ธรรมเนียมการนอนหลังอาหารเที่ยงมีชื่อเรียกว่า "ซิเอสทา (siesta – ถ้าออกเสียงผิดก็ขออภัย เพราะไม่เคยไปสเปน ที่ไปมาคือพนมเปญ…)"

Hiker

เราๆ ท่านๆ คงจะชื่นชอบ หรือชิงชังการงีบหลังอาหารเที่ยงไม่มากก็น้อย… วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ชอบงีบหลังเที่ยงครับ…

ธรรมเนียมการนอนหลังอาหารเที่ยงมีชื่อเรียกว่า "ซิเอสทา (siesta ถ้าออกเสียงผิดก็ขออภัย เพราะไม่เคยไปสเปน ที่ไปมาคือพนมเปญ…)" เป็นธรรมเนียมที่พบบ่อยในแถบเมดิเตอร์เรเนียน หรือยุโรปตอนใต้ และอาฟริกาตอนกลาง

ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปเวียงจันทน์ และพนมเปญมา… ที่นั่นก็นิยม "งีบหลังเพล" เหมือนกัน ท่านพระอาจารย์สมลักษณ์ และท่านพระอาจารย์เทพพนม วัดท่ามะโอเล่าว่า พระพม่านิยมงีบหลังเพลจะได้ท่องตำรายามค่ำคืน ซึ่งอากาศเย็นสบายกว่าตอนกลางวัน

คุณพ่อคุณแม่ผู้เขียนนิยมงีบกลางวัน… คุณพ่อบอกว่า ถ้าผู้ใหญ่นอนกลางวันให้เรียกว่า "งีบ" ถ้าเด็กนอนกลางวันให้เรียกว่า "นอน" เพราะคำว่า "งีบ" ฟังดูสุภาพกว่า

ท่านอาจารย์แอนโดรนิคิ นาสคา แห่งวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยเอเธนส์ทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างชาวกรีกเกือบ 24,000 คน อายุ 20-86 ปี พบว่า

คนที่งีบกลางวันนาน 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีอัตราตายจากโรคหัวใจลดลงประมาณ 1 ใน 3 หรือ 37%

อาจารย์นาสคากล่าวว่า ผลดีนี้ชัดเจนเฉพาะในผู้ชายที่มีงานทำ ส่วนพวกผู้ชายที่ตกงานกลับไม่พบว่า การงีบช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ

ผู้ชายที่ตกงานให้หางานอะไรทำเสียก่อน รายได้จะมากจะน้อยไม่เป็นไร ขอให้มีงานทำก่อนแล้วค่อยงีบ (ตรงนี้ผู้เขียนต่อเติม ใส่ไข่หน่อย เพื่อสร้างสีสัน)

นอกจากนั้นการงีบนี่ก็แสนจะลำเอียง… เพราะผู้หญิงที่งีบไม่มีอัตราตายจากโรคหัวใจลดลง

ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่า การงีบช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจหรือไม่

อย่างไรก็ตาม… ผู้เขียนชอบผลการวิจัยนี้ เพราะงีบมานานแล้ว

ท่านผู้อ่านงีบหลังอาหารเที่ยง หรืองีบหลังเพลบ้างไหมครับ…

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > [ Click - Click ] > http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=&storyid=2007-02-12T160323Z_01_N12374724_RTRUKOC_0_US-HEART-NAP.xml&src=nl_ushealth1400 > February 12, 2007. // source: Archives of Internal Medicine.
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ + กองรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐.
  • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u