 บทที่ 11 รัฐชาติกับผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ , กรุงเทพฯ : สารธาร , 2546
5 จามะรี เชียงทอง "การพัฒนา" ใน แนวคิดพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรม หน้า 123 บทที่ 3.1 , ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : เชียงใหม่ , 2548 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 78369
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)